BLOG

คดี WTO CBAM สำคัญ แต่กฎ 2569 ยังไม่หยุด: ผู้ส่งออกไทยต้องเช็กอะไร

คดี WTO CBAM กับผู้ส่งออกไทยที่กำลังเตรียมข้อมูลคาร์บอนสำหรับลูกค้าอียู

คดี WTO CBAM ทำให้ผู้ส่งออกไทยหลายรายอาจเข้าใจว่ากฎคาร์บอนของอียูกำลังถูกพักหรืออาจไม่ต้องเตรียมข้อมูลต่อ แต่ข้อเท็จจริงคือ WTO เพิ่งตั้งคณะพิจารณาข้อพิพาทตามคำร้องของรัสเซีย ขณะที่ CBAM ของอียูยังใช้ในระยะ definitive regime ตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 การตัดสินใจที่ปลอดภัยกว่าจึงไม่ใช่รอผลคดี WTO CBAM แต่คือทำให้ข้อมูลคาร์บอนของสินค้าอยู่ในรูปแบบที่ลูกค้าและผู้นำเข้าอียูใช้ยื่นตามระบบได้

  • WTO ตั้ง panel เมื่อ 25 กันยายน 2569 เพื่อพิจารณาความสอดคล้องของ CBAM และประเด็นที่เกี่ยวกับ EU ETS กับพันธกรณี WTO
  • ไทยเป็นหนึ่งใน 18 สมาชิกที่สงวนสิทธิ์เข้าร่วมในฐานะบุคคลที่สาม แต่สถานะนี้ไม่ใช่คำตัดสินว่าฝ่ายใดถูกหรือผิด
  • การตั้ง panel ไม่ได้ระงับกฎ CBAM และหน้าอย่างเป็นทางการของอียูยังระบุว่าระยะ definitive regime เริ่มแล้ว
  • หน้าที่ซื้อและคืนใบรับรอง CBAM อยู่ที่ผู้นำเข้าหรือผู้ยื่นสำแดงที่ได้รับอนุญาตในอียู ส่วนผู้ส่งออกไทยต้องส่งข้อมูลที่ตรวจสอบและนำไปใช้ได้
  • สิ่งที่ SME ควรทำคือแยกสินค้าในขอบเขต CBAM ระบุผู้รับผิดชอบข้อมูล และทดลองส่งชุดข้อมูลกับลูกค้าก่อนมี Shipment เวลาเร่งรัด

คดี WTO CBAM เกิดอะไรขึ้นจริง

ข่าวทางการของ WTO ระบุว่า Dispute Settlement Body ตกลงเมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ให้ตั้งคณะพิจารณาตามคำร้องครั้งที่สองของรัสเซีย เพื่อทบทวน CBAM Package ของสหภาพยุโรปและข้อกล่าวหาเรื่องการอุดหนุนการส่งออกที่เชื่อมกับการจัดสรรสิทธิภายใต้ EU ETS รัสเซียมองว่ามาตรการสร้างอุปสรรคต่อสินค้านำเข้า ส่วนอียูยืนยันว่าทั้ง CBAM และ ETS สอดคล้องกับกฎ WTO

WTO ยังระบุชื่อ 18 สมาชิกที่สงวนสิทธิ์บุคคลที่สาม ซึ่งรวมไทย จีน อินเดีย ญี่ปุ่น สหรัฐฯ และสหราชอาณาจักร การที่ไทยเข้าร่วมสะท้อนว่าคดี WTO CBAM นี้มีผลประโยชน์ทางการค้าที่ควรติดตาม แต่ยังไม่ควรตีความว่าไทยสนับสนุนข้อกล่าวหาทั้งหมดหรือว่าคณะพิจารณาจะตัดสินให้อียูแก้กฎ เพราะขณะนี้มีเพียงการตั้ง panel และเริ่มกระบวนการพิจารณา

การตั้ง Panel ไม่ได้พักกฎ CBAM

จุดที่สำคัญที่สุดสำหรับผู้ส่งออกคือ ข่าวของ WTO ไม่มีข้อความว่าระงับ CBAM และ หน้า CBAM อย่างเป็นทางการของคณะกรรมาธิการยุโรป ยังระบุว่าระยะเปลี่ยนผ่านดำเนินระหว่างปี 2566–2568 และ definitive regime ใช้ตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 พร้อมหน้าที่ด้านการอนุญาต การรายงาน และการซื้อกับคืนใบรับรองตามคาร์บอนฝังตัวของสินค้านำเข้า

ดังนั้น หากคุณส่งเหล็ก อะลูมิเนียม ปูนซีเมนต์ ปุ๋ย ไฟฟ้า หรือไฮโดรเจนที่อยู่ในขอบเขตไปอียู ไม่ควรหยุดเก็บข้อมูลเพราะเห็นข่าวคดี WTO CBAM สิ่งที่ยังไม่รู้คือผลสุดท้ายของข้อพิพาทและระยะเวลาที่แน่นอนของกระบวนการ สิ่งที่รู้แล้วคือกฎปัจจุบันยังเดินต่อ และผู้ซื้ออียูยังต้องบริหารภาระตามระบบที่มีผลอยู่

ใครซื้อใบรับรองและใครต้องส่งข้อมูล

ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยคือคิดว่าผู้ส่งออกไทยต้องเข้าไปซื้อใบรับรอง CBAM เองทุกกรณี หน้าอียูระบุภาระหลักกับ importer รวมถึงการได้รับอนุญาต การรายงาน และการซื้อกับคืนใบรับรอง ผู้ส่งออกนอกอียูจึงควรตกลงกับลูกค้าให้ชัดว่าใครเป็น importer of record หรือ authorised CBAM declarant และลูกค้าต้องการข้อมูลในรูปแบบใด

แม้ผู้ส่งออกไทยไม่ได้เป็นผู้ซื้อใบรับรองโดยตรง ภาระเชิงพาณิชย์ยังย้อนกลับมาที่โรงงาน เพราะผู้นำเข้าต้องใช้ข้อมูลคาร์บอนฝังตัวเพื่อคำนวณจำนวนใบรับรอง หากโรงงานส่งข้อมูลช้า ขอบเขตไม่ตรง หรือไม่มีหลักฐานรองรับ ลูกค้าอาจต้องใช้ค่ามาตรฐานหรือรับความเสี่ยงเพิ่ม สิ่งนี้อาจหมายความว่า supplier ที่ข้อมูลพร้อมจะเสนอราคาและส่งมอบได้ง่ายกว่า supplier ที่ต้องตามข้อมูลใหม่ทุก shipment

ผู้ส่งออกไทยต้องเตรียมข้อมูลระดับใด

เริ่มจากตรวจ CN Code หรือรหัสสินค้าที่ผู้นำเข้าอียูใช้ ไม่ใช่ดูเพียงชื่อสินค้าภาษาไทย เพราะสินค้าในอุตสาหกรรมเดียวกันอาจมีบางพิกัดอยู่ในขอบเขตและบางพิกัดอยู่นอกขอบเขต หลังจากนั้นระบุสถานที่ผลิต เส้นทางการผลิต ปริมาณสินค้า และข้อมูลการปล่อยที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการตามวิธีที่กฎและคู่มืออียูกำหนด

อย่าส่งเพียงตัวเลขรวมของโรงงานถ้าลูกค้าต้องการข้อมูลต่อสินค้า ต่อ installation หรือช่วงเวลารายงาน คุณควรทำ data dictionary ให้ตรงกันว่าแต่ละช่องหมายถึงอะไร หน่วยวัดใด ผู้อนุมัติคือใคร และหลักฐานต้นทางเก็บอยู่ที่ไหน สำหรับตัวเลขที่ต้องผ่านการตรวจสอบ ควรใช้ขอบเขตและวิธีคำนวณเดียวกันตลอดรอบรายงาน เพื่อไม่ให้ยอดเปลี่ยนเพราะนิยามภายในไม่ตรงกัน

CBAM กระทบราคาและการเจรจากับลูกค้าอย่างไร

ราคาของใบรับรอง CBAM เชื่อมกับราคาประมูลสิทธิ EU ETS ตามหน้าอียู แต่ต้นทุนที่ผู้ซื้อแบกรับไม่ได้ขึ้นกับราคาคาร์บอนอย่างเดียว ยังขึ้นกับปริมาณคาร์บอนฝังตัว ปริมาณสินค้า และรายละเอียดที่กฎยอมรับ หากคุณลดการปล่อยได้จริงและมีข้อมูลยืนยัน ลูกค้าอาจเห็นต้นทุนรวมที่ต่างจาก supplier รายอื่น แม้ราคา FOB ใกล้กัน

ในมุมธุรกิจ นี่ทำให้การเสนอราคาควรแยกส่วนที่เป็นราคาสินค้า ค่าจัดทำหรือทวนสอบข้อมูล และเงื่อนไขเมื่อกฎหรือข้อมูลเปลี่ยน ควรหลีกเลี่ยงการรับผิดชอบต้นทุน CBAM แบบไม่จำกัดโดยไม่รู้ปริมาณคาร์บอนหรือบทบาทของคู่สัญญา ข้อตกลงควรระบุว่าใครคำนวณ ใครตรวจ ใครยื่น และกรณีข้อมูลคลาดเคลื่อนจะร่วมกันแก้อย่างไร

คดี WTO เปลี่ยนกลยุทธ์ระยะยาวหรือไม่

มีความเป็นไปได้ว่าผลข้อพิพาทในอนาคตอาจทำให้อียูต้องอธิบาย ปรับ หรือปกป้องรายละเอียดบางส่วนของมาตรการ แต่วันนี้ยังไม่สามารถสรุปผลหรือกำหนดเวลาได้จากข่าวการตั้ง panel เพียงฉบับเดียว ธุรกิจจึงควรแยกแผนเป็นสองชั้น คือชั้น Compliance ตามกฎที่มีผล และชั้น Scenario หากข้อกำหนดเปลี่ยนภายหลัง

การเตรียมข้อมูลคาร์บอนไม่ได้สูญเปล่าแม้กฎมีการปรับ เพราะข้อมูลการใช้พลังงาน วัตถุดิบ และการปล่อยช่วยให้โรงงานเห็นต้นทุนและจุดลดความสิ้นเปลืองได้ดีขึ้น อย่างไรก็ดี อย่าลงทุนระบบขนาดใหญ่เพียงเพราะกลัวข่าวคดี WTO CBAM ควรเริ่มจากสินค้าที่ส่งอียูจริง ลูกค้าที่มี shipment ต่อเนื่อง และช่องข้อมูลที่ผู้นำเข้าต้องใช้ก่อน แล้วค่อยขยายเมื่อเห็นปริมาณงานชัดเจน

เช็กลิสต์ก่อนส่งสินค้า CBAM ไปอียู

  1. ยืนยัน CN Code กับผู้นำเข้าอียูและตรวจว่าสินค้าแต่ละรุ่นอยู่ในขอบเขต CBAM หรือไม่
  2. ระบุ importer of record หรือ authorised CBAM declarant พร้อมชื่อผู้รับผิดชอบข้อมูลของทั้งสองฝ่าย
  3. จัดทำรายการโรงงาน กระบวนการผลิต วัตถุดิบ พลังงาน ปริมาณสินค้า และช่วงเวลาของข้อมูลให้ครบ
  4. ตกลงหน่วยวัด วิธีคำนวณ รูปแบบไฟล์ และกำหนดส่งข้อมูลก่อนวันตัดรอบของลูกค้าอย่างชัดเจน
  5. เก็บหลักฐานต้นทางและเวอร์ชันการคำนวณ เพื่อให้ตรวจย้อนหลังได้เมื่อข้อมูลหรือคำถามเปลี่ยน
  6. แยกราคาสินค้าออกจากภาระข้อมูล การตรวจสอบ และต้นทุน CBAM ที่ผู้นำเข้ารับผิดชอบ
  7. ทดลองส่งชุดข้อมูลหนึ่ง shipment กับลูกค้า แล้วแก้ช่องว่างก่อนรับออเดอร์ปริมาณมาก

แผน 30 วันที่ SME ควรเริ่มทันที

สัปดาห์แรกให้ทำรายชื่อ SKU และลูกค้าอียูทั้งหมด สัปดาห์ที่สองจับคู่ CN Code กับโรงงานและกระบวนการ สัปดาห์ที่สามรวบรวมข้อมูลตัวอย่างหนึ่งรอบ และสัปดาห์ที่สี่ส่งให้ลูกค้าตรวจว่ารูปแบบใช้ยื่นได้หรือยัง หากต้องการข้อมูลทั่วไปเรื่องเอกสารและการจัดส่งระหว่างประเทศ สามารถใช้ SME SHIPPING เป็นจุดอ้างอิงประกอบ โดยรายละเอียด CBAM ต้องยืนยันกับผู้นำเข้า ผู้ตรวจสอบ และข้อกำหนดอียูที่ใช้กับสินค้านั้น

สรุปคือ คดี WTO CBAM มีความสำคัญต่อทิศทางกติกาการค้าระยะยาว แต่ไม่ใช่เหตุให้หยุด Compliance วันนี้ ผู้ส่งออกไทยควรใช้เวลานี้ทำข้อมูลคาร์บอนให้พร้อม ตกลงบทบาทกับลูกค้า และกำหนดเงื่อนไขในสัญญาให้ชัด คุณค่าที่ลูกค้าได้รับไม่ใช่เพียงตัวเลขคาร์บอนต่ำ แต่คือข้อมูลที่ตรวจสอบได้ ส่งตรงเวลา และลดความไม่แน่นอนในกระบวนการนำเข้า

thThai