ภาษีนำเข้าออสเตรเลีย: ส่งของจากไทยต้องรู้อะไรบ้าง

ตรวจสอบข้อมูลล่าสุด: 16 กันยายน 2569 กฎหมาย อัตราภาษี ค่าธรรมเนียม และข้อกำหนดนำเข้าของออสเตรเลียเปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจสอบกับหน่วยงานทางการหรือผู้ให้บริการขนส่งก่อนส่งจริงทุกครั้ง

เนื้อหานี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายหรือภาษี จัดทำเพื่อประกอบการตัดสินใจเบื้องต้นเท่านั้น หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับ shipment จริง ควรตรวจสอบกับหน่วยงานทางการของออสเตรเลียหรือที่ปรึกษาที่มีใบอนุญาตโดยตรง

1. ส่งของจากไทยเข้าออสเตรเลียต้องเสียภาษีไหม?

มีโอกาสเสียภาษี 2 ประเภทหลัก คือ Customs Duty (อากรขาเข้า) และ GST (Goods and Services Tax) 10% ตาม Australian Taxation Office (ATO) ออสเตรเลียไม่มี VAT แยกต่างหาก — ใช้ระบบ GST อัตราเดียว (10%) ที่ครอบคลุมสินค้าและบริการส่วนใหญ่ (มีบางรายการที่ได้รับยกเว้น/”GST-free” ตาม ATO) ส่วนอากรขาเข้าจะเกิดขึ้นหรือไม่ ขึ้นกับพิกัดศุลกากร (HS Code) และมูลค่าสินค้า ไม่ใช่อัตราคงที่เดียวกันทุกชิ้น

สิ่งที่คนส่งของเข้าใจผิดบ่อยที่สุดคือ “ต่ำกว่า 1,000 เหรียญออสเตรเลีย (AUD) ไม่เสียภาษี” — ความจริงซับซ้อนกว่านั้น (ดูข้อ 2)

2. มูลค่าเท่าไรจึงเริ่มมีภาษีหรือพิธีการเพิ่มเติม?

เกณฑ์สำคัญคือ AUD 1,000 แต่เกณฑ์นี้ควบคุม “ใครเก็บภาษีและเก็บเมื่อไร” ไม่ใช่ “เสียหรือไม่เสีย” เพียงอย่างเดียว ตาม ATO:

  • สินค้ามูลค่า ≤ AUD 1,000 ที่ขายให้ผู้บริโภคออสเตรเลียโดยตรง: หากผู้ขายมียอดขายเข้าเกณฑ์จดทะเบียน GST ของออสเตรเลีย (AUD 75,000) ผู้ขายมีหน้าที่ เก็บ GST ที่จุดขาย/checkout ตั้งแต่ปี 2018 — ไม่ใช่ผู้รับจ่ายที่ด่าน
  • สินค้ามูลค่า ≤ AUD 1,000 กรณีอื่น (ของขวัญ ของใช้ส่วนตัว ไม่ใช่การขาย): ตาม Australian Border Force (ABF) โดยทั่วไป “ไม่มีอากร ภาษี หรือค่าธรรมเนียมต้องจ่ายที่ด่าน” ยกเว้นสินค้าบางประเภท เช่น แอลกอฮอล์และยาสูบ ซึ่งเสียภาษีทุกมูลค่าไม่ว่าจะต่ำกว่าเกณฑ์หรือไม่
  • สินค้ามูลค่า > AUD 1,000: ต้องยื่น Import Declaration แบบเต็ม และเสีย Duty + GST + Import Processing Charge (IPC) ครบตามจริง

พูดง่ายๆ คือ ต่ำกว่า 1,000 เหรียญมักไม่มีภาษีที่ด่าน แต่ถ้าเป็นการขายเชิงพาณิชย์ ภาษีอาจถูกเก็บไปแล้วตั้งแต่ตอนขาย ไม่ใช่ “ฟรีภาษี” เสมอไป

3. ภาษีนำเข้าออสเตรเลียมีอะไรบ้าง?

เมื่อมูลค่าเกิน AUD 1,000 จะเจอค่าใช้จ่ายภาครัฐหลายรายการแยกกัน:

  • Customs Duty: อัตราขึ้นกับพิกัด HS Code ของสินค้าแต่ละชิ้น ไม่มี “อัตราภาษีนำเข้าออสเตรเลีย” ตัวเดียว — ABF ระบุชัดว่าอากรกำหนดจากการจำแนกพิกัดศุลกากรตาม Customs Tariff Act 1995 จากการตรวจ Schedule 3 หลายพิกัดสินค้าอุปโภคทั่วไปพบอัตรา general/MFN ประมาณ 5% แต่ต้องตรวจพิกัดจริงทุกครั้ง ไม่ควรสมมติ
  • GST 10%: คิดจากฐานภาษีที่รวมอากรแล้ว (ดูสูตรข้อ 4)
  • Import Processing Charge (IPC): ค่าธรรมเนียมยื่นพิธีการ แยกจากภาษี — แบบอิเล็กทรอนิกส์ AUD 50 (มูลค่ามากกว่า 1,000 ถึงต่ำกว่า 10,000) หรือ AUD 152 (≥10,000) ตาม ABF
  • ค่าธรรมเนียม Biosecurity: ABF เก็บแทน Department of Agriculture, Fisheries and Forestry (DAFF) สำหรับ Full Import Declaration มูลค่าเกิน AUD 1,000 — ทางอากาศ AUD 48 ทางเรือ AUD 71 ใช้กับผู้นำเข้า/broker ของ consignment ที่เกิน AUD 1,000 ทุกประเภทสินค้า ไม่จำกัดเฉพาะกลุ่มเสี่ยง biosecurity

4. ภาษีคำนวณจากอะไร?

สำหรับสินค้ามูลค่าเกิน AUD 1,000 ATO ให้สูตรคำนวณฐานภาษี GST ที่เรียกว่า Value of Taxable Importation (VoTI) ไว้ชัดเจน:

VoTI = มูลค่าศุลกากรของสินค้า (Customs Value)
     + อากรขาเข้าที่ต้องจ่าย (Duty)
     + ค่าขนส่งระหว่างประเทศถึงปลายทาง
     + ค่าประกันภัยการขนส่งนั้น

GST ที่ต้องจ่าย = 10% × VoTI

จุดสำคัญคือ อากรถูกรวมเข้าฐานคำนวณ GST ก่อน ดังนั้นถ้าสินค้าเสียอากรมาก ฐาน GST ก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย และ ค่าขนส่ง/ประกันภัยก็รวมอยู่ในฐาน GST เช่นกัน ไม่ใช่คิดเฉพาะราคาสินค้าอย่างเดียว

5. ตัวอย่างคำนวณภาษีสินค้าจริง

ตัวอย่างภาษีด้านล่างจัดทำขึ้นเพื่ออธิบายหลักการคำนวณจากสมมติฐานที่ระบุ ภาษีและค่าใช้จ่ายจริงอาจแตกต่างตาม HS Code มูลค่าศุลกากร Country of Origin เอกสาร สิทธิทางการค้า และการพิจารณาของ Australian Border Force

ตัวอย่างที่ 1 — เสื้อยืดผ้าฝ้าย ส่งเป็นของขวัญ (ต่ำกว่าเกณฑ์) มูลค่า AUD 80 ไม่ใช่แอลกอฮอล์/ยาสูบ ไม่ใช่การขาย → ไม่มีอากร ไม่มี GST ที่ด่าน (AUD 0)

ตัวอย่างที่ 2 — แก้วมัคเซรามิกขายส่ง 300 ชิ้น ไม่มีเอกสารรับรองแหล่งกำเนิด มูลค่าศุลกากร AUD 1,500 + ค่าขนส่ง/ประกัน AUD 200 · อัตราอากร general 5% (HS 6912.00.00 เพื่ออธิบาย ต้องตรวจ classification จริงก่อนส่ง) → อากร AUD 75 · VoTI = 1,775 → GST 10% = AUD 177.5 · IPC AUD 50 + biosecurity AUD 48 → รวมประมาณ AUD 350.5

ตัวอย่างที่ 3 — แก้วมัคชุดเดียวกัน แต่มี Certificate of Origin ไทยถูกต้อง สินค้าเดียวกันทุกอย่าง แต่พิสูจน์ได้ว่าผลิต/แปรรูปในไทยตามกฎ TAFTA → อากรเป็น Free (0%) → VoTI = 1,700 → GST = AUD 170 · IPC+biosecurity AUD 98 → รวมประมาณ AUD 268 (ประหยัดกว่าตัวอย่างที่ 2 ราว AUD 82.5) — นี่คือคุณค่าจริงของการเตรียมเอกสาร Origin ให้ถูกต้อง

ตัวอย่างที่ 4 — สร้อยคอแฟชั่น ผลิตในจีน แต่ส่งออกจากไทย (มูลค่าเท่าตัวอย่างที่ 3 เพื่อเปรียบเทียบตรง) มูลค่า AUD 1,500 + ค่าขนส่ง/ประกัน AUD 200 (เท่ากับตัวอย่างที่ 3) · Country of Origin = จีน (แม้ Country of Export = ไทย) → สินค้าไม่เคยเข้าเกณฑ์ “originating” ตาม TAFTA Article 402 มาตั้งแต่ต้น เพราะไม่ได้ wholly obtained หรือผ่านกระบวนการตาม Annex 4.1 ในไทย/ออสเตรเลีย → ต้องเสียอัตรา general 5% → อากร AUD 75 · VoTI = 1,775 → GST = AUD 177.5 · IPC+biosecurity AUD 98 → รวมประมาณ AUD 350.5 — เท่ากับตัวอย่างที่ 2 (ไม่มีสิทธิ TAFTA ด้วยเหตุผลคนละแบบ) แพงกว่าตัวอย่างที่ 3 ที่มูลค่าเท่ากันแต่พิสูจน์ origin ไทยได้ ราว AUD 82.5

ตัวอย่างที่ 5 — ผ้าพันคอผ้าฝ้ายทอมือ ขายตรงให้ผู้บริโภคออนไลน์ ราคาขาย AUD 45/ชิ้น + ค่าส่ง AUD 15 (ต่ำกว่าเกณฑ์ AUD 1,000) → ไม่มีอากร/ไม่เก็บที่ด่าน แต่ ถ้าร้านค้าเข้าเกณฑ์จดทะเบียน GST ของออสเตรเลีย (ยอดขายเข้าเงื่อนไข AUD 75,000) ผู้ขายต้องเก็บ GST 10% ตั้งแต่ตอนลูกค้า checkout ไม่ใช่ผู้ซื้อจ่ายที่ด่านอีกที — ผู้ขายที่ขายตรง (ไม่ผ่าน marketplace) ควรตรวจเกณฑ์นี้กับ ATO หรือที่ปรึกษาภาษีเอง

6. สินค้าที่ผลิตในไทยได้รับสิทธิพิเศษทางภาษีหรือไม่?

ไทยและออสเตรเลียมี ความตกลงการค้าเสรีไทย-ออสเตรเลีย (TAFTA) มีผลตั้งแต่ปี 2005 และอากรออสเตรเลียต่อสินค้าที่มี origin เป็นไทยลดเหลือ 0% เกือบครบทุกหมวดตั้งแต่ปี 2015 ยกเว้นรายการที่ระบุไว้เฉพาะใน ABF Schedule 6 (144 พิกัดย่อย ส่วนใหญ่อยู่ในหมวดแอลกอฮอล์ ยาสูบ เชื้อเพลิง และเคมีภัณฑ์บางประเภท ซึ่งยังคงเก็บในอัตราเทียบเท่าสรรพสามิตแทนที่จะเป็น Free) แต่การได้สิทธินี้ไม่ใช่อัตโนมัติ ต้องมีครบ 2 เงื่อนไข:

1. สินค้าต้องเข้าเกณฑ์ “originating” ตาม Rules of Origin ของ TAFTA คือ “wholly obtained” ในไทย หรือผ่านการแปรรูปตามเกณฑ์เฉพาะสินค้าที่กำหนดไว้ 2. ต้องมี Certificate of Origin ที่ออกโดยหน่วยงานที่ได้รับอนุญาต — ฝั่งไทยคือกรมการค้าต่างประเทศ (Department of Foreign Trade) กระทรวงพาณิชย์ — แนบมาพร้อม shipment เพื่อใช้อ้างสิทธิที่ด่านออสเตรเลีย

ห้ามเข้าใจว่า “สินค้าไทยภาษี 0%” โดยไม่มีเอกสารรองรับ เพราะหากไม่มี Certificate of Origin เจ้าหน้าที่จะใช้อัตรา general/MFN แทนเสมอ (ดูตัวอย่างที่ 2 เทียบตัวอย่างที่ 3)

7. Country of Origin สำคัญอย่างไร?

“ประเทศที่ส่งออก (Country of Export)” กับ “ประเทศแหล่งกำเนิด (Country of Origin)” เป็นคนละเรื่องกัน — Country of Origin หมายถึงประเทศที่สินค้าถูกผลิต/ปลูก/ผลิตขึ้นจริง ซึ่งอาจไม่ใช่ประเทศที่ส่งออกมา

ตัวอย่างที่พบบ่อย: สินค้าผลิตในจีน ถูกนำเข้ามาพักที่ไทย แล้วส่งต่อจากไทยไปออสเตรเลีย — Country of Export = ไทย แต่ Country of Origin ยังคงเป็นจีน กรณีนี้สินค้าไม่เข้าเกณฑ์ “originating” ตาม TAFTA Article 402 ตั้งแต่ต้น เพราะไม่ได้เป็น wholly obtained ในไทย และไม่ได้ผ่านกระบวนการผลิต/แปรรูปตามเกณฑ์เฉพาะสินค้าใน Annex 4.1 ในไทยหรือออสเตรเลีย การส่งจากไทยจึงไม่ทำให้สินค้าได้สิทธิ TAFTA โดยอัตโนมัติ (ดูตัวอย่างที่ 4)

แยกอีกกรณีคือ สินค้าที่ origin เป็นไทยจริง แต่ถูกขนส่งผ่านประเทศที่สาม ก่อนถึงออสเตรเลีย — ตาม TAFTA Article 406 การขนส่งผ่าน (transit) ที่มีเพียงการขนส่งหรือการเก็บรักษาสภาพสินค้า และสินค้าไม่ถูกซื้อขายหรือนำไปใช้งานนอกไทย-ออสเตรเลียระหว่างทาง ไม่ทำให้เสียสถานะ originating สินค้าจะเสียสิทธินี้ก็ต่อเมื่อมีการผลิต/ดำเนินการเพิ่มเติมนอกสองประเทศ (เกินกว่าขนส่ง/รักษาสภาพ) หรือถูกซื้อขาย/ใช้งานนอกไทย-ออสเตรเลียระหว่างทาง

8. เขียนรายละเอียดสินค้าใน Commercial Invoice อย่างไรให้ Customs เข้าใจง่าย

ใช้หลัก สินค้าอะไร + ทำจากอะไร + ใช้เพื่ออะไร เสมอ และหลีกเลี่ยงคำกว้างๆ ที่ปิดบังชนิดสินค้า:

ไม่ควรเขียน ควรเขียน
Clothes Men’s cotton T-shirt, 100% cotton, for personal wear
Accessories Stainless steel necklace, fashion accessory for personal use
Parts Plastic replacement cover for electric fan
Gift Ceramic coffee mug, for household beverage use
Sample Cotton fabric sample, for garment production evaluation
Wood item Hand-carved wooden ornament, decorative item for personal use

ห้ามแจ้งราคาต่ำกว่าความจริง ห้ามเขียน “Gift” เพื่อหวังเลี่ยงภาษี และห้ามใช้คำกว้างที่ปิดบังชนิดสินค้าจริง — การแจ้งข้อมูลไม่ครบหรือคลุมเครือคือสาเหตุหลักที่ shipment ติดศุลกากรนานขึ้น ไม่ใช่ช่วยประหยัดภาษี

9. เสียภาษีได้ ไม่ได้แปลว่านำเข้าได้เสมอ

การคำนวณภาษีถูกต้องไม่ได้แปลว่าสินค้าจะนำเข้าออสเตรเลียได้เสมอไป Department of Agriculture, Fisheries and Forestry (DAFF) ควบคุมสินค้ากลุ่ม biosecurity แยกต่างหากจากภาษี เช่น อาหาร/นม/น้ำผึ้ง/เครื่องเทศ/อาหารเสริม, ผลิตภัณฑ์สัตว์ (หนัง ขน เขา), เมล็ดพันธุ์และพืชสด, ผลิตภัณฑ์ไม้ และเครื่องสำอาง (รวมสบู่และผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม) — ควรตรวจรายสินค้าผ่าน BICON ก่อนส่งจริงทุกครั้ง แม้เป็นของใช้ทั่วไปที่ดูไม่น่ามีปัญหา

สำหรับยา อาหารเสริม หรือผลิตภัณฑ์ที่เข้าข่าย “therapeutic good” Therapeutic Goods Administration (TGA) อนุญาตนำเข้าเพื่อใช้ส่วนตัวหรือของคนในครอบครัวใกล้ชิดเท่านั้น ปริมาณไม่เกิน 3 เดือนต่อครั้ง (รวมไม่เกิน 15 เดือนใน 12 เดือน) หากเป็นยาที่ต้องมีใบสั่งแพทย์ในออสเตรเลีย (prescription-only) ต้องมีใบสั่งยาหรือหนังสือรับรองจากแพทย์ออสเตรเลียกำกับตั้งแต่ตอนนำเข้าด้วย หากต้องการนำเข้าเกิน 3 เดือน ต้องให้แพทย์ที่ขึ้นทะเบียนในออสเตรเลียเป็นผู้ยื่นขอผ่าน Special Access Scheme แทน

10. ใครเป็นผู้จ่ายภาษีเมื่อส่งผ่าน DHL หรือ FedEx?

ตามกฎหมาย ABF ระบุว่าผู้รับผิดชอบคือ “เจ้าของสินค้า” (owner) หรือ customs broker ที่มีใบอนุญาต เป็นผู้ยื่น declaration และชำระ GST/Duty ไม่ใช่ผู้ส่งโดยอัตโนมัติ

เมื่อสินค้าส่งผ่าน Express Courier เช่น DHL Express หรือ FedEx Express อาจมีขั้นตอนเรียกเก็บภาษี/ค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องตามเงื่อนไขของ Carrier — DHL ระบุว่าผู้รับมักเป็นผู้ถูกเรียกเก็บเป็นค่าเริ่มต้น เว้นแต่ผู้ส่งจะเลือกบริการจ่ายล่วงหน้า และ FedEx ระบุว่าผู้รับสามารถจ่ายตรงกับหน่วยงานเอง หรือให้ FedEx สำรองจ่ายแล้วเรียกเก็บคืนพร้อมค่าธรรมเนียม advancement/disbursement เพิ่มเติม — นี่คือแนวปฏิบัติของ Carrier ไม่ใช่ข้อกำหนดทางกฎหมายตายตัว จึงควรตกลงรูปแบบการจ่ายกับผู้รับปลายทางล่วงหน้าเสมอ

11. Checklist ก่อนส่งสินค้าไปออสเตรเลีย

  • ระบุ Country of Origin ที่แท้จริงของสินค้า แยกจาก Country of Export
  • ประเมินมูลค่าศุลกากรตามความจริง ไม่ต่ำกว่าความจริง
  • ตรวจว่ามูลค่ารวม shipment เกิน AUD 1,000 หรือไม่ เพื่อรู้ว่าจะมีอากร/GST/IPC หรือไม่
  • หากอ้างสิทธิ TAFTA ต้องมี Certificate of Origin จากกรมการค้าต่างประเทศแนบไปด้วย
  • เขียนรายละเอียดสินค้าใน Commercial Invoice ตามหลัก “อะไร + ทำจากอะไร + ใช้เพื่ออะไร”
  • ตรวจสินค้าประเภทอาหาร พืช สัตว์ ไม้ เครื่องสำอาง ยา อาหารเสริม ผ่าน BICON/TGA ก่อนส่ง
  • ตกลงกับผู้รับปลายทางล่วงหน้าว่าใครเป็นผู้จ่ายภาษี/ค่าธรรมเนียมหากมี

12. คำถามที่พบบ่อย

ส่งของไปออสเตรเลียเสียภาษีไหม? ขึ้นกับมูลค่าและลักษณะการส่ง — ของขวัญ/ของใช้ส่วนตัวมูลค่า ≤AUD 1,000 มักไม่มีอากร/GST ที่ด่าน ส่วนสินค้ามูลค่าเกิน AUD 1,000 ต้องเสียอากร (ตามพิกัด) + GST 10% + ค่าธรรมเนียมพิธีการ

มูลค่าเท่าไรถึงเริ่มเสียภาษี? เกณฑ์หลักคือ AUD 1,000 แต่สินค้าบางประเภท เช่น แอลกอฮอล์และยาสูบ เสียภาษีทุกมูลค่า และหากเป็นการขายเชิงพาณิชย์โดยผู้ขายที่จดทะเบียน GST ออสเตรเลีย GST อาจถูกเก็บตั้งแต่จุดขายแม้มูลค่าต่ำกว่า AUD 1,000

ของขวัญเสียภาษีหรือไม่? โดยทั่วไปของขวัญมูลค่า ≤AUD 1,000 ไม่มีอากร/GST ที่ด่าน แต่ต้องเป็นของขวัญจริง ไม่ใช่แจ้งเท็จเพื่อเลี่ยงภาษี

ใครเป็นผู้จ่ายภาษี ผู้ส่งหรือผู้รับ? ตามกฎหมายคือ owner (เจ้าของสินค้า) หรือ customs broker ที่มีใบอนุญาตเป็นผู้ยื่น declaration ส่วนใน courier shipment ผู้รับมักถูกเรียกเก็บเป็นค่าเริ่มต้น เว้นแต่ผู้ส่งเลือกบริการจ่ายล่วงหน้ากับ Carrier

GST คำนวณจากอะไร? GST = 10% ของ VoTI ซึ่งรวมมูลค่าศุลกากร + อากรที่ต้องจ่าย + ค่าขนส่งระหว่างประเทศ + ค่าประกันภัยขนส่ง

สินค้าไทยได้ภาษี 0% เสมอไหม? ไม่เสมอไป ต้องพิสูจน์ได้ว่าสินค้าเป็น originating goods ตามกฎ TAFTA และมี Certificate of Origin แนบไปด้วย มิฉะนั้นจะถูกเก็บอัตรา general/MFN ตามปกติ นอกจากนี้สินค้าบางหมวด (เช่น แอลกอฮอล์ ยาสูบ เชื้อเพลิง และเคมีภัณฑ์บางประเภทตาม ABF Schedule 6) ยังคงมีอัตราภาษีของตัวเองแม้เป็น origin ไทยก็ตาม

สินค้าที่ผลิตในประเทศอื่นแต่ส่งจากไทยได้สิทธิ FTA ไหม? ไม่ได้ เพราะสินค้าต้องเข้าเกณฑ์ “originating” ตาม TAFTA Article 402 ก่อน (wholly obtained ในไทย หรือผ่านกระบวนการแปรรูปตามเกณฑ์เฉพาะสินค้าใน Annex 4.1) การส่งออกจากไทยเฉยๆ ไม่ทำให้สินค้าที่ผลิตจริงในประเทศอื่นได้สิทธินี้

ขายของออนไลน์ให้ลูกค้าออสเตรเลียต้องเก็บ GST เองไหม? หากยอดขายของธุรกิจเข้าเกณฑ์จดทะเบียน GST ของออสเตรเลีย (ยอดขายในออสเตรเลียถึงเกณฑ์ AUD 75,000) ผู้ขายมีหน้าที่เก็บ GST ที่จุดขายสำหรับสินค้ามูลค่า ≤AUD 1,000 ที่ขายตรงให้ผู้บริโภค — ควรตรวจเกณฑ์นี้กับ ATO หรือที่ปรึกษาภาษีก่อนตัดสินใจ

ให้ทีม SME SHIPPING ช่วยตรวจสอบก่อนส่ง

ก่อนส่งสินค้าไปออสเตรเลีย ควรตรวจสอบประเภทสินค้า Country of Origin มูลค่า น้ำหนัก และเอกสารให้ครบ หากไม่แน่ใจว่าสินค้าของคุณเข้าเกณฑ์ภาษีแบบไหน หรือควรเลือกบริการจัดส่งแบบใด ให้ทีม SME SHIPPING ช่วยตรวจสอบรายละเอียดเบื้องต้นก่อนส่งได้ — ส่งข้อมูลสินค้า ประเทศปลายทาง น้ำหนัก และขนาดมาให้ทีมดู หรือสอบถามก่อนส่ง SME SHIPPING ให้บริการ Express Air Courier ผ่าน DHL Express และ FedEx Express (รวมถึงพันธมิตรขนส่งรายอื่น) จากประเทศไทยไปออสเตรเลีย

อ่านเพิ่มเติม: บริการส่งของไปออสเตรเลีย · ข้อจำกัดในการส่งของไปออสเตรเลีย มีอะไรบ้าง?

13. แหล่งข้อมูลทางการ

ตัวอย่างภาษีในบทความนี้จัดทำขึ้นเพื่ออธิบายหลักการคำนวณจากสมมติฐานที่ระบุ ภาษีและค่าใช้จ่ายจริงอาจแตกต่างตาม HS Code, Customs Value, Country of Origin, เอกสาร สิทธิทางการค้า และการพิจารณาของหน่วยงานศุลกากรออสเตรเลีย

เลือกส่งกับ SME SHIPPING ใช้ใบเสร็จลดหย่อนภาษีได้ 50,000 บาท

เงื่อนไขโครงการ Easy E-Receipt เพื่อลดหย่อนภาษี ปี 2567

1. ผู้มีเงินได้และมีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

2. ลดหย่อนค่าซื้อสินค้าหรือบริการ จากผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม

3. ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2567 ถึงวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2567

4. ค่าสินค้าและบริการที่ลดหย่อนได้ สูงสุด 50,000 บาท

5. ต้องได้รับใบกำกับภาษีเต็มรูป ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบ e-Tax Invoice & e-Receipt ของกรมสรรพากร

บริการด้านศุลกากร

บริการด้านศุลกากร

SME SHIPPING เอสเอ็มอี ชิปปิ้ง ผู้เชี่ยวชาญด้านโลจิสติกส์ ขอนำเสนอบริการเคลียร์สินค้า (Customs Clearance) ที่ครอบคลุมการช่วยแก้ปัญหาด้านงานศุลกากร ข้อมูลภาษีศุลกากร เรารับปรึกษาการเคลียร์สินค้าออกจากด่ารศุลกากรและการจัดการพิกัดภาษีศุลกากรในประเทศไทย ด้วยทีมผู้เชี่ยวชาญ เรามั่นใจว่าสามารถจัดการทุกขั้นตอนได้อย่างมืออาชีพ ตั้งแต่การจัดทำเอกสารจนถึงการติดต่อหน่วยงานศุลกากร ให้บริการของเอสเอ็มอี ชิปปิ้ง เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับคุณ เพื่อความสะดวกสบายและความมั่นใจในการส่งออกและนำเข้าสินค้าอย่างมืออาชีพ

บริการศุลกากรกับ SME SHIPPING

  • ตัวแทนออกสินค้า

  • ดำเนินการพิธีการศุลกากร

  • ให้คำปรึกษาการเคลียร์สินค้า 

  • ใบอนุญาติส่งออกและนำเข้า

  • เคลียร์สินค้า EXPRESS DHL, FEDEX

SME SHIPPING บริการเคลียร์สินค้าที่สนามบินและท่าเรือ โดยบริการชิปปิ้งนี้ครอบคลุมการจัดการกับสินค้าที่ต้องการการเคลียร์ศุลกากร รวมถึงบริการคลังที่ต้องการจัดเก็บสินค้าที่ต้องการการอนุมัติจากหน่วยงานต่างๆ เช่น อย., มอก., สมอ., กสทช., เกษตร, และประมง

เอสเอ็มอี ชิปปิ้ง มีความชำนาญและประสบการณ์ในการจัดการกับกฎระเบียบและพิธีการศุลกากร สามารถช่วยลูกค้าในการเคลียร์สินค้าทุกประเภท รวมถึงการช่วยแก้ไขปัญหาต่างๆที่อาจเกิดขึ้นกับหน่วยงานของกรมศุลกากร และการจัดการด้านภาษีในรูปแบบต่างๆ

บริการของเอสเอ็มอี ชิปปิ้ง รวมถึงการช่วยแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องกับพิกัดอัตราศุลกากร, การจัดการกับงานใบอนุญาต, ปัญหาเอกสารผิด, การใช้ฟอร์มต่างๆ, ปัญหาราคาสินค้า, การนำเข้าสัตว์และสิ่งมีชีวิต, อาหาร, ผลไม้, ของสด, เสื้อผ้า, เครื่องแต่งกาย, เครื่องประดับ, และของใช้ส่วนตัว นอกจากนี้ยังรวมถึงบริการเคลียร์สินค้าลงคลังสุวรรณภูมิ โดยมีทีมงานผู้เชี่ยวชาญมากประสบการณ์ในระบบการขนส่ง พร้อมให้บริการเป็นตัวแทนออกสินค้าแทนลูกค้าตั้งแต่กระบวนการในการทำเอกสาร, การเดินเอกสาร, และการประสานงานกับเจ้าหน้าที่ศุลกากร เพื่อให้สินค้าผ่านพิธีการทางศุลกากรอย่างรวดเร็วและไม่มีปัญหา

เอสเอ็มอี ชิปปิ้ง มุ่งมั่นให้บริการด้วยความน่าเชื่อถือและมีความเชี่ยวชาญสูง ทำให้ลูกค้าสามารถวางใจได้ว่าสินค้าของพวกเขาจะถูกจัดการอย่างมืออาชีพและผ่านพิธีการศุลกากรได้อย่างราบรื่น ไม่ว่าจะเป็นสินค้าประเภทใดก็ตามที่ไม่ผิดกฎหมาย

สำหรับผู้ที่สนใจใช้บริการเคลียร์สินค้า หรือปรึกษา ข้อมูลภาษีศุลกากร กับเอสเอ็มอี ชิปปิ้ง สามารถติดต่อได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02-105-7777 หรือ LINE Official: @SHIPPING

ภาษีนำเข้าประเทศสหราชอาณาจักร

ส่งของไปประเทศสหราชอาณาจักร (United Kingdom)

ภาษีและอากรขาเข้าสำหรับส่งของเข้าไปประเทศสหราชอาณาจักร


ภาพรวม

เมื่อส่งของไปประเทศสหราชอาณาจักร ผู้รับจำเป็นต้องชำระภาษีอากรขาเข้า ไม่ว่าจะเป็นสินค้าใช้ส่วนบุคคล หรือเพื่อการพาณิชย์  การชำระภาษีอากรคำนวณตามราคาซีไอเอฟ (CIF) คือคำนวณจากมูลค่าของสินค้านำเข้าเต็มจำนวนบวกค่าประกันภัยและค่าขนส่ง (Cost, Insurance & Freight)
 


อัตราภาษีอากรประเทศสหราชอาณาจักร

ประเทศสหราชอาณาจักร คิดอัตราภาษีอากรอยู่ในเกณฑ์ระหว่าง 0% (เช่นหนังสือ) ถึง 17% (เช่น Wellington Boots). การส่งของไปประเทศสหราชอาณาจักรบางชนิดได้รับการยกเว้นภาษีอากร เช่นเครื่องคอมพิวเตอร์แบบกระเป๋าหิ้ว, โทรศัพท์เคลื่อนที่, กล้องถ่ายรูปดิจิตัล และวีดีโอเกมส์

การส่งของไปประเทสสหราชอาณาจักรเฉพาะบางชนิดต้องชำระอากรเพิ่ม ขึ้นอยู่กับประเทศผู้ผลิตสินค้า ตัวอย่างเช่น รถจักรยานสองล้อนำเข้าจากประเทศจีนต้องเสียอากรเพิ่มอีกที่อัตรา 48.5% (anti-dumping)
 


อัตราภาษีมูลค่าเพิ่มประเทศสหราชอาณาจักร

การส่งของไปประเทศสหราชอาณาจักรจะถูกเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มอยู่ที่ 20% โดยที่สินค้าชนิดเจาะจง ตัวอย่างเช่นเก้าอี้เด็กในรถจะเสียภาษีมูลค่าเพิ่มต่ำกว่าที่อัตรา 5% และยังมีสินค้าบางชนิดได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม เช่นหนังสือ, เสื้อผ้าเด็กและรองเท้าเด็ก ภาษีมูลค่าเพิ่มคำนวณจากมูลค่าของสินค้าบวกค่าขนส่งระหว่างประเทศและค่าประกันภัยบวกอากรขาเข้า (ถ้ามี)


ภาษีอากรขั้นต่ำประเทศสหราชอาณาจักร

สหราชอาณาจักรมีการเรียกเก็บภาษีอากรขั้นต่ำ แต่จะงดเก็บอากรและภาษีมูลค่าเพิ่มในกรณีดังนี้

ประเทศสหราชอาณาจักรคิดสินค้านำเข้าราคาเอฟโอบี (หมายถึงมูลค่าของสินค้าเท่านั้น ไม่รวมค่าขนส่งและค่าประกันภัย) กรณีการส่งของไปประเทศสหราชอาณาจักรมีมูลค่าไม่เกิน 135 ปอนด์ หรือยอดรวมค่าอากรที่ชำระต่อครั้งของการนำเข้า ยอดไม่เกิน 9 ปอนด์ จะไม่มีการเรียกเก็บภาษีอากร (Duty)

การส่งของไปประเทศสหราชอาณาจักร มีมูลค่าไม่เกิน 15 ปอนด์ จะไม่มีการเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)

 
ภาษีอื่นๆ และค่าธรรมเนียมกรมศุลกากรประเทศสหราชอาณาจักร

การส่งของไปประเทศสหราชอาณาจักร ประเภทยาสูบแลแอลกอฮอล์ จะถูกเรียกเก็บภาษีสรรพสามิต (Excise Duty) และค่าธรรมเนียมศุลกากรสามารถเรียกเก็บเพิ่มครอบคลุมรวมถึงค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการตรวจสอบ, พิสูจน์ และหรือทดสอบของสินค้านำเข้า
 


การขอคืนภาษีอากรประเทศสหราชอาณาจักร

ในกรณีชำระภาษีอากรเกินสำหรับสินค้านำเข้าหรือส่งสินค้าคืนไปยังผู้ส่งออก, ผู้นำเข้ามีสิทธิ์ยื่นฟอร์ม C285 พร้อม HMRCขอคืนภาษีอากร ซึ่งสามารถศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติมและขอแบบฟอร์มได้

 

SME SHIPPING บริการ ส่งของไปอังกฤษ ส่งพัสดุไปอังกฤษ เราทำให้การส่งของเป็นเรื่องง่ายแค่ปลายนิ้ว ส่งของจากไทยไปอังกฤษ ส่งของไป UK อัตราค่าส่งของไปอังกฤษ ค่าส่งของไปอังกฤษ อัตราค่าส่งพัสดุไปอังกฤษ ค่าส่งพัสดุไปอังกฤษ ค่าส่งไปรษณีย์ไปอังกฤษ ส่ง EMS ไปอังกฤษ ส่งของไปอังกฤษทางเครื่องบิน ส่งของไปอังกฤษทางเรือ วิธีส่งของไปอังกฤษ ส่งจดหมายไปอังกฤษ ส่งเอกสารไปอังกฤษ ส่งอาหารไปอังกฤษ 


สถานที่ทำการและช่องทางการติดต่อกรมศุลกากรประเทศสหราชอาณาจักร

สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมจากกรมศุลกากรสหราชอาณาจักร เรื่องการประกาศขั้นตอนการนำเข้าและข้อจำกัดในการส่งของเข้าไปประเทศสหราชอาณาจักร ได้ที่เว็บไซต์  :  https://www.ukimports.org

วิธีส่งของไปอังกฤษ หรือสหราชอาณาจักร

การส่งของไปประเทศสหราชอาณาจักร  SME SHIPPING ให้บริการส่งเอกสาร และ พัสดุ ผ่าน DHL EXPRESS, FEDEX EXPRESS, TNT EXPRESS, Global Mail, และบริการส่งทางเรือระหว่างประเทศ

ภาษีนำเข้าประเทศตุรกี

ส่งของไปประเทศตุรกี  (Turkey)

ภาษีและอากรขาเข้าประเทศตุรกี

ภาพรวม

เมื่อส่งของไปประเทศตุรกี ผู้รับจำเป็นต้องชำระภาษีอากรขาเข้า ไม่ว่าจะเป็นสินค้าใช้ส่วนบุคคล หรือเพื่อการพาณิชย์ 
วิธีการประเมินคำนวณตามราคาซีไอเอฟ (CIF) คือการชำระอากรและภาษีคำนวณจากมูลค่าของสินค้านำเข้าเต็มจำนวนซึ่งรวมค่าสินค้า, ค่าประกันภัยและค่าขนส่ง (Cost, Insurance & Freight) นอกเหนือจากค่าอากร การนำเข้าสินค้ายังมียังมีภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT), และภาษีอุปโภคบริโภค (Special Consumption Tax)
 


อัตราภาษีอากรประเทศตุรกี

ประเทศตุรีคิดอัตราภาษีอากรอยู่ในเกณฑ์ระหว่าง 0% ถึง 145%, โดยมีอัตราเฉลี่ยอยู่ที่ 6.02%
การส่งของไปประเทศตุรกีบางชนิดสามารถนำเข้าโดยไม่ต้องเสียภาษีอากร (ตัวอย่างเช่นหนังสือ, เครื่องคอมพิวเตอร์แบบกระเป๋าหิ้ว และผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับอิเล็คทรอนิกส์อื่นๆ)
 


 ภาษีมูลค่าเพิ่มประเทศตุรกี

การส่งของไปประเทศตุรกี จะถูกเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มอยู่ที่ 18% ของยอดรวมตามราคาซีไอเอฟ (CIF ) บวกอากร (ถ้ามี)  สินค้าบางชนิดอย่างเช่นของกิน จะเรียกเก็บในอัตราที่ลดลง


ภาษีอากรขั้นต่ำประเทศตุรกี

ประเทศตุรกีคิดสินค้านำเข้าราคาเอฟโอบี (หมายถึงมูลค่าของสินค้าเท่านั้น) กรณีส่งของไปประเทศตุรกีมีมูลค่าไม่เกิน  USD75 จะได้รับการยกเว้นภาษีอากร แต่ยังคงต้องชำระภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีอุปโภคบริโภค 
 


ภาษีอื่นๆ และค่าธรรมเนียมกรมศุลกากรประเทศตุรกี

การส่งของไปประเทศตุรกี จะถูกเรียกเก็บ ภาษีอุปโภคบริโภค (S]ecial Consumption Tax) ในอัตราอัตราที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับเฉพาะชนิดสินค้า คำนวณจากยอดรวมของราคาซีไอเอฟ (CIF) บวกอากร

สถานที่ทำการและช่องทางการติดต่อกรมศุลกากรประเทศตุรกี

สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมจากเว็บไซต์กรมศุลกากรตุรกี เรื่องการประกาศขั้นตอนการนำเข้าและข้อจำกัดในการส่งของไปประเทศตุรกี ได้ที่เว็บไซต์  :  https://www.turkeycustoms.net/en/homepage

วิธีส่งของไปประเทศตุรกี

การส่งของไปประเทศตุรกี  SME SHIPPING ให้บริการส่งเอกสาร และ พัสดุ ผ่าน DHL EXPRESS, FEDEX EXPRESS, TNT EXPRESS, Global Mail, และบริการส่งทางเรือระหว่างประเทศ

ภาษีนำเข้าประเทศสวิสเซอร์แลนด์

ส่งของไปประเทศสวิสเซอร์แลนด์ (Switzerland)

ภาษีและอากรขาเข้าสำหรับส่งของเข้าไปประเทศสวิสเซอร์แลนด์

ภาพรวม

เมื่อส่งของไปประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ผู้รับจำเป็นต้องชำระภาษีอากรขาเข้า ไม่ว่าจะเป็นสินค้าใช้ส่วนบุคคล หรือเพื่อการพาณิชย์ อากรขาเข้าเรียกเก็บโดยใช้ฐานการคำนวณของน้ำหนัก, คุณสมบัติพิเศษโดยเฉพาะของสินค้านำเข้า นอกเหนือจากค่าอากรนำเข้า ยังมีการเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) โดยคำนวณตามราคาซีไอเอฟ (CIF) คือคำนวณจากมูลค่าของสินค้านำเข้าเต็มจำนวนบวกค่าประกันภัยและค่าขนส่ง (Cost, Insurance & Freight) บวกอากร (ถ้ามี)  และสินค้าเฉพาะเจาะจงบางชนิดจะต้องเสียภาษีสรรพสามิต


อัตราภาษีอากรประเทศสวิสเซอร์แลนด์

ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ คิดอัตราภาษีอากรแบบผันแปรไปตามน้ำหนักหรือสินค้า ตัวอย่างเช่น รองเท้ากีฬาจะเสียอากรที่อัตรา CHF206 ต่อ 100 กิโลกรัม, ชุดแต่งกายชนิดผ้าฝ้ายเรียกเก็บในอัตรา CHF171.00 ต่อ 100 กิโลกรัม 
การส่งของไปประเทศสวิสเซอร์แลนด์ บางชนิดสามารถนำเข้าโดยไม่ต้องเสียภาษีอากร (ตัวอย่างเช่นหนังสือ, เครื่องคอมพิวเตอร์แบบกระเป๋าหิ้ว และผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับอิเล็คทรอนิกส์อื่นๆ)

ภาษีมูลค่าเพิ่มประเทศสวิสเซอร์แลนด์

การส่งของไปประเทศสวิสเซอร์แลนด์ จะถูกเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มอยู่ที่ 8% ของยอดรวมตามราคาซีไอเอฟ (CIF ) บวกอากร (ถ้ามี)  สินค้าจำเป็นบางชนิดอย่างเช่นของกิน จะเรียกเก็บในอัตราที่ลดลงคือ 2.5%

ภาษีอากรขั้นต่ำประเทศสวิสเซอร์แลนด์

สวิสเซอร์แลนด์มีการเรียกเก็บภาษีอากรขั้นต่ำ แต่จะงดเก็บอากรและภาษีมูลค่าเพิ่มในกรณีดังนี้

การส่งของไปประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ที่มียอดรวมของไม่เกิน CHF5 จะไม่มีการเรียกเก็บภาษีอากร (Duty)

 ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ไม่มีการเรียกเก็บ ในกรณียอดรวมของภาษีมูลค่าเพิ่มไม่เกิน CHF5
 


ภาษีอื่นๆ และค่าธรรมเนียมกรมศุลกากรประเทศสวิสเซอร์แลนด์

การส่งของไปประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ประเภทยาสูบและแอลกอฮอล์ จะถูกเรียกเก็บภาษีสรรพสามิต (Excise Duty)

 

SME SHIPPING บริการส่งของไปสวิสเซอร์แลนด์ ส่งพัสดุไปสวิสเซอร์แลนด์ เราทำให้การส่งของเป็นเรื่องง่ายแค่ปลายนิ้ว ส่งของจากไทยไปสวิสเซอร์แลนด์ อัตราค่าส่งของไปสวิสเซอร์แลนด์ ค่าส่งของไปสวิสเซอร์แลนด์ อัตราค่าส่งพัสดุไปสวิสเซอร์แลนด์ ค่าส่งพัสดุไปสวิสเซอร์แลนด์ ค่าส่งไปรษณีย์ไปสวิสเซอร์แลนด์ ส่ง EMS ไปสวิสเซอร์แลนด์ ส่งของไปสวิสเซอร์แลนด์ทางเครื่องบิน ส่งของไปสวิสเซอร์แลนด์ทางเรือ วิธีส่งของไปสวิสเซอร์แลนด์ ส่งจดหมายไปสวิสเซอร์แลนด์ ส่งเอกสารไปสวิสเซอร์แลนด์ ส่งอาหารไปสวิสเซอร์แลนด์

 

สถานที่ทำการและช่องทางการติดต่อกรมศุลกากรประเทศสวิสเซอร์แลนด์

สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมจากเว็บไซต์กรมศุลกากรสวิสเซอร์แลนด์ เรื่องการประกาศขั้นตอนการนำเข้าและข้อจำกัดในการส่งของไปประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ได้ที่เว็บไซต์  :  https://www.ch.ch/en/swiss-customs

วิธีส่งของไปสวิสเซอร์แลนด์

การส่งของไปประเทศสวิสเซอร์แลนด์  SME SHIPPING ให้บริการส่งเอกสาร และ พัสดุ ผ่าน DHL EXPRESS, FEDEX EXPRESS, TNT EXPRESS, Global Mail, และบริการส่งทางเรือระหว่างประเทศ

ภาษีนำเข้าประเทศสเปน

ส่งของไปประเทศสเปน (Spain)

ภาษีและอากรขาเข้าสำหรับส่งของเข้าไปประเทศสเปน

ภาพรวม

성기능 장애는 남성들 사이에서 매우 흔한 문제로, 다양한 원인에 의해 발생할 수 있습니다. 스트레스, 불안, 그리고 건강 문제는 이 상태를 악화시킬 수 있으므로, 조기 인식과 치료가 중요합니다. 많은 남성들이 이러한 문제로 인해 자신감을 잃고 고통받고 있으며, 이는 개인의 삶에 심각한 영향을 미칠 수 있습니다. 이에 대한 해결책을 찾고자 하는 경우, 다양한 치료 방법과 정보가 필요합니다. 예를 들어, 특정 제품이나 서비스에 대한 정보는 korea-libido.com에서 확인할 수 있습니다.

เมื่อส่งของไปประเทศสเปน จากภายนอกสหภาพยุโรป ผู้รับจำเป็นต้องชำระภาษีอากรขาเข้า ไม่ว่าจะเป็นสินค้าใช้ส่วนบุคคล หรือเพื่อการพาณิชย์  การชำระภาษีอากรคำนวณตามราคาซีไอเอฟ (CIF) คือคำนวณจากมูลค่าของสินค้านำเข้าเต็มจำนวนบวกค่าประกันภัยและค่าขนส่ง (Cost, Insurance & Freight)
 


อัตราภาษีอากรประเทศสเปน

ประเทศสเปนคิดอัตราภาษีอากรอยู่ในเกณฑ์ระหว่าง 0% (เช่นหนังสือ) ถึง 17% (เช่น Wellington Boots). การส่งของไปประเทศสเปนบางชนิดได้รับการยกเว้นภาษีอากร เช่นเครื่องคอมพิวเตอร์แบบกระเป๋าหิ้ว, โทรศัพท์เคลื่อนที่, กล้องถ่ายรูปดิจิตัล และวีดีโอเกมส์

การส่งของไปประเทศสเปนฉพาะบางชนิดต้องชำระอากรเพิ่ม ขึ้นอยู่กับประเทศผู้ผลิตสินค้า ตัวอย่างเช่น รถจักรยานสองล้อนำเข้าจากประเทศจีนต้องเสียอากรเพิ่มอีกที่อัตรา 48.5% (anti-dumping) 

อัตราภาษีมูลค่าเพิ่มประเทศสเปน

การส่งของไปประเทศสเปนจะถูกเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มอยู่ที่ 21% โดยที่สินค้าชนิดเจาะจงจะเสียภาษีมูลค่าเพิ่มต่ำกว่าที่อัตรา 10% หรืออัตราพิเศษต่ำมากที่ 4% ภาษีมูลค่าเพิ่มคำนวณจากมูลค่าของสินค้าบวกค่าขนส่งระหว่างประเทศและค่าประกันภัยบวกอากรขาเข้า (ถ้ามี)
 


ภาษีอากรขั้นต่ำประเทศสเปน

สเปนมีการเรียกเก็บภาษีอากรขั้นต่ำ แต่จะงดเก็บอากรในกรณีดังนี้

ประเทศสเปนคิดสินค้านำเข้าราคาเอฟโอบี (หมายถึงมูลค่าของสินค้าเท่านั้น ไม่รวมค่าขนส่งและค่าประกันภัย) กรณีส่งของไปประเทศสโลวีเนียมูลค่าไม่เกิน  EUR150 จะไม่มีการเรียกเก็บภาษีอากร

การส่งของไปประเทศสเปน ที่มีมูลค่าไม่เกิน EUR22 จะไม่มีการเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)

ภาษีอื่นๆ และค่าธรรมเนียมกรมศุลกากรประเทศสเปน

การส่งของไปประเทศสเปน ประเภทยาสูบและแอลกอฮอล์ จะถูกเรียกเก็บภาษีสรรพสามิต (Excise Duty) และค่าธรรมเนียมศุลกากรสามารถเรียกเก็บเพิ่มครอบคลุมรวมถึงค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการตรวจสอบ, พิสูจน์ และหรือทดสอบของสินค้านำเข้า

 

SME SHIPPING บริการส่งของไปสเปน ส่งพัสดุไปสเปน เราทำให้การส่งของเป็นเรื่องง่ายแค่ปลายนิ้ว ส่งของจากไทยไปสเปน อัตราค่าส่งของไปสเปน ค่าส่งของไปสเปน อัตราค่าส่งพัสดุไปสเปน ค่าส่งพัสดุไปสเปน ค่าส่งไปรษณีย์ไปสเปน ส่ง EMS ไปสเปน ส่งของไปสเปนทางเครื่องบิน ส่งของไปสเปนทางเรือ วิธีส่งของไปสเปน ส่งจดหมายไปสเปน ส่งเอกสารไปสเปน ส่งอาหารไปสเปน
 


สถานที่ทำการและช่องทางการติดต่อกรมศุลกากรประเทศสเปน

สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมจากเว็บไซต์กรมศุลกากรสเปน เรื่องการประกาศขั้นตอนการนำเข้าและข้อจำกัดในการส่งของเข้าไปประเทศสเปน ได้ที่เว็บไซต์  :  https://www.agenciatributaria.es/AEAT.internet/en_gb/Inicio.shtml

วิธีส่งของไปสเปน

การส่งของไปประเทศสเปน  SME SHIPPING ให้บริการส่งเอกสาร และ พัสดุ ผ่าน DHL EXPRESS, FEDEX EXPRESS, TNT EXPRESS, Global Mail, และบริการส่งทางเรือระหว่างประเทศ

ภาษีนำเข้าประเทศสโลวาเกีย

ส่งของไปประเทศสโลวาเกีย (Slovakia)

ภาษีและอากรขาเข้าสำหรับส่งของเข้าไปประเทศสโลวาเกีย

ภาพรวม

เมื่อส่งของเข้าไปประเทศสโลวาเกียจากภายนอกสหภาพยุโรป ผู้รับจำเป็นจะต้องชำระภาษีอากรขาเข้าไม่ว่าจะเป็นสินค้าใช้ส่วนบุคคล หรือเพื่อการพาณิชย์  การชำระภาษีอากรคำนวณตามราคาซีไอเอฟ (CIF) คือคำนวณจากมูลค่าของสินค้านำเข้าเต็มจำนวนบวกค่าประกันภัยและค่าขนส่ง (Cost, Insurance & Freight)

남성의 성기능 문제가 신체적, 정서적 건강에 미치는 영향은 매우 큽니다. 이러한 문제를 겪는 많은 이들이 해결책을 찾기 위해 고군분투합니다. 특히, 불필요한 번거로움을 줄이기 위해 많은 사람들이 온라인으로 치료제를 찾고 있습니다. 온라인 약국 처방전 불필요로 의약품을 보다 쉽게 구입할 수 있는 방법이 주목받고 있습니다. 이러한 접근 방식은 효과적인 치료를 제공하면서도 현명한 소비를 가능하게 합니다. 추가 정보는 https://koreapills.com 에서 확인할 수 있습니다.

อัตราภาษีอากรประเทศสโลวาเกีย

ประเทศสโลวาเกียคิดอัตราภาษีอากรของอยู่ในเกณฑ์ระหว่าง 0% (เช่นหนังสือ) ถึง 17% (เช่น Wellington Boots). การส่งของไปประเทศสโลวาเกียบางชนิดได้รับการยกเว้นภาษีอากร เช่นเครื่องคอมพิวเตอร์แบบกระเป๋าหิ้ว, โทรศัพท์เคลื่อนที่, กล้องถ่ายรูปดิจิตัล และวีดีโอเกมส์

การส่งของไปประเทศสโลวาเกียบางชนิดต้องชำระอากรเพิ่ม ขึ้นอยู่กับประเทศผู้ผลิตสินค้า ตัวอย่างเช่น รถจักรยานสองล้อนำเข้าจากประเทศจีนต้องเสียอากรเพิ่มอีกที่อัตรา 48.5% (anti-dumping)
 


อัตราภาษีมูลค่าเพิ่มประเทศสโลวาเกีย

การส่งของไปประเทศสโลวาเกีย จะถูกเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มอยู่ที่ 20% โดยที่สินค้าชนิดเจาะจง ตัวอย่างเช่นหนังสือ
จะเสียภาษีมูลค่าเพิ่มต่ำกว่าที่อัตรา 10% ภาษีมูลค่าเพิ่มคำนวณจากมูลค่าของสินค้าบวกค่าขนส่งระหว่างประเทศและค่าประกันภัยบวกอากรขาเข้า (ถ้ามี)
 


ภาษีอากรขั้นต่ำประเทศสโลวาเกีย

สโลวาเกียมีการเรียกเก็บภาษีอากรขั้นต่ำ แต่จะงดเก็บอากรในกรณีดังนี้

ประเทศสโลวาเกีย คิดสินค้านำเข้าราคาเอฟโอบี (หมายถึงมูลค่าของสินค้าเท่านั้น ไม่รวมค่าขนส่งและค่าประกันภัย) กรณีส่งของไปประเทศสโลวาเกียมีมูลค่าไม่เกิน  EUR150 จะไม่มีการเรียกเก็บภาษีอากร (Duty)

การส่งของไปประเทศสโลวาเกีย มีมูลค่าไม่เกิน EUR22 จะไม่มีการเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) 

ภาษีอื่นๆ และค่าธรรมเนียมกรมศุลกากรประเทศสโลวาเกีย

การส่งของไปประเทศสโลวาเกีย ประเภทยาสูบและแอลกอฮอล์ จะถูกเรียกเก็บภาษีสรรพสามิต (Excise Duty) และค่าธรรมเนียมศุลกากรสามารถเรียกเก็บเพิ่มครอบคลุมรวมถึงค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการตรวจสอบ, พิสูจน์ และหรือทดสอบของสินค้านำเข้า
 


สถานที่ทำการและช่องทางการติดต่อกรมศุลกากรประเทศสโลวาเกีย

สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมจากเว็บไซต์กรมศุลกากรสโลวาเกีย เรื่องการประกาศขั้นตอนการนำเข้าและข้อจำกัดในการส่งของเข้าไปประเทศสโลวาเกีย ได้ที่เว็บไซต์  :  https://www.financnasprava.sk/en/financial-administration/financial-administration-bodie/customs-offices

วิธีส่งของไปประเทศสโลวาเกีย

การส่งของไปประเทศสโลวาเกีย  SME SHIPPING ให้บริการส่งเอกสาร และ พัสดุ ผ่าน DHL EXPRESS, FEDEX EXPRESS, TNT EXPRESS, Global Mail, และบริการส่งทางเรือระหว่างประเทศ

ภาษีนำเข้าประเทศรัสเซีย

ส่งของไปประเทศรัสเซีย (Russia)

ภาษีและอากรขาเข้าสำหรับส่งของเข้าไปประเทศรัสเซีย

ภาพรวม

เมื่อส่งชองไปประเทศรัสเซียจากภายนอกสหภาพยุโรป ผู้รับจำเป็นต้องชำระภาษีอากรขาเข้าไม่ว่าจะเป็นสินค้าใช้ส่วนบุคคล หรือเพื่อการพาณิชย์  ภาษีอากรอาจผันแปรเรียกจัดเก็บแยกตามประเภทผู้นำเข้า วิธีการประเมินคำนวณตามราคาซีไอเอฟ (CIF) คือการชำระอากรและภาษีคำนวณจากมูลค่าของสินค้านำเข้าเต็มจำนวนซึ่งรวมค่าสินค้า, ค่าประกันภัยและค่าขนส่ง (Cost, Insurance & Freight) อากรสินค้าอาจจัดเก็บตามอัตราร้อยละของมูลค่าสินค้า (Ad Valorem) หรือแบบเฉพาะต่อหน่วยของสินค้า เช่นคิดตามน้ำหนักหรือจำนวนชิ้น นอกเหนือจากค่าอากร การนำเข้าสินค้ายังมีภาษีมูลค่าเพิ่ม
 


อัตราภาษีมูลค่าเพิ่มประเทศรัสเชีย

การส่งของไปประเทศรัสเซีย จะถูกเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราที่ 18% ของยอดรวมตามราคาซีไอเอฟ (CIF ) บวกอากร (ถ้ามี)  สินค้าบางชนิดจะเรียกเก็บในอัตราที่ต่ำกว่าคือ 10% 
 


ภาษีอากรขั้นต่ำประเทศรัสเซีย

การส่งของไปประเทศรัสเซียเพื่อใช้ส่วนบุคคล หรือเพื่อการพาณิชย์  มีการกำหนดอัตราอากรและภาษีมูลค่าเพิ่มเรียกเก็บแตกต่างกัน สินค้านำเข้าเพื่อใช้ส่วนตัวไม่ว่าจะส่งมาทางไปรษณีย์ (Post) หรือส่งด่วนถึงผู้รับโดยตรง (Courier) มีมูลค่ารวมยอด นค้าตามราคาซีไอเอฟ EUR1,000 บวกกับน้ำหนักรวม 31 กิโลกรัม ภายในเวลาหนึ่งเดือนปฏิทินจะได้รับการยกเว้นอากรและภาษีมูลค่าเพิ่ม

การเก็บภาษีอากรขั้นต่ำอย่างใดอย่างหนึ่งของมูลค่าราคาซีไอเอฟ (CIF) หรือน้ำหนัก หรือเรียกเก็บทั้งสองอย่าง
มีข้อกำหนดจัดเก็บดังนี้

  • ถ้ามูลค่าของสินค้ามากกว่า EUR1,000 จะมีการเรียกเก็บอากรและภาษีมูลค่าเพิ่มรวมในอัตรา 30% ของ
    ส่วนเกินของราคาสินค้า แต่ถ้ามูลค่าของสินค้าไม่เกิน EUR2 ได้รับการงดเก็บ
  • ถ้าน้ำหนักของสินค้ามากกว่า 31 กิโลกรัม จะมีการเรียกเก็บอากรและภาษีมูลค่าเพิ่มรวม EUR4 ต่อกิโลกรัม ของส่วนเกินของน้ำหนัก
  • ถ้าทั้งมูลค่าของสินค้าและน้ำหนักมากกว่าอัตราที่กำหนด จะมีการเรียกเก็บอากรและภาษีเพิ่มรวมที่อัตรา 30% ของส่วนเกินของราคาสินค้า บากกับอัตราขั้นต่ำ EUR4ต่อกิโลกรัม
  • การส่งของไปประเทศรัสเซียเพื่อการพาณิชย์ จะต้องชำระอากรและภาษีมูลค่าเพิ่มโดยไม่คำนึงถึงมูลค่าของสินค้าหรือน้ำหนัก อัตราอากรขึ้นอยู่กับประเภทสินค้านำเข้า

ภาษีอื่นๆ และค่าธรรมเนียมกรมศุลกากรประเทศรัสเซีย


การส่งของไปประเทศรัสเซีย ไม่มีการเรียกจัดเก็บภาษีและค่าใช้จ่ายศุลกากรอื่นๆ

สถานที่ทำการและช่องทางการติดต่อกรมศุลกากรประเทศรัสเซีย


สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมจากเว็บไซต์กรมศุลกากรรัสเซีย เรื่องการประกาศขั้นตอนการนำเข้าและข้อจำกัดในการส่งของเข้าไปประเทศรัสเซีย ได้ที่เว็บไซต์  :  https://eng.customs.gov.ru

วิธีส่งของไปประเทศรัสเซีย

การส่งของไปประเทศรัสเซีย  SME SHIPPING ให้บริการส่งเอกสาร และ พัสดุ ผ่าน DHL EXPRESS, FEDEX EXPRESS, TNT EXPRESS, Global Mail, และบริการส่งทางเรือระหว่างประเทศ