ส่งของจากไทยไปอเมริกา สหรัฐอเมริกา หรือเมืองลุงแซม เป็นหนึ่งในประเทศกลุ่ม G8 และเป็นประเทศที่เศรษฐกิจมีระบบเสรี ประชากรส่วนมากเป็นชนชั้นกลางขึ้นไป ความเจริญจึงเติบโตได้อย่างรวดเร็ว และยังเป็นประเทศที่มีชิ้อด้านความเป็นผู้นำในธุรกิจหลายสาขา ที่สำคัญคือ GDP สูงเป็นอันดับต้นของโลก จึงเป็นประเทศที่เป็นมหาอำนาตทางเศรษฐกิจ ทำให้นักลงทุนจากทั่วทุกมุมโลกสนใจเข้าไปหาช่องทางและโอกาสในการทำธุรกิจ และค้าขายกับบริษัทในสหรัฐจำนวนมาก รวมไปถึงจากที่ไทยด้วยเช่นกัน
ความคุ้มครองกรณีสูญหาย 10,000 บาท (ซื้อประกันเพิ่มได้)
บริการรับถึงหน้าบ้าน ฟรี
อัพเดทสถานะได้ตลอด 24 ชม.
ระยะเวลานำส่งโดยประมาณ 2–5 วันทำการ
เหมาะสำหรับคนที่ต้องการความรวดเร็วเร่งด่วนและดูแลพัสดุใกล้ชิด
ความคุ้มครองกรณีสูญหาย 5,000 บาท (ซื้อประกันเพิ่มได้)
บริการรับถึงหน้าบ้าน ฟรี
อัพเดทสถานะได้ตลอด 24 ชม.
ระยะเวลานำส่งโดยประมาณ 5–7 วันทำการ
เหมาะสำหรับคนที่ต้องการความรวดเร็วในการจัดส่ง
ส่งพัสดุน้ำหนักเบาไม่เกิน 2 กิโลกรัม ความคุ้มครองกรณีสูญหาย 1,500 บาท (ซื้อประกันเพิ่มได้)
บริการรับถึงหน้าบ้าน (ค่ารับ 200 บาท ฟรีเมื่อค่าส่งตั้งแต่ 2,000 บาท)
อัพเดทสถานะได้ตลอด 24 ชม.
ระยะเวลานำส่งโดยประมาณ 7–30 วันทำการ
เหมาะสำหรับลูกค้าที่ขายสินค้า e-Commerce
ทีมงานของเรามีประสบการณ์ด้านการขนส่งระหว่างประเทศ พร้อมช่วยให้การส่งของไปต่างประเทศเป็นเรื่องง่าย
เรามีเครือข่ายบริษัทการขนส่งชั้นนำระดับโลก ครอบคลุมทุกรูปแบบการขนส่งสินค้าทั้งการส่งของไป (ชื่อประเทศ) ทางเรือ หรือส่งของไป (ชื่อประเทศ) ทางเครื่องบิน
เรามีบริการเพิ่มเติม เพื่อช่วยให้การส่งของไปต่างประเทศของคุณ ได้รับความสะดวก ทั้งการแพ็คสินค้า การจัดทำเอกสารและรับพัสดุถึงที่บ้าน
ส่งถึงมือผู้รับ อย่างปลอดภัย เพราะเรามีบริการเสริมประกันภัยสินค้าตามมูลค่าจริง
สามารถตรวจสอบสถานะได้ด้วยตัวเองตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจในการใช้บริการของเรา
เราช่วยตรวจสอบข้อมูลและประสานงานในแต่ละขั้นตอน เพื่อสร้างความมั่นใจในการส่งของไปต่างประเทศ

ติดต่อ SME SHIPPING ผ่านช่องทางต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น โทรศัพท์, Line@, Facebook Messenger หรือหน้าเว็บของ SME SHIPPING โดยแจ้งรายละเอียดของสินค้าที่ต้องการส่งไปอเมริกา และทางเราจะประเมิณอัตราค่าส่งไปรษณีย์ไปอเมริกาเบื้องต้น แล้วแจ้งราคาให้ลูกค้าทราบ

หากลูกค้าตัดสินใจใช้บริการของ SME SHIPPING เจ้าหน้าที่จะทำการ Booking เพื่อให้ Messenger เข้าไปรับสินค้าถึงมือลูกค้า

Messenger รับสินค้าที่ต้องการส่งถึงมือลูกค้า พร้อมชี้แจงรายละเอียดที่ลูกค้าต้องกรอกข้อมูล และจึงนำกลับมาที่บริษัท

เมื่อของที่ต้องการส่งมาถึงบริษัท สินค้าจะถูกชั่งน้ำหนัก วัดขนาด และแพ็กสินค้าก่อนส่งให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายดำเนินการ เพื่อคำนวณราคา และจัดทำเอกสารสำหรับการส่งของให้ลูกค้าทราบ

หากลูกค้ายอมรับข้อตกลงต่าง ๆ ได้แล้ว ก็สามารถดำเนินการส่งออกได้ทันที แต่หากลูกค้าติดปัญหาหรือต้องการปรับเปลี่ยนการส่ง สินค้าก็จะถูกส่งกลับไปที่ขั้นตอนการชั่งน้ำหนัก วัดขนาด และแพ็กสินค้าใหม่ ว่าสามารถปรับลดได้อย่างไรบ้าง เพื่อให้เกิดราคาที่พอใจกับลูกค้า
ขึ้นอยู่กับบริการที่ลูกค้าเลือกใช้ และประเทศปลายทาง ตัวอย่างเช่น
เลือกใช้บริการ EXPRESS PREMIUM จะใช้ระยะเวลาในการขนส่ง 2–5 วันทำการ
เลือกใช้บริการ EXPRESS PLUS จะใช้ระยะเวลาในการขนส่ง 5–7 วันทำการ
เลือกใช้บริการ AIRMAIL PLUS จะใช้ระยะเวลาในการขนส่ง 7–30 วันทำการ
เมื่อ ส่งของจากไทยไปอเมริกา ผู้รับจำเป็นจะต้องชำระภาษีอากรขาเข้า ไม่ว่าจะเป็นสินค้าใช้ส่วนบุคคล หรือเพื่อการพาณิชย์ วิธีการประเมินคำนวณตามราคาเอฟโอบี (เสียค่าขนส่งจนถึงเรือ), คือการชำระอากรและภาษีคำนวณจากเฉพาะมูลค่าของสินค้านำเข้าเต็มจำนวน อย่างไรก็ตาม อากรบางชนิดเรียกเก็บตามส่วนของมูลค่าสินค้าและส่วนของปริมาณสินค้านอกเหนือจากอากรสำหรับการส่งของไปประเทศสหรัฐอเมริกา ยังมีการเรียกจัดเก็บค่าธรรมเนียมการค้า (Merchandising Processing Fee), ภาษีขาย (Sales Tax) และภาษีเงินได้ (Internal Revenue Tax)
การส่งของไปประเทศสหรัฐอเมริการ จะคิดอัตราภาษีอากรโดยเรียกเก็บแบบ Ad Valorem (as a percentage of value) คือคิดอัตราร้อยละ ของมูลค่าสินค้า หรือแบบเฉพาะเจาะจง (dollars/cents per unit) คือคำนวณราคาต่อหน่วย อัตราภาษีอากรแตกต่างกันตามประเภทสินค้า
ในประเทศสหรัฐอเมริกาภาษีขายไม่ได้เรียกเก็บจากการนำเข้าสินค้าโดยอัตโนมัติ อย่างไรก็ตามด่านศุลกากรของแต่ละรัฐ (Customs & Border Protection (CBP)) สามารถเป็นผู้ดำเนินการแทนในการเรียกเก็บภาษีรัฐจากผู้นำเข้า
เงื่อนไขการยกเว้นภาษีอากรสำหรับสินค้ามูลค่าต่ำของสหรัฐอเมริกามีการเปลี่ยนแปลง ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจาก U.S. Customs and Border Protection (www.cbp.gov) ก่อนส่ง (ตรวจล่าสุด 15 กันยายน 2569)
ในประเทศสหรัฐอเมริกา CBP จะเรียกเก็บภาษีระดับสหพันธ์รัฐและค่าธรรมเนียมแทนหน่วยงานสหพันธ์รัฐคล้ายกับหน่วยงานจัดเก็บภาษีอากรของประเทศ (Internal Revenue Service) ซึ่งขึ้นอยู่กับชนิดของสินค้าในการนำเข้า การชำระค่าธรรมเนียมของผู้นำเข้าจะขึ้นอยู่กับรูปแบบของการนำเข้าและวิธีขนส่ง
อัตราค่าธรรมเนียมขึ้นอยู่กับประเภทและมูลค่าของการนำเข้า ควรตรวจสอบอัตราล่าสุดจาก U.S. Customs and Border Protection
ส่งของจากไทยไปอเมริกา ในกรณีชำระภาษีอากรเกินหรือส่งสินค้าคืนไปยังผู้ส่งออก, ผู้นำเข้ามีสิทธิ์ขอคืนภาษีอากร ซึ่งสามารถศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติมได้

ส่งของจากไทยไปอเมริกา สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมจากกรมศุลกากรและด่านกรมศุลกากรสหรัฐอเมริกา เรื่องการประกาศขั้นตอนการนำเข้าและข้อจำกัดในการส่งของเข้าไปประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ที่เว็บไซต์ : https://www.cbp.gov
ส่งของจากไทยไปอเมริกา การส่งของไปประเทศสหรัฐอเมริกา SME SHIPPING ให้บริการส่งเอกสารและพัสดุผ่านบริการ Express และ Airmail Plus โดยประสานงานกับผู้ให้บริการขนส่งระหว่างประเทศ เช่น DHL และ FedEx รวมถึงบริการขนส่งสินค้าทางทะเล

การที่ธุรกิจขยายตัวเติบโตคงเป็นเรื่องปกติ ถ้าเราจะมองหาช่องทางการจำหน่ายช่องทางอื่นเพิ่ม เพื่อขยายโอกาสทางธุรกิจของคุณ ซึ่งในปัจจุบันช่องทางการจำหน่ายสินค้ามีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างมาก ด้วยสาเหตุจากการพัฒนาแพลตฟอร์มการขายออนไลน์ที่เพิ่มขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการสามารถจำหน่ายสินค้าได้เพิ่มจากเดิม โดยที่ไม่ต้องมีหน้าร้าน รวมไปถึงเป็นการเปิดโอกาสให้มีพื้นที่ในการจำหน่ายสินค้าไปยังต่างประเทศอีกด้วย แล้วผู้ประกอบการจะเตรียมตัวยังไงหากมีการซื้อขายแล้วต้องทำการส่งสินค้าไปต่างประเทศอย่างอเมริกา วันนี้ทาง SME SHIPPING ได้หาข้อมูลมาให้กับคุณแล้ว
เวลาที่เราส่งพัสดุไปต่างประเทศ แน่นอนว่าต้องมีเรื่องของการเสียภาษีอากรเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ไม่ว่าจะเป็นภาษีนำเข้าและภาษีส่งออก แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าจะต้องจ่ายภาษีตัวไหนและจ่ายเมื่อไหร่ รวมถึงคำถามสำคัญที่หลายๆคนให้ความสนใจคือ จะต้องเสียภาษีนำเข้าและส่งออกเท่าไหร่ ใครเป็นคนที่เสียภาษีนำเข้าส่งออกระหว่างผู้รับกับผู้ส่ง
การเสียภาษีอากรจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อสินค้าของคุณเดินทางไปถึงประเทศปลายทาง แล้วสินค้ามีมูลค่าเกินหลักเกณฑ์ที่ประเทศปลายทางกำหนด ก็จะมีการเรียกเก็บค่าภาษีก่อนที่จะนำสินค้าเข้ามาในประเทศนั้นๆ โดยปกติแล้วการเสียภาษีจะเป็นความรับผิดชอบของ “ผู้รับ” เรียกว่าการเสียค่าภาษีนำเข้า และจำนวนภาษีที่จะต้องเสียนั้นขึ้นอยู่กับกฎเกณฑ์ในการเรียกเก็บภาษีของแต่ละประเทศ สินค้าแต่ละชนิดจะมีอัตราภาษีที่แตกต่างกัน
แต่ละประเทศที่คุณส่งสินค้าไปนั้น จะมีกฎเกณฑ์ในการเรียกเก็บภาษีนำเข้าที่ไม่เหมือนกัน ส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับประเภทสินค้า ส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับความร่วมมือเขตเศรษฐกิจระหว่างประเทศต้นทางกับปลายทาง และอีกส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับพิกัดของสินค้าและมูลค่าของสินค้านั้นๆ แต่ถ้าหากสินค้าที่จะนำเข้าประเทศปลายทาง มีมูลค่าต่ำกว่าจำนวนเกณฑ์ที่กำหนดเอาไว้ ก็จะไม่ต้องจ่ายภาษีนั่นเอง
ราคาค่าจัดส่งไม่รวม ภาษีนำเข้าประเทศอเมริกา สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์ https://www.cbp.gov/trade/basic-import-export
1) ในการจะส่งออกสินค้าประเทศอเมริกา ผู้ส่งออกต้องทราบว่าสินค้าที่จะส่งออกอเมริกาต้องได้รับใบอนุญาตการส่งออก (export license) แต่สินค้าโดยส่วนใหญ่นั้นไม่จำเป็นต้องขอใบอนุญาตจากหน่วยงานในอเมริกาก่อนการส่งออก มีเพียงสินค้าบางประเภทที่ต้องได้รับการรับรองจากหน่วยงานในประเทศอเมริกา ซึ่งผู้ส่งออกจะต้องตรวจสอบว่าสินค้านั้น เป็นสินค้าควบคุมการส่งออกของหน่วยงานในประเทศอเมริกาหรือไม่ และสินค้านั้นต้องไม่ใช่สินค้าห้ามนำเข้าในประเทศปลายทาง
สรุปแล้ว หากต้องการนำเข้าส่งออกอเมริกา จำเป็นต้องทราบข้อมูลคร่าวๆเหล่านี้ เพื่อเป็นความรู้เบื้องต้นและเป็นแนวทางก่อนจะมีการนำเข้าส่งออกอเมริกา หากสนใจนำเข้าส่งออกอเมริกา SME SHIPPING ให้บริการขนส่งสินค้าแบบครบวงจรในราคาที่เหมาะสม พร้อมบริการอื่นๆอีกมากมาย เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ลูกค้าทุกท่าน ไม่ว่าจะเป็นบริการแพ็คสินค้า เตรียมเอกสารสำหรับส่งออก เดินพิธีการขาเข้าและขาออก สนใจส่งออก-นำเข้า สินค้า
ประเทศต้นทางของผู้ส่ง และประเทศปลายทางที่ผู้รับอาศัยอยู่
ประเภทของสิ่งของที่จัดส่ง ของบางอย่างไม่ต้องเสียภาษีแต่บางอย่างก็ต้องเสียภาษี ขณะเดียวกัน สิ่งของบางอย่างไม่เสียภาษีในการส่ง แต่ต้องผ่านการเสียภาษีที่ศุลกากรของประเทศปลายทาง โดยผู้รับเป็นผู้จ่าย
มูลค่าของที่จัดส่ง ถ้าสิ่งของที่ส่งไปมีมูลค่าสูงเกินกำหนดก็ต้องเสียภาษี
น้ำหนักและขนาดของสิ่งของ ปัจจัยข้อนี้มีผลต่อค่าส่ง
ส่งของไปอเมริกามีช่องทางการจัดส่งสินค้าทั้งหมด 2 ช่องทาง คือ
การขนส่งทางเครื่องบินหรือทางอากาศ เป็นการขนส่งสินค้าที่ได้รับความนิยมในการนำเข้าส่งออกเมริกามากที่สุดทั้งสะดวกและรวดเร็ว แต่ก็มีค่าใช้จ่ายที่สูง เหมาะกับสินค้าที่มีขนาดเล็ก ปริมาณไม่มาก
การขนส่งสินค้าทางเรือ หรือทางน้ำ เป็นการขนส่งสินค้าที่เหมาะกับสินค้าขนาดใหญ่ และสินค้าที่นำมาจัดส่งต้องไม่เป็นสินค้าที่เร่งด่วน สามารถทนต่อสภาพแวดล้อมได้ ตัวอย่างเช่น เครื่องจักร เฟอร์นิเจอร์ เป็นต้น
ให้บริการส่งสินค้าในราคาประหยัด พร้อมผู้เชี่ยวชาญด้านการส่งของไปอเมริกา คอยให้คำปรึกษาตลอดทุกขั้นตอนการจัดส่ง บริการ ส่งของไปอเมริกา ไม่ว่าจะเป็นเอกสาร พัสดุขนาดเล็ก และสินค้าขนาดใหญ่ทั้งทางเครื่องบินและทางเรือ สำหรับผู้ประกอบการรายใหญ่และรายย่อย (SMEs), บุคคลทั่วไปที่ต้องการส่งของไปอเมริกา, และคนไทยในอเมริกาที่ต้องการนำเข้าสินค้าจากไทย
เชื่อว่า ประเทศอเมริกา คือหนึ่งในจุดหมายปลายทางสำคัญที่หลายๆคนต้องการที่จะส่งของไป เนื่องจากเป็นประเทศมหาอำนาจด้านเศรษฐกิจโลกและมีจำนวนประชากรเยอะ ดังนั้น เพื่อให้มั่นใจว่าของที่จัดส่งไป จะถึงมือผู้รับอย่างราบรื่น แม้ว่ากฎหมายในต่างแดนจะมีข้อจำกัดมากมาย แต่การส่งของไปประเทศอเมริกานั้นไม่ยากอย่างที่คิด หากเรามีการเตรียมตัวให้พร้อม วันนี้ SME SHIPPING จะมาให้ข้อมูล ห้ามส่งอะไรไปอเมริกา กฎระเบียบการนำเข้าอเมริกา สิ่งของที่ห้ามส่ง และการจัดเตรียมพัสดุเพื่อนำส่ง แบบเข้าใจง่ายๆ มาแนะนำกัน

ในการนำเข้าสินค้าประเทศอเมริกา ผู้นำเข้าจะต้องเสียอัตราภาษีนำเข้าหรือภาษีอากรที่แยกตามแต่ละประเภทของสินค้าก่อนจึงจะนำสินค้าออกจากปลายทางได้
-สินค้าที่ต้องมีใบอนุญาตนำเข้า ได้แก่ – เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ – ยารักษาโรคบางชนิด – ผลไม้ ผักและพืชประเภทถั่วต่างๆ (nuts) – นม ผลิตภัณฑ์เนย และผลิตภัณฑ์ที่ทําจากนมและเนย – พืชและผลิตภัณฑ์จากพืช – น้ำมันและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม
-สินค้าที่มีเครื่องหมายการค้า (trademark) หรือมีลิขสิทธิ์ (copyright) การนําเข้าต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบที่กำหนด
-สินค้าประเภทอาหารแห้ง หากต้องการนำเข้าอเมริกาควรส่งไม่เกิน 10 -20 กิโลกรัม หากเกินต้องมีเอกสารFood and Drug Administration (FDA) ควบคุมสินค้าอาหารและยา หรือขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศุลกากรจะพิจารณา
เริ่มต้นด้วยการบรรจุสิ่งของที่ต้องการจัดส่ง โดยให้ใส่กล่องหรือบรรจุภัณฑ์อย่างระมัดระวัง เนื่องจากเป็นการส่งระยะไกลที่มีโอกาสเกิดการตกหล่นหรือกระแทกได้มาก ดังนั้น จึงควรใส่ห่อกันกระแทก หรือเม็ดกันกระแทกลงไปด้วยเพื่อป้องกันสิ่งของเสียหาย
ก่อนส่งพัสดุ ควรต้องศึกษากฎระเบียบและข้อบังคับของศุลกากรทั้งในประเทศไทยและสหรัฐอเมริกา เนื่องจากสิ่งของบางอย่างอาจต้องห้ามหรือต้องมีเอกสารเฉพาะ จึงควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้ปฏิบัติตามกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเพื่อหลีกเลี่ยงความยุ่งยากที่อาจเกิดขึ้นได้
เมื่อศึกษาระเบียบศุลกากรเป็นที่เรียบร้อยแล้ว วิธีส่งของไปอเมริกาขั้นต่อไปคือการเลือกผู้ให้บริการขนส่งพัสดุที่ในปัจจุบันมีเปิดบริการมากมาย อย่างไรก็ตาม เคล็ดลับในการเลือกก็อาจพิจารณาจาก ความน่าเชื่อถือ อัตราค่าจัดส่ง เวลาจัดส่ง และความสะดวกในการติดตามพัสดุ
กรอกเอกสารการจัดส่งที่จำเป็นทั้งหมดให้ถูกต้องและครบถ้วน โดยทั่วไปจะมีแบบฟอร์มที่ให้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับของที่ทำการจัดส่ง ทั้งข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่า ขนาด โดยควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้กรอกอย่างละเอียด เพราะยิ่งกรอกครบถ้วนเท่าไร การจัดส่งผ่านศุลกากรก็จะยิ่งเป็นไปอย่างราบรื่นเท่านั้น
ขั้นตอนต่อไปของวิธีส่งของไปอเมริกา คือชำระค่าธรรมเนียมการจัดส่ง โดยอัตราจะแตกต่างกันไปตามปัจจัยต่าง ๆ เช่น น้ำหนัก ขนาด และปลายทางของพัสดุ นอกจากนี้ ต้องคำนึงถึงภาษีศุลกากรที่อาจต้องบวกเพิ่มไปด้วยเช่นกัน
เมื่อพัสดุของคุณอยู่ระหว่างการขนส่ง ให้ติดตามและตรวจสอบความคืบหน้าโดยใช้หมายเลขติดตาม ที่ผู้ให้บริการจัดส่งให้มา โดยในปัจจุบันผู้ให้บริการจัดส่งส่วนใหญ่จะมีระบบติดตามออนไลน์ที่ช่วยให้คุณติดตามตำแหน่งของพัสดุได้แบบเรียลไทม์ สร้างความอุ่นใจในการจัดส่งได้มากขึ้น
ปิดท้ายวิธีส่งของไปอเมริกาคือการแจ้งผู้รับเกี่ยวกับการจัดส่ง รวมถึงแจ้งหมายเลขติดตามให้ทราบ เพื่อให้สามารถติดตามความคืบหน้าของพัสดุ และให้แน่ใจว่ากระบวนการจัดส่งราบรื่น ที่สำคัญ การแจ้งให้ผู้รับได้รู้เกี่ยวกับวันที่จัดส่งโดยประมาณจะเป็นประโยชน์อย่างมาก เพื่อให้ผู้รับสามารถคาดการณ์วันที่พัสดุจะไปถึงได้
เมื่อได้รู้สิ่งของต้องห้ามส่งไปอเมริกา และขั้นตอนวิธีส่งของแล้ว ก็มีอีกสิ่งที่ต้องทราบเช่นกันเพื่อความสะดวกตั้งแต่เริ่มต้นไปจนถึงจบกระบวนการส่งก็คือ ข้อควรรู้และข้อควรระวังในการส่งของไปอเมริกา ซึ่งจะมีดังต่อไปนี้
SMESHIPPING เราเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการส่งสินค้าไปต่างประเทศแบบครบวงจร ในมาตรฐานสากล ช่วยให้ชีวิตของคุณง่ายขึ้นและสะดวกสบาย ส่งสินค้าในราคาประหยัด ขนส่งอย่างปลอดภัย ไร้กังวล
ส่งของไปอเมริกา เจ้าไหนดี บริษัทขนส่ง สำหรับส่งพัสดุ สินค้า หรือเอกสาร ให้บริการขนส่งพัสดุระหว่างประเทศ เพื่อเป็นแนวทางให้กับคนที่กำลังมองหาบริษัทขนส่งได้พิจารณา ส่วนจะมีบริษัทส่งของไปต่างประเทศ เจ้าไหนดี วันนี้ทาง SME SHIPPING ได้รวบรวมขนส่งทั้งหมดมาให้กับลูกค้าได้เลือกเปรียบเทียบ ระยะเวลาขนส่ง และราคาเบื้องต้น เพื่อประกอบการตัดสินใจในการเลือกใช้บริการ
บริษัทขนส่งต่างประเทศ อย่าง DHL (ดีเฮชแอล) หรือชื่อเต็ม ๆ ว่า DHL Express (ดีเฮชแอล เอ๊กซ์เพรส) เป็นบริษัทสัญชาติเยอรมันก่อตั้งในปี ค.ศ. 1969 ที่ให้บริการขนส่งและโลจิสติกส์ ที่มีการขนส่งหลากหลาย เช่น การขนส่งเอกสาร จดหมาย รวมไปถึงตู้คอนเทนเนอร์ ฯลฯ มาพร้อมกับความโดดเด่นของสีสันเหลือง-แดง และบริการส่งของแบบถึงที่แบบ Door to Door Services บริการจัดส่งพัสดุถึงหน้าประตูบ้าน ที่สามารถติดตามพัสดุได้ตลอดเวลา รวมทั้งดูแลและบริหารจัดการพัสดุตั้งแต่ต้นทาง ถึงผู้รับปลายทางต่างประเทศ
การขนส่งพัสดุ ส่งของ หรือเอกสาร ไปยังประเทศสหรัฐอเมริกา แบบไหนจะตอบโจทย์ความต้องการของผู้รับมากที่สุด ซึ่งปัจจัยหลักในการส่งของไปอเมริกา ที่เป็นสิ่งสำคัญคือระยะเวลาในการขนส่ง ความรวดเร็วในการขนส่ง โดยที่ราคาเเละการบริการจะเป็นไปตามความเร่งด่วนในการจัดส่ง
ส่งของไปอเมริกา กี่วัน ส่ง DHL ไปอเมริกา กี่วัน ดังนั้น เราจึงได้รวบรวมบริการทั้งหมดที่ครอบคลุมการขนส่งระหว่างประเทศ มาเปรียบเทียบข้อดีของเเต่ละเเบบเพื่อส่งของไปอเมริกาอย่างคุ้มค่า ให้คุณได้เลือกใช้บริการได้อย่างเหมาะสมตามต้องการ โดยเรียงจากบริการแบบด่วนไปจนถึงแบบประหยัด
บริษัทขนส่งพัสดุระหว่างประเทศ FedEx (เฟดเอ็กซ์) หรือชื่อเต็มๆ ว่า FedEx Express ปัจจุบันเติบโตขึ้นอย่างมากมีสาขาทั่วโลก และประสบความสำเร็จในการให้บริการขนส่งงระหว่างประเทศ บริษัทขนส่ง FedEx ให้บริการขนส่งพัสดุระหว่างประเทศและในประเทศ
บริการส่งพัสดุ น้ำหนัก <= 68 กก.
FedEx International First® บริการจัดส่งระหว่างประเทศแบบถึงมือผู้รับ (Door-to-Door)
FedEx International Priority® Express
บริการจัดส่งด่วนข้ามพรมแดนไปยังปลายทางที่กำหนด
FedEx International Priority®
บริการจัดส่งด่วนไปยังต่างประเทศ ระยะเวลาขึ้นอยู่กับปลายทาง
FedEx® International Connect Plus
บริการจัดส่งไปยังต่างประเทศสำหรับธุรกิจอีคอมเมิร์ซ
FedEx International Economy®
ประหยัดค่าใช้จ่ายในการจัดส่งพัสดุระหว่างประเทศที่ค่อนข้างมีน้ำหนักและไม่เน้นเรื่องเวลาเป็นสำคัญ โดยใช้บริการจัดส่งแบบถึงมือผู้รับ (Door-to-Door)
บริการส่งพัสดุ น้ำหนัก > 68 กก.
FedEx International Priority® Freight
บริการจัดส่งพัสดุระหว่างประเทศที่มีน้ำหนักมากทางอากาศ
FedEx International Economy® Freight
บริการส่งพัสดุที่มีน้ำหนักมากแบบประหยัด
สำหรับบริษัทขนส่งต่างประเทศ ThailandPost (ไทยแลนด์โพส) ที่คุ้นเคยกันดีในชื่อว่า ไปรษณีย์ไทย ที่อยู่คู่เมืองไทยมานาน นอกจากมีบริการส่งของในประเทศแล้ว หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่าไปรษณีย์ก็ยังมีบริการส่งของไปต่างประเทศด้วย โดยสามารถส่งของไปต่างประเทศ มีบริการให้เลือกหลากหลาย ตามความเหมาะสมของสิ่งของ ส่งได้ทั้งเอกสาร ของชิ้นเล็ก ของชิ้นใหญ่หนักๆ ก็ส่งได้ ซึ่งระยะเวลาการจัดส่งขึ้นอยู่กับบริการที่เลือกใช้
การส่งของไปต่างประเทศ มีหลายรูปแบบ อัตราค่าส่งโดยรวมก็จะคำนวณจากน้ำหนักจริงของผลิตภัณฑ์นั้น และขึ้นอยู่กับประเภทของการส่งด้วย เช่น ไปรษณียภัณฑ์ระหว่างประเทศ สำหรับการส่งของชิ้นเล็ก ราคาประหยัดเหมาะกับการส่งของที่ไม่เร่งรีบ ส่งของไปต่างประเทศ มีบริการให้เลือกหลากหลาย ตามความเหมาะสมของสิ่งของ ความเร็วในการจัดส่ง และราคาส่งได้ตรงใจ
อย่างไรก็ตาม ผู้ส่งจะต้องตรวจสอบข้อมูลล่าสุดของอัตราค่าส่งไปรษณีย์เหล่านี้และ วิธีส่งของไปต่างประเทศไปรษณีย์ไทย กันอีกครั้งเพราะอาจมีการเปลี่ยนแปลงในช่วงเวลาที่ส่งของได้
ให้บริการโลจิสติกส์ด่วน ครบวงจรชั้นนำในประเทศจีน และเป็นบริษัทขนส่งด่วนที่ใหญ่เป็นอันดับสี่ของโลก โดย SF Express ยึดมั่นในแนวคิดการออกแบบผลิตภัณฑ์ คือ เน้นลูกค้าเป็นศูนย์กลาง มุ่งเน้นความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก SF Express ครอบคลุมทุกระบบด้านโลจิสติกส์ ขยายธุรกิจหลากหลายสาขา มีเครือข่ายด่วนที่มีการเข้าถึงครอบคลุมทั้งประเทศ และประเทศสำคัญๆ และภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก
SF Express ให้บริการลูกค้าด้วยโซลูชั่นซัพพลายเชน แบบครบวงจร ครอบคลุมการจัดหา การผลิต การจัดจำหน่าย การขาย และหลังการขาย ในเวลาเดียวกัน ในฐานะผู้ให้บริการโลจิสติกส์อัจฉริยะที่มีข้อได้เปรียบของขนาดเครือข่าย “เครือข่ายทางอากาศ + เครือข่ายภาคพื้นดิน + เครือข่ายข้อมูล” SF Express มีรูปแบบธุรกิจที่มีการจัดการที่แข็งแกร่งและควบคุมเครือข่ายทั้งหมด
SF Express Thailand ก่อตั้งขึ้นในกรุงเทพมหานคร ประเทศไทย ในปี 2560 โดยให้บริการนำเข้าและส่งออกจากไทยไปยังประเทศจีนและอีกหลายประเทศในภูมิภาคเอเชีย อเมริกาใต้ และอเมริกาเหนือ ด้วยการให้บริการที่รวดเร็วปลอดภัยและเชื่อถือได้
ปลายทาง | การจัดส่งพัสดุด่วน (วันทำการ) |
สหรัฐอเมริกา | ขึ้นอยู่กับบริการที่เลือก |
ประเทศปลายทาง | ขนาด | น้ำหนักสูงสุด ต่อกล่อง | มูลค่าสินค้าที่สำแดงต่อการจัดส่ง |
สหรัฐอเมริกา | 200*80*70 (ซม.) | 70 กก. | ขึ้นอยู่กับประเภทสินค้าและเงื่อนไขของบริการ กรุณาสอบถามเจ้าหน้าที่ก่อนส่ง |
บริษัทขนส่ง TNT ปัจจุบันได้มีการควบรวมกิจการกับ FedEx TNT ให้บริการขนส่งสินค้าที่มีน้ำหนักมาก ตั้งแต่บริการจัดส่งแบบด่วนจนถึงบริการแบบประหยัด
หากยังไม่รู้จะส่งกับเจ้าไหนดี ลองมาส่งที่ SME SHIPPING ได้เลย มีบริการหลายระดับให้เลือกตามความเร่งด่วนและลักษณะของ Shipment เราเปิดให้บริการขนส่งด่วนต่างประเทศแบบครบวงจรที่เข้าใจคนไทย ตอบโจทย์ผู้ประกอบการออนไลน์และบุคคลทั่วไปด้วยบริการที่หลากหลาย โดยประสานงานกับผู้ให้บริการขนส่งระหว่างประเทศ เช่น DHL, FedEx, UPS และ SF
ขึ้นอยู่กับบริการที่ลูกค้าเลือกใช้ และประเทศปลายทาง ตัวอย่างเช่น
เลือกใช้บริการ EXPRESS PREMIUM จะใช้ระยะเวลาในการขนส่ง 2–5 วันทำการ
เลือกใช้บริการ EXPRESS PLUS จะใช้ระยะเวลาในการขนส่ง 5–7 วันทำการ
เลือกใช้บริการ AIRMAIL PLUS จะใช้ระยะเวลาในการขนส่ง 7–30 วันทำการ
เห็นได้ชัดว่าในปัจจุบัน ความรวดเร็วในการขนส่งสินค้าเป็นจุดขายที่สำคัญของธุรกิจด้านโลจิสติกส์ เป็นการเเข่งขันที่ค่อนข้างเข้มข้น เพื่อให้ทันต่อความต้องการเเละทันต่อเทคโนโลยีการซื้อขายออนไลน์ ที่มีการเติมโตขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นความสะดวก รวดเร็ว เเละง่ายดาย จึงเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ลูกค้าได้ดีที่สุด เราจึงรวบรวม บริษัทที่ส่งออกต่างประเทศ ที่ให้ความสำคัญกับความหลากหลายของบริการส่งสินค้าไปต่างประเทศ ด้วยความเชี่ยวชาญ
SMESHIPPING ส่งได้สบายใจไร้กังวล เพราะเรามีทีมงานมืออาชีพให้คำปรึกษา พร้อมนำส่งพัสดุให้คุณแบบ Worldwide Delivery โดยให้บริการแบบ Door-to-Door Services รับของถึงที่ ระยะเวลาขึ้นอยู่กับบริการ เช่น Express Premium ประมาณ 2–5 วันทำการ
ส่งของอมริกาใช้เอกสารอะไร – การส่งของไปอเมริกา จะต้องมีการจัดเตรียมเอกสารเพื่อใช้ประกอบการจัดส่งและดำเนินพิธีการต่างๆเช่น พิธีศุลกากรขาออก พิธีศุลกากรขาเข้า เอกสารที่ได้จัดเตรียมเอาไว้จะถูกตรวจเช็คในระหว่างจัดส่งผ่ายขั้นตอนและพิธีการต่างๆ การจัดเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนจึงเป็นเรื่องที่มีความสำคัญมากๆสำหรับการส่งของไปต่างประเทศ เพราะถ้าหากว่าเจ้าหน้าที่เกิดความสงสัยอะไรขึ้นมา เอกสารที่เราแนบไปกับพัสดุจะยืนยันทุกข้อสงสัย
สำหรับมือใหม่ที่ยังไม่ค่อยคุ้นชินกับการจัดเตรียมเอกสารประกอบการส่งของไปอเมริกา อาจจะรู้สึกว่ามีความวุ่นวายไม่น้อย นอกจากจะมีเอกสารที่ต้องจัดเตรียมหลายรายการแล้ว ยังมีรายละเอียดที่ต้องทำความเข้าใจอีกค่อนข้างเยอะ วันนี้ SME SHIPPING นำข้อมูลมาฝากแล้ว ไม่ต้องกังวลอีกต่อไป ซึ่งส่งของอมริกาใช้เอกสารอะไรบ้างนั้นไปดูกันเลย
ใบ Invoice คือใบแสดงรายการสินค้าสำหรับการส่งออกไปต่างประเทศ โดยจะมีข้อมูลรายละเอียดสินค้า, จำนวน, มูลค่าสินค้า, ชื่อผู้รับปลายทาง, ผู้ส่งสินค้า Term of trade เพื่อใช้ในการเรียกเก็บค่าใช้จ่าย โดยจุดประสงค์ของ invoice คือ แจ้งรายระเอียดข้อมูลต่างๆของสินค้า เพื่อแสดงต่อศุลกากรประเทศปลายทาง ให้พิจารณาและอนุญาติให้นำสินค้าภายในกล่องนั้นเข้าสู่ประเทศ
อีกหนึ่งเอกสารที่สำคัญสำหรับการส่งของไปต่างประเทศผ่านเครื่องบินคือ AIR WAY BILL หรือภาษาไทยเรียกว่า “ใบตราส่งสินค้าทางอากาศ” คือเอกสารที่ใช้สำหรับแปะแนบไปกับพัสดุที่ทำการจัดส่งไปต่างประเทศเพื่อระบุให้เจ้าหน้าที่รวมถึงพนักงานของบริษัทขนส่งสามารถตรวจสอบได้ว่าพัสดุชิ้นนี้เป็นอะไร น้ำหนักและปริมาณเท่าไหร่ ส่งจากที่ไหนไปที่ไหน ผ่านสายการบินอะไร ผู้ส่งและผู้รับเป็นใคร จัดส่งเมื่อวันที่เท่าไหร่ ข้อมูลใน AIR WAY BILL เหล่านี้จำเป็นสำหรับการจัดส่งสินค้าระหว่างประเทศ
FDA คือเอกสารที่ออกโดยหน่วยงานรัฐบาลกลางเพื่อรับรองถึงความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์อาหารและยา คนไทยเรียกกันติดปากว่าขอ อย. สำหรับการขอ FDA จะเป็นมาตรที่ได้รับการยอมรับในสากล ถ้ามีเอกสาร FDA ก็จะมีความน่าเชื่อถือว่าสินค้ามีคุณภาพและมีความปลอดภัยในกระบวนการผลิตจริงๆ ทิ้งท้ายเพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติมเอาไว้สำหรับตัวย่อ FDA ในแต่ละเประเทศจะมีหน่วยงานที่กำกับดูแล อาหารและยา ที่มีชื่อเรียกต่างกันทำให้ตัวย่ออาจจะต่างกันในแต่ละประเทศ FDA จะเป็นตัวย่อของหน่วยงานอาการและยาของประเทศสหรัฐอเมริกา (ของประเทศไทยคือ อย. นิยมเรียกว่า FDA Thai
ในการส่งสินค้าบางประเภทไปยังต่างประเทศจะต้องมีการจด FDA เพื่อแสดงถึงมาตรฐานของสินค้านั้นๆ และถ้าหากว่าขาดเอกสาร FDA อาจจะทำให้ไม่สามารถจัดส่งสินค้าบางประเภทได้ ดังนั้นคุณจะต้องตรวจสอบว่าสินค้าที่คุณต้องการส่งไปยังประเทศปลายทางนั้นมีการเรียกขอให้แนบเอกสาร FDA ด้วยหรือไม่
สินค้าบางประเภทจำเป็นต้องมีการขออนุญาติเพื่อการส่งออก ซึ่งจะต้องแนบหนังสือที่ได้รับอนุญาติจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์นั้นๆ เพื่อใช้เอกสารที่หน่วยงานออกให้นี้สำหรับประกอบการจัดส่งไปยังต่างประเทศ (สามารถส่งออกหรือนำเข้าสินค้านั้นได้) ตัวอย่างเช่นผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรบางรายการจะต้องมีการขอเอกสารเพิ่มเติมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เป็นใบอนุญาติรับรองก่อนที่จะจัดส่งไปยังต่างประเทศได้
Certificate of Origin หรือหนังสือรับรองถิ่นกําเนิดสินค้า เป็นหนังสือที่กรมการค้าต่างประเทศ (หรือหน่วยงานอื่นๆที่เกี่ยวข้องในประเทศ) ดำเนินการออกเอกสารนี้ให้เพื่อระบุว่าสินค้าชิ้นนี้มีถิ่นกำเนิดในประเทศไทย โดยส่วนใหญ่จะใช้งานร่วมกับสิทธิฟอร์มว่าด้วยความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ถ้าสินค้าของคุณอยู่ในเกณฑ์ที่จะได้รับสิทธิลดทางอากรอันเนื่องมาจากความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ จะต้องแนบเอกสารนี้ไปด้วย
MSDS ย่อมาจาก Material Safety Data Sheet เป็นเอกสารที่ระบุข้อมูลด้านความปลอดภัยสารเคมี ใช้สำหรับป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นจากการจัดส่งและจัดเก็บ ทำให้ผู้ที่เกี่ยวข้องรู้ว่าจะต้องจัดเก็บอย่างไร ป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นอย่างไร โดยเฉพาะสินค้าที่เป็นสารเคมีต่างๆจะต้องมีการแนบเอกสารนี้เพื่อใช้ในการจัดส่งไปต่างประเทศด้วย
สินค้าบางประเภทอาจจะมีการเรียกขอเอกสารเพิ่มเติมเมื่อทำการจัดส่งไปยังต่างประเทศ ซึ่งเอกสารที่จะต้องจัดเตรียมนั้นก็ขึ้นอยู่กับประเภทสินค้าที่ต้องการส่งด้วย บางหมวดสินค้าอาจจะมีเอกสารที่ต้องแนบไปเพิ่มเติมเพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับสินค้า ในกรณีที่คุณไม่มั่นใจว่าสินค้าของคุณจำเป็นต้องแนบเอกสารอะไรเพิ่มเติมหรือไม่ สามารถส่งรายละเอียดสินค้า ประเทศปลายทาง น้ำหนัก และขนาดมาให้ SME SHIPPING ช่วยตรวจสอบก่อนได้
นอกจากยังอาจจะมีเอกสารอื่นๆที่คุณอาจจะแนบไปกับการส่งของไปต่างประเทศด้วยเช่น แค็ดตาล็อกเพื่อแสดงสินค้าอื่นๆของคุณให้ลูกค้าได้รู้ หรือเอกสารแสดงส่วนผสม เป็นต้น
มีข้อสงสัย ติดต่อสอบถามทางทีมงาน SME SHIPPING ได้ทุกเมื่อ และเราพร้อมให้บริการส่งของไปต่างประเทศ ชิ้นเดียวก็ส่งได้ รับพัสดุถึงบ้านทั่วประเทศ ติดต่อปรึกษาการส่งพัสดุฟรี
สำหรับประเทศไทย สหรัฐอเมริกา ถือเป็นตลาดส่งออกที่สำคัญของไทย โดยตัวอย่างสินค้าที่ไทยส่งออกไปสหรัฐฯ สินค้าไทยส่งไปอเมริกา ได้แก่
เครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ เป็นสินค้าส่งออกสำคัญที่ไทยส่งไปอเมริกา โดยมีไต้หวัน เกาหลีใต้ เม็กซิโก และจีน เป็นคู่แข่งสำคัญในตลาดสหรัฐฯ ปัจจัยสำคัญที่เกื้อหนุนต่อการขยายการส่งออกเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ของไทยในตลาดสหรัฐฯ คือ การค้าคอมพิวเตอร์ในสหรัฐฯ ที่เติบโตอย่างรวดเร็วจากการที่คอมพิวเตอร์เข้ามามีบทบาทต่อการดำเนินชีวิตประจำวันมากขึ้น
เสื้อผ้าสำเร็จรูป สหรัฐอเมริกา เป็นตลาดส่งออกเสื้อผ้าสำเร็จรูปที่สำคัญของไทย เสื้อผ้าสำเร็จรูปของไทยที่มีศักยภาพในการขยายตัวได้ดีในตลาดสหรัฐฯ เป็นสินค้าในระดับกลางและระดับบนที่มีเครื่องหมายการค้าเป็นที่รู้จักทั่วไป ส่วนเสื้อผ้าคุณภาพต่ำที่มีราคาถูกเริ่มสูญเสียตลาดให้แก่คู่แข่งที่มีต้นทุนต่ำกว่า เช่น จีน อินโดนีเซีย เม็กซิโก และประเทศแถบลาตินอเมริกา
แผงวงจรไฟฟ้า เป็นสินค้าส่งออกสำคัญของไทยอีกรายการหนึ่งที่มีสหรัฐอเมริกา เป็นตลาดหลัก คู่แข่งสำคัญของไทยในตลาดสหรัฐฯ คือ ญี่ปุ่น ไต้หวัน สิงคโปร์ เกาหลีใต้ และฟิลิปปินส์ ข้อเสียเปรียบของไทยในอุตสาหกรรมแผงวงจรไฟฟ้าคือการขาดการพัฒนาอุตสาหกรรมเวเฟอร์แฟบซึ่งเป็นอุตสาหกรรมต้นน้ำของการผลิตแผงวงจรไฟฟ้า ขณะที่สิงคโปร์และฟิลิปปินส์ซึ่งเป็นคู่แข่งของไทยได้รับประโยชน์จากการที่ผู้ผลิตแผงวงจรไฟฟ้าของสหรัฐฯ เข้าไปลงทุนผลิตเวเฟอร์แฟบในประเทศของตน
ตลาดอาหาร ก็ถือเป็นตลาดที่สำคัญ เนื่องจากสหรัฐอเมริกาเป็นตลาดบริโภคอาหารขนาดใหญ่ อีกทั้งเป็นตลาดหลักของการนำเข้าสินค้าอาหารจากประเทศไทย สินค้าอาหารของไทยหลายชนิดส่งออกไปสหรัฐฯ เช่น กุ้งแช่แข็ง ปลาทูน่ากระป๋อง อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูปต่างๆ เป็นต้น
ประเทศสหรัฐอเมริกาจัดเป็นประเทศหนึ่งที่มีระบบการรักษาความปลอดภัยอาหารเข้มงวด ผู้ผลิต/ส่งออกสินค้าอาหารของไทย ที่ต้องการส่งสินค้าอาหารของไทยไปยังสหรัฐฯ จะต้องพึงระลึกเสมอว่า “สหรัฐฯ กำหนดให้สินค้าอาหารนำเข้าจะต้องทำการผลิตให้ มีคุณสมบัติพื้นฐานของสินค้าอาหาร ให้ได้มาตรฐานระดับเดียวกับสินค้าอาหารที่ผลิตในประเทศสหรัฐฯ
และอยู่ภายใต้กฎระเบียบข้อบังคับเดียวกัน” กล่าวคือ ได้รับการผลิตขึ้นในสภาวะสิ่งแวดล้อมที่ถูกสุขลักษณะ ผลิตภัณฑ์มีความสะอาด มีความปลอดภัยต่อการบริโภคและถูกบรรจุในบรรจุภัณฑ์ที่มีฉลากข้อมูลที่เป็นจริง และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจที่ไม่ถูกต้อง เช่นเดียวกับอาหารที่ผลิตในสหรัฐอเมริกา
เมื่อผู้ผลิต/ส่งออกสินค้าอาหารของไทย มีคุณสมบัติที่สามารถส่งสินค้าอาหารไปขายยังสหรัฐฯ ได้แล้ว ในลำดับต่อไปต้องดูว่า สินค้าที่ผลิตได้ตรงตามมาตรฐานและถูกต้องตามระเบียบอาหารของ FDA ตามที่สหรัฐฯ กำหนดไว้หรือไม่ ซึ่งจะเน้นในเรื่องความปลอดภัยและฉลากสินค้าของ สินค้าอาหาร การนำเข้าสหรัฐฯ สินค้าอาหารทุกชนิดอยู่ภายใต้การควบคุมตามบทบัญญัติของกฏหมาย 2 ฉบับ คือ
ส่วนสินค้าผลิตผลทางการเกษตรและการปศุสัตว์ จะต้องเป็นไปตามระเบียบข้อบังคับของกระทรวงเกษตรของสหรัฐฯ U.S. Department of Agricultural และ สินค้าอาหารทะเลจะต้องเป็นไปตามกฏข้อบังคับของ National Marine Fisheries Service, U.S. Department of Commerce
อาหารทะเลกระป๋อง และแปรรูป จากไทยเป็นสินค้าส่งออกสำคัญไปสหรัฐฯ โดยเฉพาะปลาทูน่ากระป๋องและกุ้งกระป๋อง อย่างไรก็ตาม ปัญหาสำคัญของการส่งออกอาหารทะเลกระป๋องและแปรรูปของไทยคือการขาดแคลนวัตถุดิบโดยเฉพาะปลาทูน่า ทำให้ไทยเสียเปรียบคู่แข่งขัน เช่น ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และเอกวาดอร์ ซึ่งมีวัตถุดิบเป็นของตนเอง
กุ้งสดแช่เย็นแช่แข็ง สหรัฐฯ เป็นตลาดส่งออกกุ้งสดแช่เย็นแช่แข็งที่สำคัญของไทย โดยมีคู่แข่งสำคัญ คือ เอกวาดอร์ แคนาดา เวียดนาม และอินเดีย
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าความต้องการกุ้งในตลาดสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตามการขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ แต่ไทยยังต้องเผชิญกับปัญหาการค้ากุ้งในตลาดสหรัฐฯ หลายประการ โดยเฉพาะการแข่งขันด้านราคาอย่างรุนแรงจากคู่แข่ง มาตรการกีดกันการนำเข้ารูปแบบต่างๆ ของสหรัฐฯ ทั้งมาตรการด้านสุขอนามัยและมาตรการด้านสิ่งแวดล้อม เป็นต้น
นอกจากนี้ หากไทยยังคงหวังพึ่งการส่งออกสินค้าเหล่านี้ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องหันมาเร่งพัฒนาการผลิตสินค้าเพื่อให้มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น ทำการผลิตสินค้าให้มีความหลากหลายยิ่งขึ้นและสอดคล้องกับความต้องการของตลาด ตลอดจนมุ่งให้ความสำคัญในการทำการตลาดในเชิงรุกควบคู่ไปด้วยเพื่อศึกษาถึงความต้องการและรสนิยมของผู้ซื้อในแต่ละประเทศ อันเป็นหัวใจสำคัญในการเจาะตลาดใหม่ๆ และขยายตลาดที่มีอยู่เดิมให้กว้างขวางยิ่งขึ้น
ตัวเลือกความเป็นส่วนตัวของคุณ
เราใช้คุกกี้ที่จำเป็นเพื่อให้เว็บไซต์ทำงานได้ คุกกี้วิเคราะห์และการตลาดจะยังปิดอยู่จนกว่าคุณจะเลือกอนุญาต อ่านนโยบายคุกกี้
เลือกประเภทคุกกี้ที่ต้องการอนุญาต คุณสามารถเปลี่ยนตัวเลือกนี้ได้ทุกเมื่อ
จำเป็นต่อการทำงานหลักของเว็บไซต์และการจดจำตัวเลือกความเป็นส่วนตัวของคุณ