ถ้าคุณส่งสินค้าไปเนเธอร์แลนด์แล้วบนฉลากหรือเว็บไซต์ขายมีคำว่า “เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม” “green” หรือ “climate neutral” อยู่ ผมอยากให้คุณหยุดอ่านตรงนี้สักครู่ เพราะกฎความยั่งยืน เนเธอร์แลนด์ที่เพิ่งเริ่มใช้จริงกำลังเปลี่ยนวิธีที่หน่วยงานกำกับดูแลตรวจคำพวกนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องการตลาดอีกต่อไป แต่กลายเป็นเรื่องที่อาจกระทบสินค้าที่วางขายอยู่แล้วด้วย
ซึ่งผมอยากเล่าเกี่ยวกับเรื่อง
- กฎความยั่งยืน เนเธอร์แลนด์ มาจากไหน
- ทำไมเรื่องนี้ไม่ใช่แค่เรื่องการตลาด
- คำที่ต้องระวังเป็นพิเศษ
- เรื่อง climate neutral ที่หลายคนเข้าใจผิด
- ตัวอย่างจริงที่เคยเกิดขึ้นแล้ว
- ความเสี่ยงถ้ายังใช้ฉลากแบบเดิม
- สิ่งที่ควรเช็กก่อนส่งสินค้าชุดต่อไป
- วิธีคุยกับผู้นำเข้าให้ตรงจุด
- สิ่งที่ยังไม่ชัดเจนและต้องระวัง
- สรุปสิ่งที่ควรทำตอนนี้
- ทำไมกฎนี้ถึงเกิดขึ้นตอนนี้
- คำไหนที่ใช้ไม่ได้ถ้าไม่มีหลักฐานรองรับ
- ความเสี่ยงถ้ายังใช้ฉลากแบบเดิม
- วิธีตรวจสอบก่อนส่งสินค้าชุดต่อไป
- เช็กลิสต์ที่ควรทำร่วมกับผู้นำเข้า
กฎความยั่งยืน เนเธอร์แลนด์ มาจากไหน
เนเธอร์แลนด์ออกกฎหมายรองรับ Directive ของสหภาพยุโรปที่ชื่อ Empowering Consumers for the Green Transition แล้วเริ่มบังคับใช้จริงตั้งแต่ปลายเดือนกันยายน 2569 หน่วยงานกำกับดูแลผู้บริโภคของเขาคือ ACM ขอให้ธุรกิจตรวจคำกล่าวอ้างที่ใช้อยู่และปรับให้สอดคล้องกับกฎใหม่ นี่ไม่ใช่กฎที่เพิ่งคิดขึ้นลอยๆ แต่ต่อยอดจากการที่ ACM เคยตรวจคำกล่าวอ้างในตลาดอาหารมาก่อนแล้ว
ทำไมเรื่องนี้ไม่ใช่แค่เรื่องการตลาด
หลายคนอาจคิดว่าคำโฆษณาเป็นเรื่องของฝ่ายการตลาดหรือผู้นำเข้าที่เนเธอร์แลนด์ต้องจัดการเอง แต่ความจริงคือผู้ส่งออกไทยมักเป็นคนกำหนดข้อความบนบรรจุภัณฑ์ตั้งแต่ต้นทาง ถ้าฉลากหรือสติกเกอร์ที่ติดมาจากโรงงานมีคำว่า “เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม” หรือ “เชิงนิเวศ” โดยไม่มีคำอธิบายชัดเจนว่าหมายถึงส่วนไหนของสินค้า นั่นคือจุดที่อาจถูกตรวจสอบตั้งแต่ต้นทาง ไม่ใช่แค่ปลายทาง
คำที่ต้องระวังเป็นพิเศษ
กฎใหม่ระบุชัดว่าคำกว้างๆ อย่าง “green” “milieuvriendelijk” หรือ “ecologisch” ถ้าใช้โดยไม่มีคำอธิบาย ผู้ประกอบการต้องแสดงได้ว่าคำนั้นสอดคล้องกับผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมที่ดีเยี่ยมตามเกณฑ์ที่กฎหมายยอมรับ ถ้าต้องการพูดถึงจุดเด่นเฉพาะส่วน เช่น บรรจุภัณฑ์รีไซเคิลได้ ก็ต้องระบุให้ชัดว่าหมายถึงบรรจุภัณฑ์ ไม่ใช่ปล่อยให้คนอ่านเข้าใจว่าสินค้าทั้งชิ้นเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
เรื่อง climate neutral ที่หลายคนเข้าใจผิด
ประเด็นที่น่าสนใจคือการอ้างว่าสินค้า “climate neutral” โดยอาศัยการซื้อคาร์บอนเครดิตหรือสนับสนุนโครงการปลูกป่าเพียงอย่างเดียว จะทำไม่ได้อีกต่อไปภายใต้กฎนี้ ธุรกิจยังสามารถบอกข้อมูลเกี่ยวกับโครงการที่ลงทุนหรือการลดการปล่อยจริงได้ แต่ต้องสื่อสารแบบไม่ทำให้เข้าใจผิดว่าสินค้าทั้งหมดเป็นกลางทางคาร์บอนจริงๆ
ตัวอย่างจริงที่เคยเกิดขึ้นแล้ว
ก่อนกฎใหม่จะเริ่มใช้ ACM เคยตรวจคำกล่าวอ้างในตลาดกาแฟและโกโก้มาแล้ว บริษัทใหญ่อย่าง Nestlé, Mondelez และ JDE Peet’s ต้องปรับข้อความบนบรรจุภัณฑ์และทบทวนโลโก้โครงการความยั่งยืนของตัวเอง เพราะใช้คำกว้างอย่าง “responsible” หรือ “sustainable” โดยไม่ชัดเจนว่าหมายถึงคุณสมบัติใด ถ้าแบรนด์ระดับโลกยังถูกตรวจ สินค้าจากผู้ส่งออกรายเล็กก็มีโอกาสถูกตรวจสอบเช่นกัน แม้จะไม่ได้หมายความว่าจะถูกตรวจทุกกรณี
ความเสี่ยงถ้ายังใช้ฉลากแบบเดิม
สินค้าที่ผลิตหรือวางจำหน่ายก่อนวันที่กฎเริ่มใช้ ไม่ได้รับการยกเว้นโดยอัตโนมัติ แม้ ACM จะบอกว่าอาจพิจารณาสถานการณ์ช่วงเปลี่ยนผ่านเป็นรายกรณี เช่น กรณีที่พิสูจน์ได้ว่าเป็นสินค้าคงเหลือเดิมและธุรกิจพยายามปรับตัวแล้ว แต่นั่นไม่ได้แปลว่าคุณจะได้รับการผ่อนผันเสมอไป ถ้าสินค้าชุดใหม่ที่กำลังจะส่งยังใช้คำกล่าวอ้างแบบเดิม ความเสี่ยงที่จะถูกตั้งคำถามจากผู้นำเข้าหรือหน่วยงานปลายทางก็ยังอยู่
สิ่งที่ควรเช็กก่อนส่งสินค้าชุดต่อไป
ผมไม่ได้บอกให้คุณตื่นตระหนกหรือรีบเปลี่ยนทุกอย่างในคืนเดียว แต่อยากให้คุณใช้เวลานี้ทบทวนฉลาก บรรจุภัณฑ์ และข้อความบนเว็บไซต์ที่ใช้ขายในเนเธอร์แลนด์ร่วมกับผู้นำเข้า เพราะบางครั้งคำที่ดูธรรมดาในภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ อาจแปลเป็นคำที่กว้างเกินไปในบริบทของกฎหมายเนเธอร์แลนด์
- ตรวจคำกล่าวอ้างด้านสิ่งแวดล้อมบนฉลากและบรรจุภัณฑ์ทุกจุด
- เตรียมหลักฐานรองรับคำว่า green หรือ eco-friendly หากยังต้องการใช้
- ทบทวนคำว่า climate neutral ว่าอ้างอิงจากการชดเชยอย่างเดียวหรือไม่
- ตรวจข้อความบนเว็บไซต์และโฆษณาที่ผู้นำเข้าหรือผู้จัดจำหน่ายใช้
- คุยกับผู้นำเข้าเรื่องการติดสติกเกอร์แก้ไขข้อความ หากบรรจุภัณฑ์เดิมพิมพ์ไปแล้ว
- สอบถามผู้นำเข้าว่าหน่วยงานปลายทางเคยมีข้อสังเกตเรื่องคำกล่าวอ้างในสินค้ากลุ่มเดียวกันหรือไม่
วิธีคุยกับผู้นำเข้าให้ตรงจุด
การคุยกับผู้นำเข้าเรื่องนี้ไม่ควรเป็นแค่ถามว่า “กฎนี้กระทบไหม” แต่ควรถามให้ชัดว่าคำที่ใช้อยู่ตอนนี้ต้องแก้หรือไม่ ใครเป็นคนรับผิดชอบค่าใช้จ่ายถ้าต้องพิมพ์ฉลากใหม่ และมีช่วงเวลาผ่อนผันสำหรับสินค้าที่ผลิตไปแล้วหรือเปล่า คำตอบเหล่านี้จะช่วยให้คุณวางแผนต้นทุนและเวลาได้ชัดเจนกว่าการเดาเอง
สำหรับผู้ที่ต้องวางแผนเอกสารและขั้นตอนก่อนส่งออกไปยังตลาดที่มีกฎเฉพาะแบบนี้ การตรวจสอบเงื่อนไขปลายทางล่วงหน้าเป็นส่วนหนึ่งของการวางแผนกระบวนการส่งออกที่ SME SHIPPING Trade Radar ติดตามเป็นประจำ เพื่อให้เห็นสัญญาณกฎระเบียบก่อนที่จะกลายเป็นปัญหาหน้างาน
สิ่งที่ยังไม่ชัดเจนและต้องระวัง
ข้อเท็จจริงเรื่องผลการบังคับใช้กับสินค้าไทยโดยตรงยังไม่มีข้อมูลชัดเจน แต่ตัวอย่างการตรวจสอบสินค้ากาแฟและโกโก้ที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่า ACM ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้จริง ผู้ส่งออกไทยจึงควรตรวจคำกล่าวอ้างและหลักฐานรองรับร่วมกับที่ปรึกษากฎหมายหรือฝ่ายกำกับดูแลของตัวเอง รวมถึงยืนยันกับผู้นำเข้าที่เนเธอร์แลนด์อีกครั้ง เพราะเงื่อนไขอาจแตกต่างกันตามประเภทสินค้าและช่องทางจำหน่าย
คุณสามารถตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกฎระเบียบและแนวทางส่งออกได้จาก กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งติดตามความเคลื่อนไหวของตลาดเนเธอร์แลนด์และสหภาพยุโรปอย่างต่อเนื่อง
สรุปสิ่งที่ควรทำตอนนี้
กฎความยั่งยืน เนเธอร์แลนด์ ไม่ได้บังคับให้คุณหยุดใช้คำด้านสิ่งแวดล้อมทั้งหมด แต่บังคับให้คุณพูดให้ชัดและมีหลักฐานรองรับ ถ้าสินค้าของคุณใช้คำกว้างๆ มานาน นี่คือจังหวะที่ควรตรวจสอบก่อนที่ผู้นำเข้าหรือหน่วยงานปลายทางจะเป็นคนตั้งคำถามแทน
ที่มา: กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP)





