ถ้าคุณทำธุรกิจอาหารเพื่อสุขภาพอยู่ตอนนี้ คุณน่าจะเริ่มได้ยินคำว่า อาหาร Low GI จีน บ่อยขึ้นเรื่อยๆ จากลูกค้าหรือคู่ค้าที่ติดต่อเข้ามา ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เพราะฝั่งจีนเองผู้บริโภคกำลังค้นหาและซื้อสินค้ากลุ่มนี้มากขึ้นจริงๆ และที่สำคัญกว่านั้นคือ ทางการจีนกำลังจะมีกติกาที่ชัดเจนขึ้นว่าอะไรเรียกว่า Low GI ได้บ้าง ซึ่งเรื่องนี้ส่งผลตรงกับคนที่คิดจะส่งสินค้าไปขายที่นั่น
เรื่องนี้มีหัวข้อที่น่าสนใจคือ
- อาหาร Low GI จีน กำลังเป็นเทรนด์จริง ไม่ใช่แค่กระแสชั่วคราว
- ใครขาย อาหาร Low GI จีน อยู่บ้างตอนนี้
- มาตรฐานใหม่ที่กำลังจะมีผล คือสิ่งที่คุณต้องตามให้ทัน
- ความเสี่ยงที่มาจากการสื่อสารคำว่า Low GI แบบผิดวิธี
- สิ่งที่ควรเตรียมก่อนเริ่มคุยกับผู้นำเข้าจีน
- วางแผนก่อนผลิต ดีกว่าผลิตแล้วมาแก้ฉลากทีหลัง
- ช่องทางการขายที่ควรพิจารณาควบคู่ไปกับการเตรียมสินค้า
- สรุปสิ่งที่ควรทำก่อนตัดสินใจเข้าตลาดนี้
- ทำไมตลาด Low GI ในจีนถึงโตเร็วตอนนี้
- ใครคือคนซื้อ และขายผ่านช่องทางไหนบ้าง
- มาตรฐานใหม่ที่กำลังจะมีผลกับการติดฉลาก
- ความเสี่ยงถ้าสื่อสารคำว่า Low GI ผิดวิธี
- สิ่งที่ควรเตรียมก่อนคุยกับผู้นำเข้าจีน
อาหาร Low GI จีน กำลังเป็นเทรนด์จริง ไม่ใช่แค่กระแสชั่วคราว
ข้อมูลที่น่าสนใจคือยอดค้นหาสินค้าอาหาร Low GI บน JD.com เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 56 ในรอบปีที่ผ่านมา ส่วนสินค้ากลุ่มนมผงสำหรับผู้ใหญ่ ขนมอบ และธัญพืชสำหรับชงดื่ม ยอดขายโตขึ้นประมาณร้อยละ 32-54 ตัวเลขแบบนี้ไม่ได้เกิดจากการตลาดช่วงสั้นๆ แต่สะท้อนพฤติกรรมผู้บริโภคจีนที่เริ่มใส่ใจระดับน้ำตาลในเลือดและน้ำหนักตัวมากขึ้นจริง
ที่ชัดกว่านั้นคือตัวเลขจาก Dingdong Maicai แพลตฟอร์มค้าปลีกอาหารสดออนไลน์ ซึ่งยอดขายอาหาร Low GI เพิ่มจากไม่ถึง 1 ล้านหยวนในครึ่งปีแรกของปี 2566 ไปเป็นเกือบ 60 ล้านหยวนในปี 2568 นี่คือการเติบโตระดับหลายสิบเท่าภายในเวลาไม่กี่ปี ซึ่งบอกว่าตลาดนี้ยังมีช่องว่างให้สินค้าใหม่เข้าไปวางขายได้อีกมาก
ใครขาย อาหาร Low GI จีน อยู่บ้างตอนนี้
ผู้เล่นรายใหญ่ในจีนเริ่มขยับตัวชัดเจน Sam’s Club และ Yonghui Supermarket เริ่มวางขายขนมขบเคี้ยว Low GI ส่วน Dingdong Maicai ทำหมวดหมู่สินค้า Low GI แยกออกมาโดยเฉพาะ ขณะที่ Hema ก็พัฒนาผลิตภัณฑ์ในกลุ่มนี้ให้หลากหลายขึ้นเรื่อยๆ ฝั่งผู้ผลิตเองก็ขยับตาม เช่น Anjoy Foods ใช้สารให้ความหวานทดแทนน้ำตาลในอาหารแปรรูป และ Qianwei Central Kitchen เพิ่มสัดส่วนธัญพืชและใยอาหารพร้อมลดแป้งขัดสี
สิ่งที่คุณควรสังเกตจากตรงนี้คือ ตลาดไม่ได้รอแค่สินค้านำเข้า แต่ผู้ผลิตจีนเองก็กำลังแข่งพัฒนาสินค้าคล้ายกันอยู่พร้อมกัน ถ้าคุณจะเข้าไปแข่ง จุดแข็งที่คุณมีคือวัตถุดิบจากธรรมชาติ ธัญพืชไทย และเอกลักษณ์รสชาติที่ผู้ผลิตจีนยังไม่มี ไม่ใช่การแข่งที่ราคาอย่างเดียว
มาตรฐานใหม่ที่กำลังจะมีผล คือสิ่งที่คุณต้องตามให้ทัน
เรื่องที่สำคัญไม่แพ้ยอดขายคือ สถาบันโภชนาการและสุขภาพแห่ง China CDC ได้เปิดรับฟังความเห็นเกี่ยวกับแนวทางระดับประเทศในการตรวจวัดและแสดงค่าดัชนีน้ำตาล (GI) ของอาหาร โดยอ้างอิงมาตรฐานสากล ISO 26642:2010 และมาตรฐานสุขอนามัยอุตสาหกรรมจีน WS/T 652-2019
ประเด็นที่คุณต้องเข้าใจคือ การจะเรียกสินค้าว่า Low GI ไม่ได้ดูแค่ค่า GI อย่างเดียว แต่ต้องพิจารณาควบคู่กับข้อมูลโภชนาการอื่นด้วย เช่น ปริมาณไขมัน ไขมันอิ่มตัว และโซเดียม นี่หมายความว่าแม้สินค้าคุณจะทดสอบค่า GI ต่ำจริง แต่ถ้าข้อมูลโภชนาการส่วนอื่นไม่สอดคล้อง ก็อาจถูกตั้งคำถามจากผู้นำเข้าหรือผู้บริโภคได้เช่นกัน
ความเสี่ยงที่มาจากการสื่อสารคำว่า Low GI แบบผิดวิธี
บทความต้นทางเตือนไว้ชัดเจนว่า ควรหลีกเลี่ยงการสื่อสารที่ทำให้ผู้บริโภคเข้าใจว่า Low GI เท่ากับพลังงานต่ำ หรือรับประทานได้โดยไม่จำกัด เพราะนี่คือความเข้าใจผิดที่พบบ่อย และถ้าฉลากหรือการตลาดของคุณสื่อสารแบบนั้น อาจทำให้สินค้าถูกมองว่าไม่น่าเชื่อถือในตลาดที่กำลังจับตาเรื่องมาตรฐานอยู่พอดี
สำหรับคนที่กำลังคิดจะทำสินค้ากลุ่มนี้ส่งออก ความเสี่ยงจริงไม่ได้อยู่ที่ตัวสินค้าอย่างเดียว แต่อยู่ที่เอกสารและฉลากที่ไม่สอดคล้องกับสิ่งที่จีนกำลังจะบังคับใช้ ถ้าคุณเตรียมฉลากตามมาตรฐานเก่าหรือตามความเข้าใจของตัวเองเพียงอย่างเดียว อาจต้องแก้ไขซ้ำเมื่อคุยกับผู้นำเข้าจริง ซึ่งเสียทั้งเวลาและต้นทุน
สิ่งที่ควรเตรียมก่อนเริ่มคุยกับผู้นำเข้าจีน
ก่อนที่คุณจะติดต่อผู้นำเข้าหรือแพลตฟอร์มค้าปลีกในจีน มีสิ่งที่ควรเตรียมให้พร้อมล่วงหน้า เพื่อให้การเจรจาราบรื่นขึ้นและลดรอบการแก้ไขเอกสาร
- ผลทดสอบค่า GI ของสินค้า โดยอิงวิธีการที่ได้รับการยอมรับ เช่น ISO 26642:2010
- ข้อมูลโภชนาการครบถ้วน โดยเฉพาะไขมัน ไขมันอิ่มตัว และโซเดียม ไม่ใช่แค่ค่าน้ำตาล
- ร่างฉลากภาษาจีนที่ไม่ใช้คำสื่อความหมายเกินจริง เช่น พลังงานต่ำ หรือกินได้ไม่จำกัด
- เอกสารรับรองแหล่งผลิตและส่วนผสม สำหรับให้ผู้นำเข้าตรวจสอบก่อนตัดสินใจ
- แผนบรรจุภัณฑ์และขนาดที่เหมาะกับช่องทางขายปลีกออนไลน์ เช่น ซองเล็กหรือแพ็กทดลอง
รายการนี้ยังไม่ใช่ข้อกำหนดนำเข้าแบบเป็นทางการทั้งหมด เพราะรายละเอียดด้านการขึ้นทะเบียนสินค้าหรือหน่วยงานตรวจสอบเฉพาะยังไม่ถูกระบุชัดในข้อมูลที่มี คุณจึงควรตรวจยืนยันกับผู้นำเข้าหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกครั้งก่อนผลิตฉลากจริง
วางแผนก่อนผลิต ดีกว่าผลิตแล้วมาแก้ฉลากทีหลัง
เรื่องนี้ไม่ใช่แค่การขายของให้ทันเทรนด์ แต่เป็นการวางแผนสินค้าให้สอดคล้องกับทิศทางมาตรฐานที่กำลังจะเปลี่ยน ถ้าคุณเริ่มวิจัยและพัฒนาสูตรตั้งแต่วันนี้ โดยอิงค่า GI และข้อมูลโภชนาการที่ตรวจสอบได้ จะช่วยลดความเสี่ยงที่ต้องย้อนกลับมาแก้สูตรหรือฉลากหลังผลิตสินค้าจำนวนมากไปแล้ว
สำหรับผู้ส่งออกที่เคยทำธุรกิจกับจีนมาก่อน คุณน่าจะรู้ดีว่าการเตรียมเอกสารให้ตรงตั้งแต่ต้นทาง ช่วยลดรอบของคำถามจากผู้นำเข้าได้มาก โดยเฉพาะสินค้าอาหารที่เกี่ยวข้องกับการกล่าวอ้างด้านสุขภาพแบบนี้ ซึ่งผู้นำเข้าเองก็ระมัดระวังมากขึ้นเช่นกัน เพราะเขาต้องรับผิดชอบต่อผู้บริโภคปลายทางด้วย
ช่องทางการขายที่ควรพิจารณาควบคู่ไปกับการเตรียมสินค้า
จากข้อมูลที่มี ช่องทางหลักของสินค้ากลุ่มนี้ในจีนคือแพลตฟอร์มค้าปลีกออนไลน์และซูเปอร์มาร์เก็ตสมัยใหม่ ไม่ใช่ตลาดดั้งเดิม ซึ่งหมายความว่าการนำเสนอสินค้าต้องคิดเรื่องภาพสินค้า คำอธิบายบนหน้าร้านออนไลน์ และขนาดบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะกับการซื้อแบบรายชิ้นหรือแพ็กเล็กด้วย ไม่ใช่แค่คุณภาพของตัวสินค้าอย่างเดียว
ส่วนเรื่องการขนส่งจากไทยไปจีน แม้ข้อมูลต้นทางจะไม่ได้ลงรายละเอียดเรื่องอุณหภูมิหรือเส้นทางขนส่งเฉพาะ แต่โดยทั่วไปสินค้าอาหารกลุ่มนี้ที่ผ่านการแปรรูป เช่น ขนมอบหรือธัญพืชสำหรับชงดื่ม มักมีความต้องการด้านอุณหภูมิไม่สูงเท่าสินค้าสด คุณควรตรวจสอบกับผู้ให้บริการขนส่งหรือตัวแทนออกของว่าสินค้าของคุณจัดอยู่ในกลุ่มใด เพื่อวางแผนบรรจุภัณฑ์และระยะเวลาขนส่งให้เหมาะสม คุณสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมส่งออกได้ที่ smeshipping.com เป็นข้อมูลอ้างอิงประกอบการวางแผน
สรุปสิ่งที่ควรทำก่อนตัดสินใจเข้าตลาดนี้
ตลาดอาหาร Low GI จีน มีสัญญาณการเติบโตที่ชัดเจนจากตัวเลขค้นหาและยอดขายในหลายแพลตฟอร์ม แต่ความท้าทายที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่ว่าจะพัฒนาสินค้าได้หรือไม่ แต่อยู่ที่ว่าคุณเตรียมหลักฐานและฉลากให้สอดคล้องกับทิศทางมาตรฐานที่จีนกำลังจะบังคับใช้ได้ทันหรือเปล่า การวิจัยค่า GI ให้ถูกวิธี การจัดทำข้อมูลโภชนาการให้ครบ และการสื่อสารอย่างระมัดระวังไม่กล่าวอ้างเกินจริง คือสามเรื่องหลักที่ควรทำก่อนผลิตสินค้าล็อตใหญ่เพื่อส่งเข้าไปขายในตลาดนี้ คุณสามารถศึกษาข้อมูลมาตรฐานการแสดงค่า GI เพิ่มเติมได้จากแหล่งข้อมูลของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศที่ ditp.go.th
ที่มา: กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP)





