ส่งของไปอเมริกา

“SME SHIPPING ให้บริการส่งของได้ทั่วโลก ชิ้นเดียวก็ส่งได้ รับพัสดุถึงบ้านทั่วประเทศ ติดต่อปรึกษาการส่งพัสดุฟรี”

คำนวณค่าส่งไปอเมริกา

ตรวจสอบราคาจัดส่ง
ตรวจสอบราคาจัดส่งเบื้องต้น

United States น้ำหนัก 2 kg

ส่งด่วน 1,990 บาท

ส่งของจากไทยไปอเมริกา สหรัฐอเมริกา หรือเมืองลุงแซม เป็นหนึ่งในประเทศกลุ่ม G8 และเป็นประเทศที่เศรษฐกิจมีระบบเสรี ประชากรส่วนมากเป็นชนชั้นกลางขึ้นไป ความเจริญจึงเติบโตได้อย่างรวดเร็ว และยังเป็นประเทศที่มีชิ้อด้านความเป็นผู้นำในธุรกิจหลายสาขา ที่สำคัญคือ GDP สูงเป็นอันดับต้นของโลก จึงเป็นประเทศที่เป็นมหาอำนาตทางเศรษฐกิจ ทำให้นักลงทุนจากทั่วทุกมุมโลกสนใจเข้าไปหาช่องทางและโอกาสในการทำธุรกิจ และค้าขายกับบริษัทในสหรัฐจำนวนมาก รวมไปถึงจากที่ไทยด้วยเช่นกัน

บริการส่งของจากไทยไปอเมริกากับ SME SHIPPING
ส่งของจากไทยไปอเมริกา
สำหรับการค้าระหว่างไทย-สหรัฐฯ ยังคงเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี โดยสินค้าส่งออกสำคัญจากไทยไปสหรัฐฯ ได้แก่ เสื้อผ้าสำเร็จรูป เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องรับวิทยุโทรทัศน์ อาหารกระป๋องและแปรรูป อัญมณี ยาง เฟอร์นิเจอร์ เครื่องไฟฟ้า แผงวงจร และกุ้งสดแช่แข็ง ส่วนสินค้าที่ไทยนำเข้าจากสหรัฐ คือ แผงวงจรไฟฟ้า เคมีภัณฑ์ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องจักรไฟฟ้า เครื่องมือทางการแพทย์ เครื่องมือการถ่ายภาพ เงินแท่ง และเส้นใยในการทอ

การขนส่งที่ดี คือการดูแลพัสดุของท่านให้ถึงปลายทางอย่างปลอดภัย

  • อเมริกา เปิดให้มีการลงทุนจากนักลงทุนต่างชาติโดยเสรี จึงไม่กำหนดวงเงินขั้นต่ำในการลงทุน
  • อเมริกามีกฎหมายในการจำกัดสัดส่วนของการลงทุน หรือชนิดของการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ เพราะ เรื่องของความมั่นคงทางทรัพยากรธรรมชาติ
ส่งพัสดุด่วนพิเศษ
EXPRESS PREMIUM

ความคุ้มครองกรณีสูญหาย 10,000 บาท (ซื้อประกันเพิ่มได้)
บริการรับถึงหน้าบ้าน
อัพเดทสถานะได้ตลอด 24 ชม.
ระยะเวลานำส่งโดยประมาณ 2-5 วันทำการ
เหมาะสำหรับคนที่ต้องการความรวดเร็วเร่งด่วนและดูแลพัสดุใกล้ชิด

ส่งพัสดุด่วน EXPRESS PLUS

ความคุ้มครองกรณีสูญหาย 5,000 บาท (ซื้อประกันเพิ่มได้)
บริการรับถึงหน้าบ้าน
อัพเดทสถานะได้ตลอด 24 ชม.
ระยะเวลานำส่งโดยประมาณ 5-7 วันทำการ
เหมาะสำหรับคนที่ต้องการความรวดเร็วในการจัดส่ง

ส่งแบบประหยัด AIRMAIL PLUS

ส่งพัสดุน้ำหนักเบาไม่เกิน 2 กิโลกรัม ความคุ้มครองกรณีสูญหาย 1,500 บาท (ซื้อประกันเพิ่มได้)
บริการรับถึงหน้าบ้าน
อัพเดทสถานะได้ตลอด 24 ชม.
ระยะเวลานำส่งโดยประมาณ 7-30 วันทำการ
เหมาะสำหรับลูกค้าที่ขายสินค้า e-Commerce

SME SHIPPING ทำให้การส่งของไปอเมริกาง่ายขึ้น

ทั้งในเรื่องการเตรียมเอกสาร การบรรจุภัณฑ์สินค้า ที่มีทั้งแบบกล่องไปจนถึงลังไม้รมควัน เพื่อให้เหมาะกับการทั้งจากลูกค้าทั่วไป รวมไปถึงลูกค้าที่เป็นธุรกิจที่ต้องส่งสินค้าขนาดใหญ่ หรือจำนวนมาก
SME SHIPPING ไอคอนบริการส่งของไปต่างประเทศ

ทำไมต้อง SME SHIPPING ?

ตอบโจทย์ทุกความต้องการสำหรับทุกการขนส่งเพื่อคุณโดยเฉพาะ​

ประสบการณ์ด้านการขนส่งระหว่างประเทศ

ทีมงานของเรามีประสบการณ์ด้านการขนส่งระหว่างประเทศ พร้อมช่วยให้การส่งของไปต่างประเทศเป็นเรื่องง่าย

ครอบคลุมทุกรูปแบบการขนส่ง

เรามีเครือข่ายบริษัทการขนส่งชั้นนำระดับโลก ครอบคลุมทุกรูปแบบการขนส่งสินค้าทั้งการส่งของไป (ชื่อประเทศ) ทางเรือ หรือส่งของไป (ชื่อประเทศ) ทางเครื่องบิน

บริการเสริมเพื่อช่วยในการส่งของ

เรามีบริการเพิ่มเติม เพื่อช่วยให้การส่งของไปต่างประเทศของคุณ ได้รับความสะดวก ทั้งการแพ็คสินค้า การจัดทำเอกสารและรับพัสดุถึงที่บ้าน

ประกันภัยสินค้าตามมูลค่าจริง

ส่งถึงมือผู้รับ อย่างปลอดภัย เพราะเรามีบริการเสริมประกันภัยสินค้าตามมูลค่าจริง

สามารถตรวจสอบสถานะ 24 ชั่วโมง

สามารถตรวจสอบสถานะได้ด้วยตัวเองตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจในการใช้บริการของเรา

ใส่ใจทุก Shipment

เราช่วยตรวจสอบข้อมูลและประสานงานในแต่ละขั้นตอน เพื่อสร้างความมั่นใจในการส่งของไปต่างประเทศ

วิธีการส่งของไปอเมริกา ผ่าน SME SHIPPING

ขั้นตอนที่ 1 เตรียมข้อมูลสำหรับส่งของไปอเมริกา

ติดต่อ SME SHIPPING

ติดต่อ SME SHIPPING ผ่านช่องทางต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น โทรศัพท์, Line@, Facebook Messenger หรือหน้าเว็บของ SME SHIPPING โดยแจ้งรายละเอียดของสินค้าที่ต้องการส่งไปอเมริกา และทางเราจะประเมิณอัตราค่าส่งไปรษณีย์ไปอเมริกาเบื้องต้น แล้วแจ้งราคาให้ลูกค้าทราบ

ขั้นตอนที่ 2 แพ็กพัสดุสำหรับส่งของไปอเมริกา

เจ้าหน้าที่จะทำการ Booking

หากลูกค้าตัดสินใจใช้บริการของ SME SHIPPING เจ้าหน้าที่จะทำการ Booking เพื่อให้ Messenger เข้าไปรับสินค้าถึงมือลูกค้า

ขั้นตอนที่ 3 ตรวจเอกสารก่อนส่งของไปอเมริกา

Messenger รับสินค้า

Messenger รับสินค้าที่ต้องการส่งถึงมือลูกค้า พร้อมชี้แจงรายละเอียดที่ลูกค้าต้องกรอกข้อมูล และจึงนำกลับมาที่บริษัท

ขั้นตอนที่ 4 เลือกบริการขนส่งไปอเมริกา

แพ็กสินค้า

เมื่อของที่ต้องการส่งมาถึงบริษัท สินค้าจะถูกชั่งน้ำหนัก วัดขนาด และแพ็กสินค้าก่อนส่งให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายดำเนินการ เพื่อคำนวณราคา และจัดทำเอกสารสำหรับการส่งของให้ลูกค้าทราบ

ขั้นตอนที่ 5 ติดตามพัสดุที่ส่งไปอเมริกา

ดำเนินการส่งออกได้ทันที

หากลูกค้ายอมรับข้อตกลงต่าง ๆ ได้แล้ว ก็สามารถดำเนินการส่งออกได้ทันที แต่หากลูกค้าติดปัญหาหรือต้องการปรับเปลี่ยนการส่ง สินค้าก็จะถูกส่งกลับไปที่ขั้นตอนการชั่งน้ำหนัก วัดขนาด และแพ็กสินค้าใหม่ ว่าสามารถปรับลดได้อย่างไรบ้าง เพื่อให้เกิดราคาที่พอใจกับลูกค้า

คำถามที่พบบ่อย

เพื่อความสะดวกรวดเร็ว ลูกค้าควรมีข้อมูลเบื้องต้นเพื่อแจ้งฝ่ายบริการลูกค้า ดังนี้
ชื่อและนามสกุลของผู้รับปลายทาง
หมายเลขโทรศัพท์ของผู้รับปลายทาง
รหัสไปรษณีย์ของเมืองปลายทาง
รายละเอียดของพัสดุหรือซองเอกสาร เพื่อใช้ในการตรวจสอบเบื้องต้น เช่น ของภายในเป็นอะไร ขนาดสัดส่วน น้ำหนัก เป็นต้น

ขึ้นอยู่กับบริการที่ลูกค้าเลือกใช้ และประเทศปลายทาง ตัวอย่างเช่น

เลือกใช้บริการ EXPRESS PREMIUM จะใช้ระยะเวลาในการขนส่ง 2-5 วันทำการ

เลือกใช้บริการ EXPRESS PLUS จะใช้ระยะเวลาในการขนส่ง 5-7 วันทำการ

เลือกใช้บริการ AIRMAIL PLUS จะใช้ระยะเวลาในการขนส่ง 7-30 วันทำการ

SME SHIPPING มีบริการรับเอกสารและพัสดุภัณฑ์ถึงหน้าประตูบ้านท่าน และส่งมอบให้ถึงมือผู้รับ ปลายทางได้ทั่วโลก (Door to Door Service)
หากต้องการสอบถามค่าบริการขนส่ง รบกวนเตรียมข้อมูลดังนี้
  1. ประเทศ 2. ชื่อเมือง 3. รหัสไปรษณีย์ (ถ้ามี)
  2. น้ำหนัก (กิโลกรัม )และขนาดของกล่องพัสดุ (เซนติเมตร) 5. รายการสินค้าที่ต้องการส่ง
SME SHIPPING จะใช้น้ำหนักพัสดุเปรียบเทียบกับปริมาตรกล่อง ถ้าน้ำหนักพัสดุมากกว่าปริมาตร กล่อง ให้ใช้น้ำหนักของพัสดุเป็นเกณฑ์ในการคำนวณราคา แต่ถ้าหากปริมาตรกล่องมากกว่าน้ำหนักพัสดุ ก็จะคำนวณราคาจากปริมาตรกล่องแทน

เงื่อนไขการให้บริการ :

  1. การคำนวณค่าบริการจะทำโดยการเปรียบเทียบระหว่างน้ำหนักสินค้าและปริมาตรของพัสดุโดยใช้สูตร: ปริมาตร = กว้าง x ยาว x สูง (เซนติเมตร) แล้วนำมาหาร 5,000 เพื่อหาน้ำหนักปริมาตร (กิโลกรัม).
  2. สินค้าที่ไม่รับบริการจัดส่งได้แก่: อาหารสด, วัตถุอันตรายหรือติดไฟง่าย, น้ำหอมและสเปร์, สินค้าลอกเลียนแบบหรือของปลอมทุกชนิด, วัตถุอนาจาร, สิ่งมีชีวิต, ซาก, ชิ้นส่วนของสัตว์, เถ้ากระดูกมนุษย์, ทองแท่ง, เงินสด, หินมีค่า (ที่ยังไม่ผ่านการเจียรไน), ปืน, ลูกกระสุนปืน, วัตถุระเบิด, สินค้าผิดกฎหมาย.
  3. พื้นที่ปลายทางนอกเขตบริการหรือ Remote area จะมีการคิดค่าบริการเพิ่มเติม (กรุณาสอบถามพนักงานก่อนการจัดส่ง).
  4. สินค้าที่หนักเกิน 70 กิโลกรัม/กล่อง จะมีการคิดค่าบริการเพิ่มเติม (กรุณาสอบถามพนักงานก่อนการจัดส่ง).
  5. บริการขนส่งของเหลวยกเว้นของเหลวที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์และอัดก๊าซ รวมถึงวัตถุไวไฟทุกประเภท ในกรณีที่เป็นสินค้าเหลวบางชนิดที่อาจเกิดอันตรายอาจต้องมีเอกสาร MSDS เพิ่มเติม.
  6. การทำประกันสินค้าคำนวณจาก 2.5 เปอร์เซ็นต์ของราคาสินค้าจริงหรือขั้นต่ำ 500 บาท โดยความคุ้มครองไม่เกิน 20,000 บาท.
  7. กรณีมีการเรียกเก็บค่าภาษีนำเข้าจากปลายทาง ผู้รับปลายทางต้องเสียภาษี โดยอัตราค่าภาษีขึ้นอยู่กับเเต่ละประเทศ

เงื่อนไขการรับประกันสินค้า :

  1. กรณีสินค้าเกิดความเสียหายจากกระบวนการนำส่ง ผู้รับปลายทางต้องแจ้ง มายังบริษัท ภายใน 7 วันนับจากวันที่ได้รับสินค้า โดยผู้รับต้องเก็บรวบรวมข้อมูลและรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับความเสียหายให้ครบถ้วน เช่น ภาพถ่ายลักษณะของกล่องที่ได้รับ ภาพถ่ายสินค้าภายในกล่อง รายละเอียดใบขนส่งสินค้า วันเวลาที่ได้รับสินค้า ข้อมูลของผู้รับที่ครบถ้วน.
  2. วงเงินคุ้มครองประกันภัยสินค้าจะเริ่มคุ้มครองตั้งแต่สินค้าอยู่ภายใต้การดูแลของ บริษัทขนส่งนั้นๆ จนถึงการส่งมอบให้ผู้รับปลายทาง ครอบคลุมทั้งการสูญเสียและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการขนส่งสินค้า ซึ่งคำนวณจากน้ำหนักและมูลค่าของสินค้า ในกรณีที่สินค้าเสียหายบางส่วน จะคำนวณจากน้ำหนักของสินค้าที่เสียหายตามจริง.
  3. กรณีสินค้าไม่ผ่านศุลกากรหรือถูกศุลกากรดึงออก การเกิดสถานการณ์ดังกล่าวเป็นไปได้เนื่องจากสินค้าผิดกฏหมาย สินค้าประกอบด้วยสินค้าอันตราย สินค้าต้องห้าม หรือสินค้าที่ถูกควบคุมโดยสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ ซึ่งอาจไม่ได้สำเแดงในใบรายการสินค้า ในกรณีนี้ การติดต่อประสานงานระหว่างประเทศต้นทางและประเทศปลายทางอาจส่งผลให้ความล่าช้า.
  4. กรณีสินค้าสูญหายทั้งกล่อง ผู้รับปลายทางต้องทำการแจ้งความประสงค์เพื่อเรียกร้องการเคลม ภายใน 7 วันนับจากวันที่ บริษัท ยอมรับการขนส่ง หากผู้รับไม่ดำเนินการภายในเวลาดังกล่าว เราจะไม่รับผิดชอบใดๆ โดยการเรียกร้องจะถูกจำกัดอยู่ที่หนึ่งสิทธิต่อการขนส่งหนึ่งครั้ง ซึ่งผู้รับต้องเเจ้งข้อมูลความเสียหายทั้งหมดพร้อมรูปภาพความเสียหายอย่างครบถ้วน เพื่อใช้ในการพิจารณาและตรวจสอบข้อมูล ก่อนการชำระเงินคืน สำหรับการสูญเสียดังกล่าว.
  5. ระยะเวลาในการเคลมประกันสินค้า การดำเนินการจะใช้ระยะเวลาในการตรวจสอบรายละเอียดประมาณ 10 วันทำการ และขั้นตอนด้านการคืนเงินชดใช้อีกเวลาอีกประมาณ 14 วันทำการ ซึ่งอาจมีความล่าช้าเนื่องจากเป็นการติดต่อประสานงานระหว่างประเทศต้นทางและประเทศปลายทางที่มีข้อจำกัดด้านเวลา.

เริ่มต้นส่งสินค้ากับเรา ง่ายๆ

กับเราในราคาที่ประหยัดกว่ารับข้อเสนอพิเศษทันที

ภาษีและอากรขาเข้า สำหรับการส่งของ และ ส่งพัสดุไปอเมริกา

 

เมื่อ ส่งของจากไทยไปอเมริกา ผู้รับจำเป็นจะต้องชำระภาษีอากรขาเข้า ไม่ว่าจะเป็นสินค้าใช้ส่วนบุคคล หรือเพื่อการพาณิชย์ วิธีการประเมินคำนวณตามราคาเอฟโอบี (เสียค่าขนส่งจนถึงเรือ), คือการชำระอากรและภาษีคำนวณจากเฉพาะมูลค่าของสินค้านำเข้าเต็มจำนวน  อย่างไรก็ตาม อากรบางชนิดเรียกเก็บตามส่วนของมูลค่าสินค้าและส่วนของปริมาณสินค้านอกเหนือจากอากรสำหรับการส่งของไปประเทศสหรัฐอเมริกา ยังมีการเรียกจัดเก็บค่าธรรมเนียมการค้า (Merchandising Processing Fee), ภาษีขาย (Sales Tax) และภาษีเงินได้ (Internal Revenue Tax)

อัตราภาษีอากรสำหรับการส่งของ และส่งพัสดุไปอเมริกา

การส่งของไปประเทศสหรัฐอเมริการ จะคิดอัตราภาษีอากรโดยเรียกเก็บแบบ Ad Valorem (as a percentage of value) คือคิดอัตราร้อยละ ของมูลค่าสินค้า หรือแบบเฉพาะเจาะจง (dollars/cents per unit) คือคำนวณราคาต่อหน่วย อัตราภาษีอากรแตกต่างกันตามประเภทสินค้า

ภาษีขายประเทศสหรัฐอเมริกา

ในประเทศสหรัฐอเมริกาภาษีขายไม่ได้เรียกเก็บจากการนำเข้าสินค้าโดยอัตโนมัติ อย่างไรก็ตามด่านศุลกากรของแต่ละรัฐ (Customs & Border Protection (CBP)) สามารถเป็นผู้ดำเนินการแทนในการเรียกเก็บภาษีรัฐจากผู้นำเข้า

ภาษีอากรขั้นต่ำประเทศสหรัฐอเมริกา

เงื่อนไขการยกเว้นภาษีอากรสำหรับสินค้ามูลค่าต่ำของสหรัฐอเมริกามีการเปลี่ยนแปลง ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจาก U.S. Customs and Border Protection (www.cbp.gov) ก่อนส่ง (ตรวจล่าสุด 15 กันยายน 2569)

ภาษีอื่นๆ และค่าธรรมเนียมกรมศุลกากรประเทศสหรัฐอเมริกา

ในประเทศสหรัฐอเมริกา CBP จะเรียกเก็บภาษีระดับสหพันธ์รัฐและค่าธรรมเนียมแทนหน่วยงานสหพันธ์รัฐคล้ายกับหน่วยงานจัดเก็บภาษีอากรของประเทศ (Internal Revenue Service) ซึ่งขึ้นอยู่กับชนิดของสินค้าในการนำเข้า การชำระค่าธรรมเนียมของผู้นำเข้าจะขึ้นอยู่กับรูปแบบของการนำเข้าและวิธีขนส่ง

  • ภาษีสรรพสามิต (Federal Excise Tax) เรียกเก็บจากสินค้าแอลกอฮอล์และยาสูบ
  • ธรรมเนียมการค้า (Merchandise Processing Fee(MPF)) เรียกเก็บจากการนำสินค้าเข้าเพื่อการค้า (Formal Entries) และเพื่อใช้ส่วนบุคคล (Informal Entries)

อัตราค่าธรรมเนียมขึ้นอยู่กับประเภทและมูลค่าของการนำเข้า ควรตรวจสอบอัตราล่าสุดจาก U.S. Customs and Border Protection

การขอคืนภาษีอากรประเทศสหรัฐอเมริกา

ส่งของจากไทยไปอเมริกา ในกรณีชำระภาษีอากรเกินหรือส่งสินค้าคืนไปยังผู้ส่งออก, ผู้นำเข้ามีสิทธิ์ขอคืนภาษีอากร ซึ่งสามารถศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติมได้

ส่งของไปอเมริกา ส่งพัสดุไปอเมริกา เราทำให้การส่งของเป็นเรื่องง่ายแค่ปลายนิ้ว ส่งของจากไทยไปอเมริกา ส่งของไป USA อัตราค่าส่งของไปอเมริกา ค่าส่งของไปอเมริกา อัตราค่าส่งพัสดุไปอเมริกา ค่าส่งพัสดุไปอเมริกา ค่าส่งไปรษณีย์ไปอเมริกา ส่ง EMS ไปอเมริกา ส่งของไปอเมริกาทางเครื่องบิน ส่งของไปอเมริกาทางเรือ ส่งจดหมายไปอเมริกา ส่งเอกสารไปอเมริกา ส่งอาหารไปอเมริกา

สถานที่ทำการและช่องทางการติดต่อกรมศุลกากรประเทศสหรัฐอเมริกา

ส่งของจากไทยไปอเมริกา สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมจากกรมศุลกากรและด่านกรมศุลกากรสหรัฐอเมริกา เรื่องการประกาศขั้นตอนการนำเข้าและข้อจำกัดในการส่งของเข้าไปประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ที่เว็บไซต์  :  https://www.cbp.gov

วิธีส่งของ และส่งพัสดุไปอเมริกา

ส่งของจากไทยไปอเมริกา การส่งของไปประเทศสหรัฐอเมริกา SME SHIPPING ให้บริการส่งเอกสารและพัสดุผ่านบริการ Express และ Airmail Plus โดยประสานงานกับผู้ให้บริการขนส่งระหว่างประเทศ เช่น DHL และ FedEx รวมถึงบริการขนส่งสินค้าทางทะเล

ค่าส่งของไปอเมริกาคิดจากอะไร

 

ส่งของจากไทยไปอเมริกา แพงไหม

การที่ธุรกิจขยายตัวเติบโตคงเป็นเรื่องปกติ ถ้าเราจะมองหาช่องทางการจำหน่ายช่องทางอื่นเพิ่ม เพื่อขยายโอกาสทางธุรกิจของคุณ ซึ่งในปัจจุบันช่องทางการจำหน่ายสินค้ามีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างมาก ด้วยสาเหตุจากการพัฒนาแพลตฟอร์มการขายออนไลน์ที่เพิ่มขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการสามารถจำหน่ายสินค้าได้เพิ่มจากเดิม โดยที่ไม่ต้องมีหน้าร้าน รวมไปถึงเป็นการเปิดโอกาสให้มีพื้นที่ในการจำหน่ายสินค้าไปยังต่างประเทศอีกด้วย แล้วผู้ประกอบการจะเตรียมตัวยังไงหากมีการซื้อขายแล้วต้องทำการส่งสินค้าไปต่างประเทศอย่างอเมริกา วันนี้ทาง SME SHIPPING ได้หาข้อมูลมาให้กับคุณแล้ว 

สิ่งสำคัญอย่างแรกที่จะต้องรู้

เวลาที่เราส่งพัสดุไปต่างประเทศ แน่นอนว่าต้องมีเรื่องของการเสียภาษีอากรเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ไม่ว่าจะเป็นภาษีนำเข้าและภาษีส่งออก แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าจะต้องจ่ายภาษีตัวไหนและจ่ายเมื่อไหร่ รวมถึงคำถามสำคัญที่หลายๆคนให้ความสนใจคือ จะต้องเสียภาษีนำเข้าและส่งออกเท่าไหร่ ใครเป็นคนที่เสียภาษีนำเข้าส่งออกระหว่างผู้รับกับผู้ส่ง

เราจะเสียภาษีนำเข้า ภาษีส่งออก เมื่อใด ?

การเสียภาษีอากรจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อสินค้าของคุณเดินทางไปถึงประเทศปลายทาง แล้วสินค้ามีมูลค่าเกินหลักเกณฑ์ที่ประเทศปลายทางกำหนด ก็จะมีการเรียกเก็บค่าภาษีก่อนที่จะนำสินค้าเข้ามาในประเทศนั้นๆ โดยปกติแล้วการเสียภาษีจะเป็นความรับผิดชอบของ “ผู้รับ” เรียกว่าการเสียค่าภาษีนำเข้า และจำนวนภาษีที่จะต้องเสียนั้นขึ้นอยู่กับกฎเกณฑ์ในการเรียกเก็บภาษีของแต่ละประเทศ สินค้าแต่ละชนิดจะมีอัตราภาษีที่แตกต่างกัน

แต่ละประเทศที่คุณส่งสินค้าไปนั้น จะมีกฎเกณฑ์ในการเรียกเก็บภาษีนำเข้าที่ไม่เหมือนกัน ส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับประเภทสินค้า ส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับความร่วมมือเขตเศรษฐกิจระหว่างประเทศต้นทางกับปลายทาง และอีกส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับพิกัดของสินค้าและมูลค่าของสินค้านั้นๆ แต่ถ้าหากสินค้าที่จะนำเข้าประเทศปลายทาง มีมูลค่าต่ำกว่าจำนวนเกณฑ์ที่กำหนดเอาไว้ ก็จะไม่ต้องจ่ายภาษีนั่นเอง 

ภาษีนำเข้าประเทศอเมริกา

ราคาค่าจัดส่งไม่รวม ภาษีนำเข้าประเทศอเมริกา สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์ https://www.cbp.gov/trade/basic-import-export

กฎระเบียบการส่งออกของประเทศอเมริกา

1) ในการจะส่งออกสินค้าประเทศอเมริกา ผู้ส่งออกต้องทราบว่าสินค้าที่จะส่งออกอเมริกาต้องได้รับใบอนุญาตการส่งออก (export license)  แต่สินค้าโดยส่วนใหญ่นั้นไม่จำเป็นต้องขอใบอนุญาตจากหน่วยงานในอเมริกาก่อนการส่งออก มีเพียงสินค้าบางประเภทที่ต้องได้รับการรับรองจากหน่วยงานในประเทศอเมริกา ซึ่งผู้ส่งออกจะต้องตรวจสอบว่าสินค้านั้น เป็นสินค้าควบคุมการส่งออกของหน่วยงานในประเทศอเมริกาหรือไม่ และสินค้านั้นต้องไม่ใช่สินค้าห้ามนำเข้าในประเทศปลายทาง 

สรุปแล้ว หากต้องการนำเข้าส่งออกอเมริกา จำเป็นต้องทราบข้อมูลคร่าวๆเหล่านี้ เพื่อเป็นความรู้เบื้องต้นและเป็นแนวทางก่อนจะมีการนำเข้าส่งออกอเมริกา หากสนใจนำเข้าส่งออกอเมริกา SME SHIPPING ให้บริการขนส่งสินค้าแบบครบวงจรในราคาที่เหมาะสม พร้อมบริการอื่นๆอีกมากมาย เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ลูกค้าทุกท่าน ไม่ว่าจะเป็นบริการแพ็คสินค้า เตรียมเอกสารสำหรับส่งออก เดินพิธีการขาเข้าและขาออก สนใจส่งออก-นำเข้า สินค้า

 
ภาษีและค่าใช้จ่ายในการส่งของข้ามประเทศไม่ได้มีอัตราเดียวตายตัวสำหรับทุกการส่ง แต่ค่าใช้จ่ายต่างๆ นั้นจะมีหลายอัตราขึ้นอยู่กับปัจจัยต่อไปนี้
  • ประเทศต้นทางของผู้ส่ง และประเทศปลายทางที่ผู้รับอาศัยอยู่ 

  • ประเภทของสิ่งของที่จัดส่ง ของบางอย่างไม่ต้องเสียภาษีแต่บางอย่างก็ต้องเสียภาษี ขณะเดียวกัน สิ่งของบางอย่างไม่เสียภาษีในการส่ง แต่ต้องผ่านการเสียภาษีที่ศุลกากรของประเทศปลายทาง โดยผู้รับเป็นผู้จ่าย

  • มูลค่าของที่จัดส่ง ถ้าสิ่งของที่ส่งไปมีมูลค่าสูงเกินกำหนดก็ต้องเสียภาษี

  • น้ำหนักและขนาดของสิ่งของ ปัจจัยข้อนี้มีผลต่อค่าส่ง

 

ช่องทางการขนส่งสินค้าไปประเทศอเมริกา

ส่งของไปอเมริกามีช่องทางการจัดส่งสินค้าทั้งหมด 2 ช่องทาง คือ

1) การขนส่งสินค้าทางเครื่องบิน (AIR FREIGHT)

การขนส่งทางเครื่องบินหรือทางอากาศ เป็นการขนส่งสินค้าที่ได้รับความนิยมในการนำเข้าส่งออกเมริกามากที่สุดทั้งสะดวกและรวดเร็ว แต่ก็มีค่าใช้จ่ายที่สูง เหมาะกับสินค้าที่มีขนาดเล็ก ปริมาณไม่มาก 

2)การขนส่งสินค้าทางเรือ (SEA FREIGHT)

การขนส่งสินค้าทางเรือ หรือทางน้ำ เป็นการขนส่งสินค้าที่เหมาะกับสินค้าขนาดใหญ่ และสินค้าที่นำมาจัดส่งต้องไม่เป็นสินค้าที่เร่งด่วน สามารถทนต่อสภาพแวดล้อมได้ ตัวอย่างเช่น เครื่องจักร เฟอร์นิเจอร์ เป็นต้น 

ให้บริการส่งสินค้าในราคาประหยัด พร้อมผู้เชี่ยวชาญด้านการส่งของไปอเมริกา คอยให้คำปรึกษาตลอดทุกขั้นตอนการจัดส่ง บริการ ส่งของไปอเมริกา ไม่ว่าจะเป็นเอกสาร พัสดุขนาดเล็ก และสินค้าขนาดใหญ่ทั้งทางเครื่องบินและทางเรือ สำหรับผู้ประกอบการรายใหญ่และรายย่อย (SMEs), บุคคลทั่วไปที่ต้องการส่งของไปอเมริกา, และคนไทยในอเมริกาที่ต้องการนำเข้าสินค้าจากไทย

ห้ามส่งอะไรไปอเมริกา

เชื่อว่า ประเทศอเมริกา คือหนึ่งในจุดหมายปลายทางสำคัญที่หลายๆคนต้องการที่จะส่งของไป เนื่องจากเป็นประเทศมหาอำนาจด้านเศรษฐกิจโลกและมีจำนวนประชากรเยอะ ดังนั้น เพื่อให้มั่นใจว่าของที่จัดส่งไป จะถึงมือผู้รับอย่างราบรื่น แม้ว่ากฎหมายในต่างแดนจะมีข้อจำกัดมากมาย แต่การส่งของไปประเทศอเมริกานั้นไม่ยากอย่างที่คิด หากเรามีการเตรียมตัวให้พร้อม วันนี้ SME SHIPPING จะมาให้ข้อมูล ห้ามส่งอะไรไปอเมริกา กฎระเบียบการนำเข้าอเมริกา สิ่งของที่ห้ามส่ง และการจัดเตรียมพัสดุเพื่อนำส่ง แบบเข้าใจง่ายๆ มาแนะนำกัน

กฎระเบียบการนำเข้าอเมริกา

ในการนำเข้าสินค้าประเทศอเมริกา ผู้นำเข้าจะต้องเสียอัตราภาษีนำเข้าหรือภาษีอากรที่แยกตามแต่ละประเภทของสินค้าก่อนจึงจะนำสินค้าออกจากปลายทางได้  

 

สินค้านำเข้าที่ต้องมีใบอนุญาตนำเข้า หรือใบอนุญาตประกอบการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 

-สินค้าที่ต้องมีใบอนุญาตนำเข้า ได้แก่ – เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ – ยารักษาโรคบางชนิด – ผลไม้ ผักและพืชประเภทถั่วต่างๆ (nuts) – นม ผลิตภัณฑ์เนย และผลิตภัณฑ์ที่ทําจากนมและเนย – พืชและผลิตภัณฑ์จากพืช – น้ำมันและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม 

-สินค้าที่มีเครื่องหมายการค้า (trademark) หรือมีลิขสิทธิ์ (copyright) การนําเข้าต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบที่กำหนด 

-สินค้าประเภทอาหารแห้ง หากต้องการนำเข้าอเมริกาควรส่งไม่เกิน 10 -20 กิโลกรัม หากเกินต้องมีเอกสารFood and Drug Administration (FDA) ควบคุมสินค้าอาหารและยา หรือขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศุลกากรจะพิจารณา

 

สิ่งของที่ห้ามส่งไปอเมริกา ดังนี้

  • สัตว์ที่มีชีวิต ไม่รับส่งสิ่งมีชีวิตทุกประเภทผ่านทางพัสดุ หากต้องการส่งสิ่งมีชีวิตไปต่างประเทศจะมีบริการส่งอีกรูปแบบหนึ่งโดยเฉพาะ ซึ่งเหมาะสมเเละเป็นไปตามเงื่อนไขของกรมศุลกากร เพราะการส่งไปต่างประเทศต้องใช้เวลา และระบบการขนส่งก็ต้องเสี่ยงกับอันตรายจากการวางพัสดุซ้อนๆกันมากมาย การส่งสัตว์ด้วยวิธีนี้เป็นการทรมานสัตว์และอาจทำให้เสียชีวิตได้ 
  • สิ่งเสพติด ทุกประเภท ไม่ว่าจะยาบ้า ยาม้า ไอซ์ หรือแม้กระทั้งกัญชาก็ไม่รับส่งไปต่างประเทศ เนื่องจากเป็นสิ่งผิดกฎหมาย หากมีการตรวจพบ ผู้ส่งต้องได้รับโทษตามกฎหมาย
  • สื่อลามกอนาจารทุกชนิด หรือสิ่งของที่มีถ้อยคำ เครื่องหมาย ลวดลายสื่อไปทางลามกอนาจาร 
  • วัตถุระเบิด และวัตถุไวไฟทุกชนิด สิ่งที่ติดไฟง่าย อย่างดอกไม้ไฟ ประทัด แอลกอฮอล์ น้ำมันก๊าด และวัตถุไวไฟต่างๆ ไม่สามารถส่งได้ เนื่องจาก อาจก่อให้เกิดประกายไฟและระเบิดระหว่างการขนส่งได้ ถือเป็นสิ่งของต้องห้ามอย่างเด็ดขาด เพราะทำให้เสี่ยงต่อผู้อื่นทั้งชีวิตและทรัพย์สิน 
  • วัตถุมีคมที่ไม่มีสิ่งหุ้มห่อ เป็นสิ่งที่เสี่ยงต่ออันตรายเช่นกัน จึงห้ามส่งทางไปรษณีย์ไปต่างประเทศ
  • ธนบัตรหรือตราสารหนี้ หลายคนมักเข้าผิดว่าส่งได้ แต่จริงๆแล้วส่งไม่ได้ เพราะเสี่ยงต่อการสูญหายอย่างมาก หากต้องการส่งเงินไปต่างประเทศ แนะนำโอนผ่านบัญชีธนคารที่ไว้วางใจดีกว่า
  • ของปลอม หรือของเลียนแบบสินค้าที่มีลิขสิทธิ์ ของก็อปปี้แบรนด์ และ ของละเมิดลิขสิทธิ์เป็นการกระทำผิดกฎหมาย จึงไม่สามารถส่งไปต่างประเทศได้
  • อาหารสด อาหารที่ต้องควบคุมอุณหภูมิ อาหารแห้งสามารถส่งไปต่างประเทศได้ แต่อาหารสดไม่สามารถส่งเป็นพัสดุแบบธรรมดาไปต่างประเทศได้ เนื่องจากอาจเกิดการเน่าเสียระหว่างการขนส่ง หากต้องการส่งแนะนำเป็น การขนส่งแบบควบคุมอุณหภูมิ ซึ่งจะสามารถรักษาอุณภูมิสินค้าไปได้จึงถึงปลายทาง
  •  เนื้อสัตว์ที่มีส่วนผสม ของหมู ไก่ และไข่ อย่างเช่น หมูแผ่น หมูหยอง 
  • ยารักษาโรค ที่ไม่มีใบสั่งจากแพทย์ 
  • เอกสารข้อมูลบุคคล เช่น พาสปอร์ต บัตรประชาชน บัตรเอทีเอ็ม สามารถส่งเป็นเอกสารสำเนาได้ แต่ไม่สามารถส่งเอกสารตัวจริงได้
  • อาวุธปืน สิ่งเทียมอาวุธ
  • วัตถุทางชีวภาพ เช่น น้ำลาย เลือด หรือตัวอย่างไวรัส

 

การจัดเตรียมพัสดุเพื่อนำส่ง

 

1.จัดเตรียมพัสดุ นำมาใส่บรรจุภัณฑ์ให้เรียบร้อย

เริ่มต้นด้วยการบรรจุสิ่งของที่ต้องการจัดส่ง โดยให้ใส่กล่องหรือบรรจุภัณฑ์อย่างระมัดระวัง เนื่องจากเป็นการส่งระยะไกลที่มีโอกาสเกิดการตกหล่นหรือกระแทกได้มาก ดังนั้น จึงควรใส่ห่อกันกระแทก หรือเม็ดกันกระแทกลงไปด้วยเพื่อป้องกันสิ่งของเสียหาย

2.ตรวจสอบระเบียบศุลกากร

ก่อนส่งพัสดุ ควรต้องศึกษากฎระเบียบและข้อบังคับของศุลกากรทั้งในประเทศไทยและสหรัฐอเมริกา เนื่องจากสิ่งของบางอย่างอาจต้องห้ามหรือต้องมีเอกสารเฉพาะ จึงควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้ปฏิบัติตามกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเพื่อหลีกเลี่ยงความยุ่งยากที่อาจเกิดขึ้นได้

3.เลือกผู้ให้บริการจัดส่ง

เมื่อศึกษาระเบียบศุลกากรเป็นที่เรียบร้อยแล้ว วิธีส่งของไปอเมริกาขั้นต่อไปคือการเลือกผู้ให้บริการขนส่งพัสดุที่ในปัจจุบันมีเปิดบริการมากมาย อย่างไรก็ตาม เคล็ดลับในการเลือกก็อาจพิจารณาจาก ความน่าเชื่อถือ อัตราค่าจัดส่ง เวลาจัดส่ง และความสะดวกในการติดตามพัสดุ

4.กรอกเอกสารการจัดส่ง

กรอกเอกสารการจัดส่งที่จำเป็นทั้งหมดให้ถูกต้องและครบถ้วน โดยทั่วไปจะมีแบบฟอร์มที่ให้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับของที่ทำการจัดส่ง ทั้งข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่า ขนาด โดยควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้กรอกอย่างละเอียด เพราะยิ่งกรอกครบถ้วนเท่าไร การจัดส่งผ่านศุลกากรก็จะยิ่งเป็นไปอย่างราบรื่นเท่านั้น

5.ชำระค่าธรรมเนียมการจัดส่ง

ขั้นตอนต่อไปของวิธีส่งของไปอเมริกา คือชำระค่าธรรมเนียมการจัดส่ง โดยอัตราจะแตกต่างกันไปตามปัจจัยต่าง ๆ เช่น น้ำหนัก ขนาด และปลายทางของพัสดุ นอกจากนี้ ต้องคำนึงถึงภาษีศุลกากรที่อาจต้องบวกเพิ่มไปด้วยเช่นกัน

6.ติดตามและตรวจสอบการจัดส่ง

เมื่อพัสดุของคุณอยู่ระหว่างการขนส่ง ให้ติดตามและตรวจสอบความคืบหน้าโดยใช้หมายเลขติดตาม ที่ผู้ให้บริการจัดส่งให้มา โดยในปัจจุบันผู้ให้บริการจัดส่งส่วนใหญ่จะมีระบบติดตามออนไลน์ที่ช่วยให้คุณติดตามตำแหน่งของพัสดุได้แบบเรียลไทม์ สร้างความอุ่นใจในการจัดส่งได้มากขึ้น

7.สื่อสารกับผู้รับ

ปิดท้ายวิธีส่งของไปอเมริกาคือการแจ้งผู้รับเกี่ยวกับการจัดส่ง รวมถึงแจ้งหมายเลขติดตามให้ทราบ เพื่อให้สามารถติดตามความคืบหน้าของพัสดุ และให้แน่ใจว่ากระบวนการจัดส่งราบรื่น ที่สำคัญ การแจ้งให้ผู้รับได้รู้เกี่ยวกับวันที่จัดส่งโดยประมาณจะเป็นประโยชน์อย่างมาก เพื่อให้ผู้รับสามารถคาดการณ์วันที่พัสดุจะไปถึงได้

เมื่อได้รู้สิ่งของต้องห้ามส่งไปอเมริกา และขั้นตอนวิธีส่งของแล้ว ก็มีอีกสิ่งที่ต้องทราบเช่นกันเพื่อความสะดวกตั้งแต่เริ่มต้นไปจนถึงจบกระบวนการส่งก็คือ ข้อควรรู้และข้อควรระวังในการส่งของไปอเมริกา ซึ่งจะมีดังต่อไปนี้ 

  • อัตราราคา สำหรับหนึ่งในคำถามยอดฮิตที่ว่า ‘ส่งของไปอเมริกากิโลละเท่าไหร่?’ แน่นอนว่าไม่มีคำตอบที่ตายตัว เนื่องจากผู้ให้บริการแต่ละเจ้าก็มีอัตราราคาที่แตกต่างกันไป ค่าส่งจึงขึ้นอยู่กับน้ำหนัก ขนาด ประเทศปลายทาง และบริการที่เลือก สามารถเช็คค่าส่งเบื้องต้นหรือส่งรายละเอียดให้ทีมช่วยตรวจสอบได้
  • ระยะเวลาในการจัดส่ง ระยะเวลาการจัดส่งจากไทยไปอเมริกาขึ้นอยู่กับบริการที่เลือกและพิธีการศุลกากรปลายทาง โดยประมาณ Express Premium 2-5 วันทำการ Express Plus 5-7 วันทำการ และ Airmail Plus 7-30 วันทำการ ซึ่งเป็นค่าประมาณ ไม่ใช่การรับประกันวันถึงปลายทาง
  • สิ่งของต้องห้ามที่ไม่สามารถจัดส่งได้ สินค้าที่มีคราบน้ำมัน, สินค้าที่มีส่วนผสมของ ไก่ ไข่ และนม, สินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ ทำคล้าย หรือ ลอกเลียนแบบ, รวมถึงสิ่งผิดกฎหมายทุกประเภท เช่น ยาเสพติด 

SMESHIPPING เราเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการส่งสินค้าไปต่างประเทศแบบครบวงจร ในมาตรฐานสากล ช่วยให้ชีวิตของคุณง่ายขึ้นและสะดวกสบาย ส่งสินค้าในราคาประหยัด ขนส่งอย่างปลอดภัย ไร้กังวล

บริษัทขนส่งยอดฮิต ส่งของไปอเมริกา 

ส่งของไปอเมริกา เจ้าไหนดี บริษัทขนส่ง สำหรับส่งพัสดุ สินค้า หรือเอกสาร ให้บริการขนส่งพัสดุระหว่างประเทศ เพื่อเป็นแนวทางให้กับคนที่กำลังมองหาบริษัทขนส่งได้พิจารณา ส่วนจะมีบริษัทส่งของไปต่างประเทศ เจ้าไหนดี  วันนี้ทาง SME SHIPPING ได้รวบรวมขนส่งทั้งหมดมาให้กับลูกค้าได้เลือกเปรียบเทียบ ระยะเวลาขนส่ง และราคาเบื้องต้น เพื่อประกอบการตัดสินใจในการเลือกใช้บริการ

บริษัทขนส่งยอดฮิต

1.DHL Express

บริษัทขนส่งต่างประเทศ อย่าง DHL (ดีเฮชแอล) หรือชื่อเต็ม ๆ ว่า DHL Express (ดีเฮชแอล เอ๊กซ์เพรส) เป็นบริษัทสัญชาติเยอรมันก่อตั้งในปี ค.ศ. 1969 ที่ให้บริการขนส่งและโลจิสติกส์ ที่มีการขนส่งหลากหลาย เช่น การขนส่งเอกสาร จดหมาย รวมไปถึงตู้คอนเทนเนอร์ ฯลฯ มาพร้อมกับความโดดเด่นของสีสันเหลือง-แดง และบริการส่งของแบบถึงที่แบบ Door to Door Services บริการจัดส่งพัสดุถึงหน้าประตูบ้าน ที่สามารถติดตามพัสดุได้ตลอดเวลา  รวมทั้งดูแลและบริหารจัดการพัสดุตั้งแต่ต้นทาง ถึงผู้รับปลายทางต่างประเทศ

การขนส่งพัสดุ ส่งของ หรือเอกสาร ไปยังประเทศสหรัฐอเมริกา แบบไหนจะตอบโจทย์ความต้องการของผู้รับมากที่สุด ซึ่งปัจจัยหลักในการส่งของไปอเมริกา ที่เป็นสิ่งสำคัญคือระยะเวลาในการขนส่ง ความรวดเร็วในการขนส่ง โดยที่ราคาเเละการบริการจะเป็นไปตามความเร่งด่วนในการจัดส่ง 

ส่งของไปอเมริกา กี่วัน ส่ง DHL ไปอเมริกา กี่วัน ดังนั้น เราจึงได้รวบรวมบริการทั้งหมดที่ครอบคลุมการขนส่งระหว่างประเทศ มาเปรียบเทียบข้อดีของเเต่ละเเบบเพื่อส่งของไปอเมริกาอย่างคุ้มค่า ให้คุณได้เลือกใช้บริการได้อย่างเหมาะสมตามต้องการ โดยเรียงจากบริการแบบด่วนไปจนถึงแบบประหยัด

ส่งของไปอเมริกา แบบกำหนดเวลา (Time Definite)

  • บริการแบบ Door-to-Door
  • เหมาะกับการจัดส่งแบบด่วน
  • สามารถเลือกกำหนดเวลาจัดส่งภายใน 09.00 น. , 10.30 น. , 12.00 น.
  • เหมาะกับกาาจัดส่งที่ต้องการความเร่งด่วน
  • ติดตามสถานะพัสดุได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ส่งของไปอเมริกา แบบด่วน (Express Worldwide)

  • บริการแบบ Door-to-Door
  • เหมาะกับการจัดส่งแบบด่วน
  • มีประกันสินค้าหรือสามารถทำประกันเพิ่มเติมได้
  • ติดตามสถานะพัสดุได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ส่งของไปอเมริกา แบบลงทะเบียน (Packet Plus International)

  • เหมาะสำหรับพัสดุน้ำหนักไม่เกิน 2 กก.
  • ติดตามสถานะพัสดุได้ 55 ประเทศทั่วโลก
  • ดำเนินพิธีศุลกากร โดยทีมงาน DHL eCOMMERCE

ส่งของไปอเมริกา แบบไม่ลงทะเบียน (Packet International)

  • เหมาะสำหรับพัสดุน้ำหนักไม่เกิน 2 กก.
  • ดำเนินพิธีศุลกากร โดยทีมงาน DHL eCOMMERCE

2. FedEx Express

บริษัทขนส่งพัสดุระหว่างประเทศ FedEx (เฟดเอ็กซ์) หรือชื่อเต็มๆ ว่า FedEx Express ปัจจุบันเติบโตขึ้นอย่างมากมีสาขาทั่วโลก และประสบความสำเร็จในการให้บริการขนส่งงระหว่างประเทศ  บริษัทขนส่ง FedEx ให้บริการขนส่งพัสดุระหว่างประเทศและในประเทศ  

บริการส่งพัสดุ น้ำหนัก <= 68 กก.

FedEx International First® บริการจัดส่งระหว่างประเทศแบบถึงมือผู้รับ (Door-to-Door)

FedEx International Priority® Express
บริการจัดส่งด่วนข้ามพรมแดนไปยังปลายทางที่กำหนด

FedEx International Priority®
บริการจัดส่งด่วนไปยังต่างประเทศ ระยะเวลาขึ้นอยู่กับปลายทาง

FedEx® International Connect Plus
บริการจัดส่งไปยังต่างประเทศสำหรับธุรกิจอีคอมเมิร์ซ

FedEx International Economy®
ประหยัดค่าใช้จ่ายในการจัดส่งพัสดุระหว่างประเทศที่ค่อนข้างมีน้ำหนักและไม่เน้นเรื่องเวลาเป็นสำคัญ โดยใช้บริการจัดส่งแบบถึงมือผู้รับ (Door-to-Door)

บริการส่งพัสดุ น้ำหนัก  > 68 กก.

FedEx International Priority® Freight
บริการจัดส่งพัสดุระหว่างประเทศที่มีน้ำหนักมากทางอากาศ

FedEx International Economy® Freight
บริการส่งพัสดุที่มีน้ำหนักมากแบบประหยัด

3. ThailandPost

สำหรับบริษัทขนส่งต่างประเทศ ThailandPost (ไทยแลนด์โพส) ที่คุ้นเคยกันดีในชื่อว่า ไปรษณีย์ไทย ที่อยู่คู่เมืองไทยมานาน นอกจากมีบริการส่งของในประเทศแล้ว หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่าไปรษณีย์ก็ยังมีบริการส่งของไปต่างประเทศด้วย โดยสามารถส่งของไปต่างประเทศ มีบริการให้เลือกหลากหลาย ตามความเหมาะสมของสิ่งของ ส่งได้ทั้งเอกสาร ของชิ้นเล็ก ของชิ้นใหญ่หนักๆ ก็ส่งได้ ซึ่งระยะเวลาการจัดส่งขึ้นอยู่กับบริการที่เลือกใช้

การส่งของทางไปรษณีย์ สามารถดำเนินการได้ 5 ประเภท คือ 
  • ทางอากาศ 
  • ภาคพื้น 
  • EMS 
  • ไปรษณีย์ลงทะเบียน 
  • ไปรษณีย์ธรรมดา 

อัตราค่าส่งไปรษณีย์ ไปต่างประเทศ คิดอย่างไร

การส่งของไปต่างประเทศ มีหลายรูปแบบ อัตราค่าส่งโดยรวมก็จะคำนวณจากน้ำหนักจริงของผลิตภัณฑ์นั้น และขึ้นอยู่กับประเภทของการส่งด้วย เช่น ไปรษณียภัณฑ์ระหว่างประเทศ สำหรับการส่งของชิ้นเล็ก ราคาประหยัดเหมาะกับการส่งของที่ไม่เร่งรีบ ส่งของไปต่างประเทศ มีบริการให้เลือกหลากหลาย ตามความเหมาะสมของสิ่งของ ความเร็วในการจัดส่ง และราคาส่งได้ตรงใจ 

  • เหมาะกับจดหมาย เอกสาร สิ่งของชิ้นเล็ก 
  • บริการ e Packet ส่งของชิ้นเล็ก 
  • EMS World ส่งสิ่งของแบบด่วน  
  • คูเรียร์โพสต์ บริการส่งด่วน หากมีการเรียกเก็บภาษี ผู้รับชำระค่าภาษีเอง  
  • บริการโลจิสโพสต์ เวิลด์  ส่งของชิ้นใหญ่ น้ำหนักมาก

อย่างไรก็ตาม ผู้ส่งจะต้องตรวจสอบข้อมูลล่าสุดของอัตราค่าส่งไปรษณีย์เหล่านี้และ วิธีส่งของไปต่างประเทศไปรษณีย์ไทย กันอีกครั้งเพราะอาจมีการเปลี่ยนแปลงในช่วงเวลาที่ส่งของได้ 

4. SF EXPRESS

ให้บริการโลจิสติกส์ด่วน ครบวงจรชั้นนำในประเทศจีน และเป็นบริษัทขนส่งด่วนที่ใหญ่เป็นอันดับสี่ของโลก โดย SF Express ยึดมั่นในแนวคิดการออกแบบผลิตภัณฑ์ คือ เน้นลูกค้าเป็นศูนย์กลาง มุ่งเน้นความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก SF Express ครอบคลุมทุกระบบด้านโลจิสติกส์ ขยายธุรกิจหลากหลายสาขา มีเครือข่ายด่วนที่มีการเข้าถึงครอบคลุมทั้งประเทศ และประเทศสำคัญๆ และภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก 

SF Express ให้บริการลูกค้าด้วยโซลูชั่นซัพพลายเชน แบบครบวงจร ครอบคลุมการจัดหา การผลิต การจัดจำหน่าย การขาย และหลังการขาย ในเวลาเดียวกัน ในฐานะผู้ให้บริการโลจิสติกส์อัจฉริยะที่มีข้อได้เปรียบของขนาดเครือข่าย “เครือข่ายทางอากาศ + เครือข่ายภาคพื้นดิน + เครือข่ายข้อมูล” SF Express มีรูปแบบธุรกิจที่มีการจัดการที่แข็งแกร่งและควบคุมเครือข่ายทั้งหมด

SF Express Thailand ก่อตั้งขึ้นในกรุงเทพมหานคร ประเทศไทย ในปี 2560 โดยให้บริการนำเข้าและส่งออกจากไทยไปยังประเทศจีนและอีกกว่า 50 ประเทศทั่วโลก ครอบคลุมหลายประเทศในภูมิภาคเอเชีย อเมริกาใต้ และอเมริกาเหนือ ด้วยการให้บริการที่รวดเร็วปลอดภัยและเชื่อถือได้ 

ระยะเวลาในการจัดส่ง (โดยประมาณ)

ปลายทาง

การจัดส่งพัสดุด่วน (วันทำการ)

สหรัฐอเมริกา

4-5

ข้อจำกัดของการจัดส่งพัสดุไปยังประเทศต่างๆ

ประเทศปลายทาง

ขนาด

น้ำหนักสูงสุด

ต่อกล่อง

มูลค่าสินค้าที่สำแดงต่อการจัดส่ง

สหรัฐอเมริกา 

200*80*70 (ซม.) 

70 กก.

มูลค่าสินค้าที่สำแดงไม่ควรมีมูลค่าเกิน USD 2,500 (สำหรับลูกค้าที่ชำระรายเดือน) หรือ USD 250 สำหรับลูกค้าที่ชำระเงินสด)

5.TNT

บริษัทขนส่ง TNT ปัจจุบันได้มีการควบรวมกิจการกับ FedEx TNT ให้บริการขนส่งสินค้าที่มีน้ำหนักมาก ตั้งแต่บริการจัดส่งแบบด่วนจนถึงบริการแบบประหยัด

SME SHIPPING

หากยังไม่รู้จะส่งกับเจ้าไหนดี ลองมาส่งที่ SME SHIPPING  ได้เลย มีบริการหลายระดับให้เลือกตามความเร่งด่วนและลักษณะของ Shipment เราเปิดให้บริการขนส่งด่วนต่างประเทศแบบครบวงจรที่เข้าใจคนไทย ตอบโจทย์ผู้ประกอบการออนไลน์และบุคคลทั่วไปด้วยบริการที่หลากหลาย โดยประสานงานกับผู้ให้บริการขนส่งระหว่างประเทศ เช่น DHL, FedEx, UPS และ SF

ในการขนส่งแต่ละครั้งนั้น จะใช้เวลากี่วัน ?

ขึ้นอยู่กับบริการที่ลูกค้าเลือกใช้ และประเทศปลายทาง ตัวอย่างเช่น

เลือกใช้บริการ EXPRESS PREMIUM จะใช้ระยะเวลาในการขนส่ง 2-5 วันทำการ

เลือกใช้บริการ EXPRESS PLUS จะใช้ระยะเวลาในการขนส่ง 5-7 วันทำการ

เลือกใช้บริการ AIRMAIL PLUS จะใช้ระยะเวลาในการขนส่ง 7-30 วันทำการ

เห็นได้ชัดว่าในปัจจุบัน ความรวดเร็วในการขนส่งสินค้าเป็นจุดขายที่สำคัญของธุรกิจด้านโลจิสติกส์ เป็นการเเข่งขันที่ค่อนข้างเข้มข้น เพื่อให้ทันต่อความต้องการเเละทันต่อเทคโนโลยีการซื้อขายออนไลน์ ที่มีการเติมโตขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นความสะดวก รวดเร็ว เเละง่ายดาย จึงเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ลูกค้าได้ดีที่สุด เราจึงรวบรวม บริษัทที่ส่งออกต่างประเทศ ที่ให้ความสำคัญกับความหลากหลายของบริการส่งสินค้าไปต่างประเทศ ด้วยความเชี่ยวชาญ

SMESHIPPING ส่งได้สบายใจไร้กังวล เพราะเรามีทีมงานมืออาชีพให้คำปรึกษา พร้อมนำส่งพัสดุให้คุณแบบ Worldwide Delivery โดยให้บริการแบบ Door-to-Door Services รับของถึงที่ ระยะเวลาขึ้นอยู่กับบริการ เช่น Express Premium ประมาณ 2-5 วันทำการ

เอกสารสำคัญที่ต้องใช้ในการส่งของไปอเมริกา

ส่งของอมริกาใช้เอกสารอะไร – การส่งของไปอเมริกา จะต้องมีการจัดเตรียมเอกสารเพื่อใช้ประกอบการจัดส่งและดำเนินพิธีการต่างๆเช่น พิธีศุลกากรขาออก พิธีศุลกากรขาเข้า เอกสารที่ได้จัดเตรียมเอาไว้จะถูกตรวจเช็คในระหว่างจัดส่งผ่ายขั้นตอนและพิธีการต่างๆ การจัดเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนจึงเป็นเรื่องที่มีความสำคัญมากๆสำหรับการส่งของไปต่างประเทศ เพราะถ้าหากว่าเจ้าหน้าที่เกิดความสงสัยอะไรขึ้นมา เอกสารที่เราแนบไปกับพัสดุจะยืนยันทุกข้อสงสัย

สำหรับมือใหม่ที่ยังไม่ค่อยคุ้นชินกับการจัดเตรียมเอกสารประกอบการส่งของไปอเมริกา อาจจะรู้สึกว่ามีความวุ่นวายไม่น้อย นอกจากจะมีเอกสารที่ต้องจัดเตรียมหลายรายการแล้ว ยังมีรายละเอียดที่ต้องทำความเข้าใจอีกค่อนข้างเยอะ วันนี้ SME SHIPPING นำข้อมูลมาฝากแล้ว ไม่ต้องกังวลอีกต่อไป ซึ่งส่งของอมริกาใช้เอกสารอะไรบ้างนั้นไปดูกันเลย 

1.เอกสาร INVOICE

ใบ Invoice คือใบแสดงรายการสินค้าสำหรับการส่งออกไปต่างประเทศ โดยจะมีข้อมูลรายละเอียดสินค้า, จำนวน,  มูลค่าสินค้า, ชื่อผู้รับปลายทาง, ผู้ส่งสินค้า Term of trade เพื่อใช้ในการเรียกเก็บค่าใช้จ่าย โดยจุดประสงค์ของ invoice คือ แจ้งรายระเอียดข้อมูลต่างๆของสินค้า เพื่อแสดงต่อศุลกากรประเทศปลายทาง ให้พิจารณาและอนุญาติให้นำสินค้าภายในกล่องนั้นเข้าสู่ประเทศ 

2.ใบ AIR WAY BILL (AWB)

อีกหนึ่งเอกสารที่สำคัญสำหรับการส่งของไปต่างประเทศผ่านเครื่องบินคือ AIR WAY BILL หรือภาษาไทยเรียกว่า “ใบตราส่งสินค้าทางอากาศ” คือเอกสารที่ใช้สำหรับแปะแนบไปกับพัสดุที่ทำการจัดส่งไปต่างประเทศเพื่อระบุให้เจ้าหน้าที่รวมถึงพนักงานของบริษัทขนส่งสามารถตรวจสอบได้ว่าพัสดุชิ้นนี้เป็นอะไร น้ำหนักและปริมาณเท่าไหร่ ส่งจากที่ไหนไปที่ไหน ผ่านสายการบินอะไร ผู้ส่งและผู้รับเป็นใคร จัดส่งเมื่อวันที่เท่าไหร่ ข้อมูลใน AIR WAY BILL เหล่านี้จำเป็นสำหรับการจัดส่งสินค้าระหว่างประเทศ

3. เอกสาร FDA

FDA คือเอกสารที่ออกโดยหน่วยงานรัฐบาลกลางเพื่อรับรองถึงความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์อาหารและยา คนไทยเรียกกันติดปากว่าขอ อย. สำหรับการขอ FDA จะเป็นมาตรที่ได้รับการยอมรับในสากล ถ้ามีเอกสาร FDA ก็จะมีความน่าเชื่อถือว่าสินค้ามีคุณภาพและมีความปลอดภัยในกระบวนการผลิตจริงๆ ทิ้งท้ายเพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติมเอาไว้สำหรับตัวย่อ FDA ในแต่ละเประเทศจะมีหน่วยงานที่กำกับดูแล อาหารและยา ที่มีชื่อเรียกต่างกันทำให้ตัวย่ออาจจะต่างกันในแต่ละประเทศ FDA จะเป็นตัวย่อของหน่วยงานอาการและยาของประเทศสหรัฐอเมริกา (ของประเทศไทยคือ อย. นิยมเรียกว่า FDA Thai 

ในการส่งสินค้าบางประเภทไปยังต่างประเทศจะต้องมีการจด FDA เพื่อแสดงถึงมาตรฐานของสินค้านั้นๆ และถ้าหากว่าขาดเอกสาร FDA อาจจะทำให้ไม่สามารถจัดส่งสินค้าบางประเภทได้ ดังนั้นคุณจะต้องตรวจสอบว่าสินค้าที่คุณต้องการส่งไปยังประเทศปลายทางนั้นมีการเรียกขอให้แนบเอกสาร FDA ด้วยหรือไม่

4. ใบอนุญาตหรือหนังสืออนุญาตสำหรับสินค้าควบคุมการส่งออก (License)

สินค้าบางประเภทจำเป็นต้องมีการขออนุญาติเพื่อการส่งออก ซึ่งจะต้องแนบหนังสือที่ได้รับอนุญาติจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์นั้นๆ เพื่อใช้เอกสารที่หน่วยงานออกให้นี้สำหรับประกอบการจัดส่งไปยังต่างประเทศ (สามารถส่งออกหรือนำเข้าสินค้านั้นได้) ตัวอย่างเช่นผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรบางรายการจะต้องมีการขอเอกสารเพิ่มเติมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เป็นใบอนุญาติรับรองก่อนที่จะจัดส่งไปยังต่างประเทศได้

5. ใบรับรองแหล่งกำเนิดสินค้า (Certificate of Origin)

Certificate of Origin หรือหนังสือรับรองถิ่นกําเนิดสินค้า เป็นหนังสือที่กรมการค้าต่างประเทศ (หรือหน่วยงานอื่นๆที่เกี่ยวข้องในประเทศ) ดำเนินการออกเอกสารนี้ให้เพื่อระบุว่าสินค้าชิ้นนี้มีถิ่นกำเนิดในประเทศไทย โดยส่วนใหญ่จะใช้งานร่วมกับสิทธิฟอร์มว่าด้วยความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ถ้าสินค้าของคุณอยู่ในเกณฑ์ที่จะได้รับสิทธิลดทางอากรอันเนื่องมาจากความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ จะต้องแนบเอกสารนี้ไปด้วย

6. MSDS

MSDS ย่อมาจาก Material Safety Data Sheet เป็นเอกสารที่ระบุข้อมูลด้านความปลอดภัยสารเคมี ใช้สำหรับป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นจากการจัดส่งและจัดเก็บ ทำให้ผู้ที่เกี่ยวข้องรู้ว่าจะต้องจัดเก็บอย่างไร ป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นอย่างไร โดยเฉพาะสินค้าที่เป็นสารเคมีต่างๆจะต้องมีการแนบเอกสารนี้เพื่อใช้ในการจัดส่งไปต่างประเทศด้วย

7. เอกสารที่ขึ้นอยู่กับประเภทสินค้า

สินค้าบางประเภทอาจจะมีการเรียกขอเอกสารเพิ่มเติมเมื่อทำการจัดส่งไปยังต่างประเทศ ซึ่งเอกสารที่จะต้องจัดเตรียมนั้นก็ขึ้นอยู่กับประเภทสินค้าที่ต้องการส่งด้วย บางหมวดสินค้าอาจจะมีเอกสารที่ต้องแนบไปเพิ่มเติมเพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับสินค้า ในกรณีที่คุณไม่มั่นใจว่าสินค้าของคุณจำเป็นต้องแนบเอกสารอะไรเพิ่มเติมหรือไม่ สามารถส่งรายละเอียดสินค้า ประเทศปลายทาง น้ำหนัก และขนาดมาให้ SME SHIPPING ช่วยตรวจสอบก่อนได้

8. เอกสารอื่นๆ

นอกจากยังอาจจะมีเอกสารอื่นๆที่คุณอาจจะแนบไปกับการส่งของไปต่างประเทศด้วยเช่น แค็ดตาล็อกเพื่อแสดงสินค้าอื่นๆของคุณให้ลูกค้าได้รู้ หรือเอกสารแสดงส่วนผสม เป็นต้น

มีข้อสงสัย ติดต่อสอบถามทางทีมงาน SME SHIPPING ได้ทุกเมื่อ และเราพร้อมให้บริการส่งของได้ทั่วโลก ชิ้นเดียวก็ส่งได้ รับพัสดุถึงบ้านทั่วประเทศ ติดต่อปรึกษาการส่งพัสดุฟรี 

สินค้าไทยที่ส่งไปอเมริกา

สำหรับประเทศไทย สหรัฐอเมริกา ถือเป็นตลาดส่งออกที่สำคัญของไทย โดยตัวอย่างสินค้าที่ไทยส่งออกไปสหรัฐฯ สินค้าไทยส่งไปอเมริกา ได้แก่

เครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ เป็นสินค้าส่งออกสำคัญที่ไทยส่งไปอเมริกา โดยมีไต้หวัน เกาหลีใต้ เม็กซิโก และจีน เป็นคู่แข่งสำคัญในตลาดสหรัฐฯ ปัจจัยสำคัญที่เกื้อหนุนต่อการขยายการส่งออกเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ของไทยในตลาดสหรัฐฯ คือ การค้าคอมพิวเตอร์ในสหรัฐฯ ที่เติบโตอย่างรวดเร็วจากการที่คอมพิวเตอร์เข้ามามีบทบาทต่อการดำเนินชีวิตประจำวันมากขึ้น

เสื้อผ้าสำเร็จรูป สหรัฐอเมริกา เป็นตลาดส่งออกเสื้อผ้าสำเร็จรูปที่สำคัญของไทย เสื้อผ้าสำเร็จรูปของไทยที่มีศักยภาพในการขยายตัวได้ดีในตลาดสหรัฐฯ เป็นสินค้าในระดับกลางและระดับบนที่มีเครื่องหมายการค้าเป็นที่รู้จักทั่วไป ส่วนเสื้อผ้าคุณภาพต่ำที่มีราคาถูกเริ่มสูญเสียตลาดให้แก่คู่แข่งที่มีต้นทุนต่ำกว่า เช่น จีน อินโดนีเซีย เม็กซิโก และประเทศแถบลาตินอเมริกา

แผงวงจรไฟฟ้า เป็นสินค้าส่งออกสำคัญของไทยอีกรายการหนึ่งที่มีสหรัฐอเมริกา เป็นตลาดหลัก คู่แข่งสำคัญของไทยในตลาดสหรัฐฯ คือ ญี่ปุ่น ไต้หวัน สิงคโปร์ เกาหลีใต้ และฟิลิปปินส์ ข้อเสียเปรียบของไทยในอุตสาหกรรมแผงวงจรไฟฟ้าคือการขาดการพัฒนาอุตสาหกรรมเวเฟอร์แฟบซึ่งเป็นอุตสาหกรรมต้นน้ำของการผลิตแผงวงจรไฟฟ้า ขณะที่สิงคโปร์และฟิลิปปินส์ซึ่งเป็นคู่แข่งของไทยได้รับประโยชน์จากการที่ผู้ผลิตแผงวงจรไฟฟ้าของสหรัฐฯ เข้าไปลงทุนผลิตเวเฟอร์แฟบในประเทศของตน

ตลาดอาหาร ก็ถือเป็นตลาดที่สำคัญ เนื่องจากสหรัฐอเมริกาเป็นตลาดบริโภคอาหารขนาดใหญ่ อีกทั้งเป็นตลาดหลักของการนำเข้าสินค้าอาหารจากประเทศไทย สินค้าอาหารของไทยหลายชนิดส่งออกไปสหรัฐฯ เช่น กุ้งแช่แข็ง ปลาทูน่ากระป๋อง อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูปต่างๆ เป็นต้น

ระเบียบเกี่ยวกับสินค้าอาหาร

ประเทศสหรัฐอเมริกาจัดเป็นประเทศหนึ่งที่มีระบบการรักษาความปลอดภัยอาหารเข้มงวด ผู้ผลิต/ส่งออกสินค้าอาหารของไทย ที่ต้องการส่งสินค้าอาหารของไทยไปยังสหรัฐฯ จะต้องพึงระลึกเสมอว่า “สหรัฐฯ กำหนดให้สินค้าอาหารนำเข้าจะต้องทำการผลิตให้ มีคุณสมบัติพื้นฐานของสินค้าอาหาร ให้ได้มาตรฐานระดับเดียวกับสินค้าอาหารที่ผลิตในประเทศสหรัฐฯ 

และอยู่ภายใต้กฎระเบียบข้อบังคับเดียวกัน” กล่าวคือ ได้รับการผลิตขึ้นในสภาวะสิ่งแวดล้อมที่ถูกสุขลักษณะ ผลิตภัณฑ์มีความสะอาด มีความปลอดภัยต่อการบริโภคและถูกบรรจุในบรรจุภัณฑ์ที่มีฉลากข้อมูลที่เป็นจริง และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจที่ไม่ถูกต้อง เช่นเดียวกับอาหารที่ผลิตในสหรัฐอเมริกา

เมื่อผู้ผลิต/ส่งออกสินค้าอาหารของไทย มีคุณสมบัติที่สามารถส่งสินค้าอาหารไปขายยังสหรัฐฯ ได้แล้ว ในลำดับต่อไปต้องดูว่า สินค้าที่ผลิตได้ตรงตามมาตรฐานและถูกต้องตามระเบียบอาหารของ FDA ตามที่สหรัฐฯ กำหนดไว้หรือไม่ ซึ่งจะเน้นในเรื่องความปลอดภัยและฉลากสินค้าของ สินค้าอาหาร การนำเข้าสหรัฐฯ สินค้าอาหารทุกชนิดอยู่ภายใต้การควบคุมตามบทบัญญัติของกฏหมาย 2 ฉบับ คือ

  1. กฎหมาย Federal Food, Drugs, and Cosmetic Act (FD & C Act) ภายใต้การดูแลรับผิดชอบของหน่วยงาน Food And Drugs Administration (FDA) www.fda.gov , Department of Health and Human Service
  2. กฎหมายการเตรียมความพร้อมและการป้องกันการก่อการร้ายทางชีวภาพ (Public Health Security and Bioterrorism Preparedness and Response Act of 2002)

ส่วนสินค้าผลิตผลทางการเกษตรและการปศุสัตว์ จะต้องเป็นไปตามระเบียบข้อบังคับของกระทรวงเกษตรของสหรัฐฯ U.S. Department of Agricultural และ สินค้าอาหารทะเลจะต้องเป็นไปตามกฏข้อบังคับของ National Marine Fisheries Service, U.S. Department of Commerce

อาหารทะเลกระป๋อง และแปรรูป จากไทยเป็นสินค้าส่งออกสำคัญไปสหรัฐฯ โดยเฉพาะปลาทูน่ากระป๋องและกุ้งกระป๋อง อย่างไรก็ตาม ปัญหาสำคัญของการส่งออกอาหารทะเลกระป๋องและแปรรูปของไทยคือการขาดแคลนวัตถุดิบโดยเฉพาะปลาทูน่า ทำให้ไทยเสียเปรียบคู่แข่งขัน เช่น ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และเอกวาดอร์ ซึ่งมีวัตถุดิบเป็นของตนเอง

กุ้งสดแช่เย็นแช่แข็ง สหรัฐฯ เป็นตลาดส่งออกกุ้งสดแช่เย็นแช่แข็งที่สำคัญของไทย โดยมีคู่แข่งสำคัญ คือ เอกวาดอร์ แคนาดา เวียดนาม และอินเดีย

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าความต้องการกุ้งในตลาดสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตามการขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ แต่ไทยยังต้องเผชิญกับปัญหาการค้ากุ้งในตลาดสหรัฐฯ หลายประการ โดยเฉพาะการแข่งขันด้านราคาอย่างรุนแรงจากคู่แข่ง มาตรการกีดกันการนำเข้ารูปแบบต่างๆ ของสหรัฐฯ ทั้งมาตรการด้านสุขอนามัยและมาตรการด้านสิ่งแวดล้อม เป็นต้น

นอกจากนี้ หากไทยยังคงหวังพึ่งการส่งออกสินค้าเหล่านี้ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องหันมาเร่งพัฒนาการผลิตสินค้าเพื่อให้มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น ทำการผลิตสินค้าให้มีความหลากหลายยิ่งขึ้นและสอดคล้องกับความต้องการของตลาด ตลอดจนมุ่งให้ความสำคัญในการทำการตลาดในเชิงรุกควบคู่ไปด้วยเพื่อศึกษาถึงความต้องการและรสนิยมของผู้ซื้อในแต่ละประเทศ อันเป็นหัวใจสำคัญในการเจาะตลาดใหม่ๆ และขยายตลาดที่มีอยู่เดิมให้กว้างขวางยิ่งขึ้น

thThai