ส่งของไปญี่ปุ่น

SME SHIPPING บริการส่งของไปญี่ปุ่น ส่งพัสดุไปญี่ปุ่น เราทำให้การส่งของเป็นเรื่องง่ายแค่ปลายนิ้ว ส่งของจากไทยไปญี่ปุ่น อัตราค่าส่งของไปญี่ปุ่น ค่าส่งของไปญี่ปุ่น อัตราค่าส่งพัสดุไปญี่ปุ่น ค่าส่งพัสดุไปญี่ปุ่น ค่าส่งไปรษณีย์ไปญี่ปุ่น ส่ง EMS ไปญี่ปุ่น ส่งของไปญี่ปุ่นทางเครื่องบิน ส่งของไปญี่ปุ่นทางเรือ วิธีส่งของไปญี่ปุ่น ส่งจดหมายไปญี่ปุ่น ส่งเอกสารไปญี่ปุ่น ส่งอาหารไปญี่ปุ่น

ส่งของไปญี่ปุ่นกับ SME SHIPPING

ญี่ปุ่นนับเป็นประเทศผู้นำทางเศรษฐกิจอันดับต้น ๆ ของโลก โดยมี GDP สูงเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก นอกจากนี้ยังเป็นสมาชิกของสหประชาชาติ G8 OECD และ APEC ซึ่งเมื่อพิจารณาในแง่การลงทุน และการดำเนินธุรกิจแล้ว ที่ดินแดนปลาดิบ นับว่าเป็นฐานลงทุนที่มีความน่าสนใจสูงเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก ทั้งกำลังการซื้อของประชากรที่มีความพร้อม รวมไปถึงความมั่นคงในของเศรษฐกิจที่ญี่ปุ่น

เมืองปลาดิบ มี GDP ที่สูงอีกประเทศหนึ่งของโลก และประชากรก็มีกำลังซื้อที่มาก นอกจากนี้แล้ว ญี่ปุ่นยังเป็นประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องการผลิตรถยนต์รายใหญ่ รวมไปถึงมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยอันดับต้นๆ ของโลก ทั้งกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องมือ เครื่องจักร แต่ญี่ปุ่นนี้ มีทรัพยากรที่ไม่เพียงพอต่อการผลิต จึบงกลายเป็นอีกประเทศที่มีการนำเข้าทรัพยากร ทั้งถ่านหิน ก๊าซธรรมชาติ ด้วยเช่นกัน

และในด้านการทำการค้ากับประเทศไทย ยังคงโตอย่างต่อเนื่อง เพราะที่กล่าวไปก่อนหน้าว่า ญี่ปุ่นต้องนำเข้าทรัพยากรที่สูงมาก ทำให้การส่งของไทยไปญี่ปุ่นมีหลากหลายรูปแบบ ได้แก่ อุปกรณ์และคอมพิวเตอร์ ยางธรรมชาติ แผงวงจรไฟฟ้า ส่วนประกอบเครื่องมือสื่อสารโทรคมนาคม ไก่สดแช่เย็น เนื้อสัตว์ปรุงแต่ง อาหารทะเลแปรรูป ไดโอด ทรานซิสเตอร์ เครื่องรับโทรศัพท์และส่วนประกอบ เนื้อปลาสดแช่เย็น แช่แข็ง และอื่น ๆ

นอกจากนี้ รัฐบาลของไทยและญี่ปุ่น ได้มีการพิจารณาถึงสิทธิพิเศษให้กับนักลงทุนไทยในญี่ปุ่น อย่างเช่น สิทธิพิเศษด้านภาษี หรือได้รับการสนับสนุนจาก IBSC เช่น การให้ยืมพื้นที่สำนักงานชั่วคราวฟรี การสรรหาบุคลากร การขอใบอนุญาตทำงาน และการจัดทะเบียนจัดตั้งบริษัทสำหรับอัตราภาษีในระดับสูงอีกด้วย

ทำให้การลงทุนของนักธุรกิจจากเมืองไทย ใช้ต้นทุนไม่สูงมากนัก หากเลือกลงทุนในอุตสาหกรรมที่เหมาะ เช่น แฟชั่น หรือ Gadget ต่าง ๆ ซึ่งสามารถขายให้กับประชากรชาวญี่ปุ่นที่มีกำลังซื้ออย่างแน่นอน และสามารถส่งออกให้ต่างประเทศได้เช่นกัน และจะได้รับความเชื่อมั่นเพิ่มขึ้นจากคำว่า Made in Japan และยังไม่กระทบกับการแข่งขันของประเทศไทยด้วยเช่นกัน ทำให้ญี่ปุ่นเป็นอีกหนึ่งประเทศ ที่นักลงทุนไทยสนใจเริ่มทำการค้าหรือเริ่มทำธุรกิจอย่างแน่นอน

และที่แดนซามูไรนี้ เป็นอีกหนึ่งประเทศที่คนไทยเราส่ง EMS ไปญี่ปุ่นบ่อยครั้ง ไม่ว่าจะทั้งธุรกิจ SME หรือบุคคลทั่วไป ที่ต้องส่งอาหารไปญี่ปุ่นให้ญาติ ส่งจดหมายไปญี่ปุ่นเพื่อทำธุระส่วนตัว ซึ่งในบางครั้ง การจะส่งพัสดุไปสู่เกาะแดนปลาดิบด้วยตัวเอง ก็ดูจะลำบากหรือสิ้นเปลืองเกินไป หากไม่จำเป็นต้องไปด้วยตัวเอง ทั้งเรื่องราคา และรูปแบบการส่ง ที่ค่อนข้างจำกัด เพราะญี่ปุ่น เป็นอีกประเทศที่เป็นเกาะขนาดใหญ่ การใช้บริการบริษัทขนส่งที่เหมาะกับความเร่งด่วน หรือขนาดของพัสดุ ก็มีความจำเป็นที่ต่างกัน การจะหาบริษัทขนส่งพัสดุที่ตอบโจทย์ จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง SME SHIPPING เราเข้าใจทุกความต้องการของลูกค้าทุกรูปแบบ ดังนี้

  1. ส่งด่วน EXPRESS PREMIUM ด้วยบริการรับของถึงที่ ภายใน 45นาที มีบริการแพ็คสินค้า กล่อง และวัสดุกันกระแทกฟรี พร้อมกับประกันสินค้าสูญหาย 10,000บาท และส่งของจากไทยไปญี่ปุ่นถึง ใน1 – 2 วัน
  2. ส่งง่าย EXPRESS PLUS บริการรับของถึงที่ภายใน16.00น. บริการแพ็คสินค้า กล่อง และวัสดุกันกระแทกฟรี ประกันสินค้าสูญหาย 5,000 บาท ส่งของไปญี่ปุ่นถึงที่ ใน 3 – 5 วัน
  3. ส่งประหยัด AIRMAIL PLUS สำหรับส่งของไปญี่ปุ่น โดยน้ำหนักไม่เกิน 2 กิโลกรัม น้ำหนักเริ่มต้นที่ 100กรัม อัพเดตสถานะได้ตลอด 24ชั่วโมง และมีประกันสินค้าสูญหาย 1,200บาท พร้อมส่งพัสดุไปญี่ปุ่นถึงที่ ใน 7 – 45 วัน เหมะสำหรับลูกค้าที่ขายสินค้าบนแพลตฟอร์มออนไลน์ เช่น eBay Amazon หรือ Etsy

SME SHIPPING เราเพิ่มความสะดวกให้กับลูกค้าด้วยบริการพิเศษ ที่ทำให้ท่านไม่ต้องทำอะไรมากจนเกินไป ตั้งแต่เอกสาร ไปจนถึงการบรรจุภัณฑ์ไม่ว่าจะเป็นพัสดุบรรจุกล่องหรือใหญ่ถึงขนาดบรรจุลังไม้รมควัน ท่านจะได้รับความสบายใจ ว่าพัสดุหรือสินค้าของท่าน จะถูกส่งมือของผู้รับที่ญี่ปุ่นอย่างแน่นอน

 

ทำไมต้องเป็น SME SHIPPING ?

เราให้บริการลูกค้ามามากกว่า 10 ปี ประสบการณ์ของเรา ทำให้เรามีทั้งทีมงานที่มีความเป็นมืออาชีพ ที่พร้อมจะทำให้การส่งของไปต่างประเทศ เป็นเรื่องง่ายเพียงนิดเดียว และเรามีเครือข่ายบริษัทการขนส่งชั้นนำระดับโลก ครอบคลุมทุกรูปแบบการขนส่งสินค้าทั้งการส่งของไปญี่ปุ่นทางเรือ เครื่องบิน ตอบโจทย์ทุกความต้องการสำหรับทุกการขนส่งเพื่อคุณโดยเฉพาะ

เรามีบริการเพิ่มเติม เพื่อช่วยให้การส่งของไปต่างประเทศของคุณ ได้รับความสะดวก ทั้งการแพ็คสินค้า การรับเอกสารและพัสดุถึงที่ และส่งถึงมือผู้รับ อย่างปลอดภัย เพราะเรามีบริการเสริมประกันภัยสินค้าตามมูลค่าจริง สามารถตรวจสอบสถานะได้ด้วยตัวเองตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจในการใช้บริการของเรา และจากการมีผู้ใช้บริการซ้ำถึง 80% จากบริษัทชั้นนำในประเทศไทย และการรีวิวของลูกค้า เราพร้อมสร้างความมั่นใจในการส่งของไปต่างประเทศที่มีคุณภาพ ด้วยความเต็มใจ

 

SME SHIPPING บริการส่งของไปญี่ปุ่น ส่งพัสดุไปญี่ปุ่น เราทำให้การส่งของเป็นเรื่องง่ายแค่ปลายนิ้ว ส่งของจากไทยไปญี่ปุ่น อัตราค่าส่งของไปญี่ปุ่น ค่าส่งของไปญี่ปุ่น อัตราค่าส่งพัสดุไปญี่ปุ่น ค่าส่งพัสดุไปญี่ปุ่น ค่าส่งไปรษณีย์ไปญี่ปุ่น ส่ง EMS ไปญี่ปุ่น ส่งของไปญี่ปุ่นทางเครื่องบิน ส่งของไปญี่ปุ่นทางเรือ วิธีส่งของไปญี่ปุ่น ส่งจดหมายไปญี่ปุ่น ส่งเอกสารไปญี่ปุ่น ส่งอาหารไปญี่ปุ่น ภาษีนำเข้าประเทศญี่ปุ่น

วิธีการส่งของไปญี่ปุ่น ผ่าน SME SHIPPING

  1. ติดต่อ SME SHIPPING ผ่านช่องทางต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น โทรศัพท์, Line@, Facebook Messenger หรือหน้าเว็บของ SME SHIPPING โดยแจ้งรายละเอียดของสินค้าที่ต้องการส่งไปญี่ปุ่น และทางเราจะประเมิณอัตราค่าส่งไปรษณีย์ไปญี่ปุ่นเบื้องต้น แล้วแจ้งราคาให้ลูกค้าทราบ
  2. หากลูกค้าตัดสินใจใช้บริการของ SME SHIPPING เจ้าหน้าที่จะทำการ Booking เพื่อให้ Messenger เข้าไปรับสินค้าถึงมือลูกค้า
  3. Messenger รับสินค้าที่ต้องการส่งถึงมือลูกค้า พร้อมชี้แจงรายละเอียดที่ลูกค้าต้องกรอกข้อมูล และจึงนำกลับมาที่บริษัท
  4. เมื่อของที่ต้องการส่งมาถึงบริษัท สินค้าจะถูกชั่งน้ำหนัก วัดขนาด และแพ็กสินค้าก่อนส่งให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายดำเนินการ เพื่อคำนวณราคา และจัดทำเอกสารสำหรับการส่งของไปญี่ปุ่นให้ลูกค้าทราบ
  5. หากลูกค้ายอมรับข้อตกลงต่าง ๆ ได้แล้ว ก็สามารถดำเนินการส่งออกได้ทันที แต่หากลูกค้าติดปัญหาหรือต้องการปรับเปลี่ยนการส่ง สินค้าก็จะถูกส่งกลับไปที่ขั้นตอนการชั่งน้ำหนัก วัดขนาด และแพ็กสินค้าใหม่ ว่าสามารถปรับลดได้อย่างไรบ้าง เพื่อให้เกิดราคาที่พอใจกับลูกค้า

 

 

โดยรายละเอียด อัตราค่าส่งของไปญี่ปุ่นมีดังนี้

หากลูกค้าเลือกส่งพัสดุด้วย DHL Express อัตราค่าส่งของไปญี่ปุ่นจะแบ่งตามสินค้าที่ส่งดังนี้

อัตราค่าส่ง “เอกสาร” ไปญี่ปุ่น แบบ Express Premium

  • เวลาในการดำเนินการส่งเอกสาร 1-2 วัน เริ่มที่ 0.5 กิโลกรัม ในราคา 890 บาท ไปจนถึง 2.0 กิโลกรัม ที่ราคา 2,040 บาท

อัตราค่าส่ง “พัสดุ” ไปญี่ปุ่น แบบ Express Premium

เวลาในการดำเนินการส่งพัสดุ 1-5 วัน เริ่มที่ 0.5 กิโลกรัม ในอัตราค่าส่งพัสดุไปญี่ปุ่น 1,460 บาท ไปจนถึง 20 กิโลกรัม ที่ราคา 7,260 บาท และหากมีน้ำหนัก 20.5 กิโลกรัมขึ้นไป จะต้องจ่ายตามอัตราค่าส่งเพิ่มต่อกิโลกรัม โดยคิดดังนี้

  • 20.5 – 29.5 กิโลกรัม จ่ายกิโลกรัมละ 348 บาท
  • 30 – 49.5 กิโลกรัม จ่ายกิโลกรัมละ 310 บาท
  • 50 – 69.5 กิโลกรัม จ่ายกิโลกรัมละ 290 บาท
  • 70 – 99.5 กิโลกรัม จ่ายกิโลกรัมละ 254 บาท
  • และ 100 กิโลกรัมขึ้นไป จ่ายกิโลกรัมละ 248 บาท

อัตราค่าส่ง “พัสดุ” ไปญี่ปุ่น แบบ Express Plus

เวลาในการดำเนินการส่งพัสดุ 3-7 วัน เริ่มที่ 0.5 กิโลกรัม ในอัตราค่าส่งพัสดุไปญี่ปุ่น 1,240 บาท ไปจนถึง 20 กิโลกรัม ที่ราคา 6,180 บาท และหากมีน้ำหนัก 20.5 กิโลกรัมขึ้นไป จะต้องจ่ายตามอัตราค่าส่งเพิ่มต่อกิโลกรัม โดยคิดดังนี้

  • 20.5 – 29.5 กิโลกรัม จ่ายกิโลกรัมละ 292 บาท
  • 30 – 49.5 กิโลกรัม จ่ายกิโลกรัมละ 253 บาท
  • 50 – 69.5 กิโลกรัม จ่ายกิโลกรัมละ 227 บาท
  • 70 – 99.5 กิโลกรัม จ่ายกิโลกรัมละ 215 บาท
  • และ 100 กิโลกรัมขึ้นไป จ่ายกิโลกรัมละ 208 บาท

 

หากลูกค้าเลือกส่งของไปญี่ปุ่นด้วย FEDEX Express

อัตราค่าส่งของไปญี่ปุ่นจะแบ่งตามสินค้าที่ส่งดังนี้

  • อัตราค่าส่งเอกสารไปญี่ปุ่น ใช้เวลาดำเนินการส่งเอกสาร 1-5 วัน โดยเอกสารต้องมีน้ำหนักไม่เกิน 0.5 กิโลกรัม ราคาที่ 1,000 บาท
  • อัตราค่าส่งพัสดุไปญี่ปุ่น โดยการห่อแบบแพ็ค ใช้เวลาดำเนินการส่งพัสดุ 1-5 วัน โดยเริ่มที่ 0.5 กิโลกรัม ในราคา 1,020 บาท ไปจนถึง 2.5 กิโลกรัม ในราคา 2,380 บาท
  • อัตราค่าส่งพัสดุไปญี่ปุ่น ด้วยการบรรจุกล่อง ใช้เวลาดำเนินการส่งสินค้า 1-5 วัน เริ่มที่ 0.5 กิโลกรัม ในราคา 1,170 บาท ไปจนถึง กล่องที่บรรจุได้ถึง 20.5 กิโลกรัม ในราคา 7,030 บาท

และหากมากกว่า 20.5 กิโลกรัมขึ้นไป จะต้องจ่ายตามอัตราค่าส่งของไปญี่ปุ่นต่อกิโลกรัม โดยคิดดังนี้

  • 21 – 44 กิโลกรัม จ่ายกิโลกรัมละ 346 บาท
  • 45 – 70 กิโลกรัม จ่ายกิโลกรัมละ 332 บาท
  • 71 – 99 กิโลกรัม จ่ายกิโลกรัมละ 329 บาท
  • 100 – 299 กิโลกรัม จ่ายกิโลกรัมละ 275 บาท
  • 300 – 499 กิโลกรัม จ่ายกิโลกรัมละ 275 บาท
  • 500 – 999 กิโลกรัม จ่ายกิโลกรัมละ 269 บาท
  • และ 1,000 – 99,999 กิโลกรัม จ่ายกิโลกรัมละ 268 บาท

 

  1. เมื่อลูกค้าชำระเงินเสร็จสิ้น สามารถแจ้งหลักฐานการชำระเงิน ได้ทั้งช่องทาง Line@ หรือ Email
  2. เตรียมส่งของไปญี่ปุ่น โดยที่บริษัทขนส่งจะเข้ามารับที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และหากสินค้าไม่มีปัญหาในการส่งออก สินค้าชิ้นนั้นจะถูกส่งไปยังปลายทาง แต่หากพบความผิดปกติโดยเจ้าหน้าที่ สินค้านั้นจะถูกส่งกลับมาที่บริษัท ( ปกติแล้ว สินค้าที่มีปัญหาส่วนใหญ่ จะเป็นสินค้าห้ามนำเข้าญี่ปุ่น เช่น อาหารที่มีส่วนผสมของมะพร้าว ดิน เครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของสมุนไพร เป็นต้น )
  3. เมื่อสินค้าถึงท่าอากาศยานปลายทาง เจ้าหน้าที่ศุลกากรญี่ปุ่นจะเข้ามาดำเนินค่าภาษีนำเข้า ซึ่งรายละเอียดนี้ ทาง SME SHIPPING ไม่สามารถให้คำตอบในเรื่องของค่าใช้จ่ายได้ เนื่องจากเป็นการดำเนินงานของเจ้าที่ศุลกากรญี่ปุ่น
  4. เมื่อดำเนินการในด่านศุลกากรเรียบร้อยแล้ว สินค้าจะถูกส่งไปยังที่อยู่ของผู้รับปลายทาง ซึ่งโดยปกติแล้ว สินค้าจะอยู่ในระบบของ SME SHIPPING ในระยะเวลา 14 วัน หากของถูกนำไปส่งแล้วไม่มีผู้รับ หรือปลายทางมีปัญหา สินค้าจะถูกส่งกลับมาที่โกดังเป็นเวลา 14 วัน และหากไม่มีผู้มาติดต่อรับสินค้าภายในระยะเวลาที่กำหนด สินค้านั้นจะถูกทำลาย แต่ถ้าหากลูกค้าส่งผ่าน DHL Express จะมีบริการ On Demand Delivery เป็นบริการที่รับฝากของในโกดังนานถึง 30 วัน และผู้รับปลายทางสามารถเลือกได้ว่า จะให้เพื่อนบ้านรับของแทน เปลี่ยนที่อยู่ในการจัดส่งใหม่ หรือเปลี่ยนเวลาการจัดส่ง ก็สามารถแจ้งได้ โดยวิธีการใช้งานระบบนี้ เพียงแค่เข้าไปที่เว็บไซต์ของ DHL แล้วกรอกข้อมูลสำหรับบริการ On Demand Delivery ได้ทันที

ทั้งหมดนี้ คือ Process ที่พวกเรา SME SHIPPING ดำเนินการอยู่ทุกวัน เพื่อให้ลูกค้าทุกท่าน ได้รับความสะดวกสบาย และสินค้าของลูกค้าจะถูกขนส่งถึงปลายทางอย่างรวดเร็วที่สุด เหมือนกับ Slogan ของพวกเรา SME SHIPPING : We Deliver Convenience

 

ข้อกำหนดและเงื่อนไขในการให้บริการของ SME SHIPPING

  1. ลูกค้าสามารถชำระอัตราค่าส่งพัสดุเป็นเงินสด หรือโอนเงินผ่านธนาคาร หรือผ่านบัตรเครดิต
  2. ค่าบริการทั้งหมดรวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว ( VAT )
  3. ผู้ส่งต้องชี้แจงรายละเอียดของสิ่งของที่จัดส่ง เพื่อการผ่านพิธีการศุลกากรที่ประเทศปลายทาง
  4. อัตราค่าส่ง ไม่รวมค่าภาษีนำเข้าที่ประเทศปลายทาง ค่าใช้จ่ายใดๆ ที่เกิดจากการผ่านพิธีการนำเข้าที่ประเทศปลายทาง ผู้รับสิ่งของที่ประเทศปลายทาง เป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น
  5. อัตราค่าส่งพัสดุ คำนวณจากสิ่งที่มากกว่าระหว่างน้ำหนักเปรียบเทียบกับปริมาตรกล่อง ( วิธีการคำนวณปริมาตรกล่องคือ ความกว้าง x ความยาว x ความสูง ( หน่วยเป็นเซนติเมตร ) หารด้วย 5000 = ผลลัพธ์ )

 

อัตราค่าส่งพัสดุในส่วนเพิ่มเติม และบางส่วนของการใช้บริการส่งเอกสารและพัสดุ อาจจะมีค่าบริการเพิ่มเติมดังนี้

  1. บริการให้บริการเข้ารับเอกสารและพัสดุภัณฑ์
  • เข้ารับฟรี ภายในกรุงเทพ และปริมณฑล
  • บริการเข้ารับในเขตที่นอกเหนือจากกรุงเทพ และปริมณฑล มีค่าบริการรับสินค้ากิโลกรัมละ 25 บาท ค่าบริการขั้นต่ำ 500 บาท
  1. ราคาค่าขนส่งระหว่างประเทศแบบ Door to Door อาจมีค่าธรรมเนียมการส่งเพิ่มในเขตพื้นที่นอกเขตการให้บริการ ( Remote Area ) ซึ่งสามารถตรวจสอบได้จาก ชื่อเมือง และรหัสไปรษณีย์ของประเทศปลายทาง โดยคิดค่าธรรมเนียมการจัดส่งในพื้นที่นอกเขตการให้บริการ กิโลกรัม 25 บาท หรือขั้นต่ำที่ 900 บาทต่อที่อยู่การจัดส่ง
  2. การประกันภัยสินค้า
  • สำหรับสินค้ามูลค่าไม่เกิน 20,000 บาท สามารถซื้อประกันภัยเพิ่มได้ 500 บาท
  • สำหรับสินค้ามูลค่าเกิน 20,000 บาท สามารถซื้อประกันภัยเพิ่มได้ 2.5% ของมูลค่าสินค้า
  1. หากมีการเปลี่ยนแปลงที่อยู่การจัดส่ง หลังจากที่สิ่งจัดส่งถูกส่งออกไปแล้ว จะมีค่าธรรมเนียมในการเปลี่ยนแปลง 1,000 บาท ต่อที่อยู่การจัดส่ง
  2. ค่าธรรมเนียมการจัดส่งพัสดุขนาดใหญ่ ที่มีน้ำหนักมากกว่า/เท่ากับ 70 กิโลกรัม หรือขนาดของพัสดุด้านใดด้านหนึ่งมีขนาดมากกว่า / เท่ากับ 120 เซนติเมตร คิดค่าธรรมเนียม 1,700 บาท ต่อที่อยู่การจัดส่ง
  3. การส่งกลับ หรือเรียกคืนพัสดุที่จัดส่งกลับจากต่างประเทศ จะมีค่าใช้จ่ายในการขนส่งขากลับ และค่าพิธีการและภาษีศุลกากรที่ประเทศปลายทางและประเทศไทย

 

“SME SHIPPING บริการส่งของไปต่างประเทศ หากคุณต้องการขอรับปรึกษาฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย สามารถติดต่อเราตอนนี้เลย !!”

 

เริ่มต้นส่งสินค้ากับเราง่ายๆ

กับเราในราคาที่ประหยัดกว่ารับข้อเสนอพิเศษทันที