BLOG

ทำไมการแพ็คสินค้าถึงมีผลต่อค่าขนส่งมากกว่าที่คิด?

เรื่องเล็กที่อาจทำให้ต้นทุนโลจิสติกส์ของ SME บานปลายแบบไม่รู้ตัวคือการโฟกัสเรื่องราคาสินค้าและค่าขนส่งเป็นหลัก แต่กลับมองข้ามสิ่งหนึ่งที่ส่งผลต่อต้นทุนโดยตรงอย่างการการแพ็คสินค้าไป และผู้ประกอบการส่วนใหญ่มักให้ความสำคัญกับระยะทาง น้ำหนักสินค้า และรูปแบบการขนส่งเป็นหลัก แต่ในทางปฏิบัติการแพ็คสินค้า เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ส่งผลต่อต้นทุนโดยตรง และมักเป็นสาเหตุที่ทำให้ค่าขนส่งจริงสูงกว่าที่ประเมินไว้

ในบทความนี้ของ SME Shipping จะพาไปดูว่าทำไมการแพ็คสินค้าถึงมีผลต่อค่าขนส่งมากกว่าที่คิด และการมองข้ามเรื่องการแพ็คอาจนำไปสู่ต้นทุนแฝงที่สะสมและกระทบกำไรได้อย่างไร

1. ค่าขนส่งคำนวณจากน้ำหนักที่สูงกว่า ไม่ใช่แค่น้ำหนักสินค้า

ระบบขนส่งสากลจะพิจารณาน้ำหนักที่ใช้คิดค่าบริการ จากค่าที่สูงกว่าระหว่าง

  • น้ำหนักจริงของสินค้า (Actual Weight)
  • น้ำหนักปริมาตรจากขนาดบรรจุภัณฑ์ (Volumetric Weight)

หากบรรจุภัณฑ์มีขนาดใหญ่เกินความจำเป็น แม้สินค้าจะมีน้ำหนักเบาค่าขนส่งที่ถูกคิดก็จะเพิ่มขึ้นทันที

2. ขนาดกล่องที่ไม่เหมาะสม ส่งผลต่อค่าขนส่งโดยตรง

การเลือกใช้กล่องที่ใหญ่กว่าสินค้าจริงทำให้ปริมาตรเพิ่มโดยไม่จำเป็น และส่งผลให้น้ำหนักที่ใช้คำนวณค่าขนส่งสูงขึ้น ทำให้ในหลายกรณีเกิดค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้นโดยไม่ได้สะท้อนมูลค่าสินค้า แต่เกิดจากพื้นที่ว่างในบรรจุภัณฑ์ด้วย

3. วัสดุกันกระแทกเพิ่มทั้งน้ำหนักและปริมาตร

วัสดุกันกระแทกเป็นสิ่งจำเป็น แต่การใช้มากเกินไปจะเพิ่มทั้งน้ำหนักจริงและขนาดกล่อง ซึ่งส่งผลให้ค่าขนส่งสูงขึ้นโดยไม่ได้เพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันสินค้าอย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้น การแพ็คที่เหมาะสมจึงควรพิจารณาจากลักษณะสินค้า ไม่ใช่ใช้แนวคิดกันไว้ก่อน

4. การแพ็คที่ไม่ได้มาตรฐาน เพิ่มความเสี่ยงด้านต้นทุน

การแพ็คที่ไม่เหมาะสมอาจทำให้เกิดความเสียหายของสินค้า เกิดการส่งซ้ำ และการเคลมประกันที่ซับซ้อน หรือถูกปฏิเสธและต้นทุนเหล่านี้มักไม่ถูกนำไปคิดในราคาขาย แต่กลับส่งผลโดยตรงต่อผลประกอบการ

5. การแพ็คมีผลต่อการรับประกันและเงื่อนไขขนส่ง

บริษัทประกันและผู้ให้บริการขนส่งอาจพิจารณาการแพ็คเป็นส่วนหนึ่งของความเสี่ยง หากบรรจุภัณฑ์ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน อาจถูกเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม หรือไม่ได้รับความคุ้มครองตามกรมธรรม์

แนวทางสำหรับ SME ในการควบคุมต้นทุนจากการแพ็คสินค้า

  • เลือกบรรจุภัณฑ์ให้เหมาะสมกับขนาดและน้ำหนักสินค้า
  • ใช้วัสดุกันกระแทกเท่าที่จำเป็น
  • ทดสอบการแพ็คก่อนการส่งจริง
  • พิจารณาออกแบบแพ็คเกจโดยคำนึงถึงการขนส่ง ไม่ใช่เฉพาะด้านการตลาด
  • ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านโลจิสติกส์เพื่อประเมินต้นทุนจริง

การแพ็คสินค้าไม่ใช่ขั้นตอนสุดท้ายของการขาย แต่เป็นส่วนหนึ่งของการบริหารต้นทุนโลจิสติกส์ ดังนั้น การให้ความสำคัญกับการแพ็คตั้งแต่ต้นจะช่วยลดค่าขนส่งที่ไม่จำเป็น ลดความเสี่ยง และทำให้การตั้งราคาสินค้ามีความแม่นยำมากขึ้น

ทำไมการแพ็คสินค้าถึงมีผลต่อค่าขนส่งมากกว่าที่คิด?