BLOG

ย้ายของกลับไทยทางเรือเสียภาษีหรือไม่? คู่มือส่งของใช้ส่วนตัวและของใช้ในบ้านแบบ LCL และ FCL

ย้ายของกลับไทยทางเรือแบบ LCL และ FCL สำหรับของใช้ส่วนตัวและของใช้ในบ้าน

ย้ายของกลับไทยทางเรือสามารถขอยกเว้นอากรและ VAT ได้ แต่สิทธิ์ไม่ได้เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติเพียงเพราะผู้รับเป็นคนไทย ผู้เดินทางต้องมีคุณสมบัติครบ สิ่งของต้องเป็นของใช้แล้ว และสินค้าต้องเดินทางเข้าประเทศไทยภายในกรอบเวลาที่กำหนด

Executive Summary

  • ของใช้ส่วนตัวและของใช้ในบ้านใช้สิทธิ์คนละประเภทกัน ของใช้ส่วนตัวอยู่ภายใต้พิกัดอัตราศุลกากร ภาค 4 ประเภท 5 ส่วนของใช้ในบ้านเรือนอยู่ภายใต้ภาค 4 ประเภท 6 ซึ่งกำหนดให้ผู้ใช้สิทธิ์ต้องพำนักต่างประเทศไม่น้อยกว่า 1 ปีและย้ายกลับประเทศไทยอย่างถาวร
  • สินค้าต้องมาถึงไทยภายในช่วงเวลา 1 เดือนก่อนถึง 6 เดือนหลังผู้เดินทางกลับประเทศ พร้อมหลักฐานยืนยันการพำนักและการสิ้นสุดภารกิจในต่างประเทศ
  • การยกเว้นภาษีไม่ได้หมายความว่าไม่มีค่าใช้จ่ายปลายทาง ผู้รับยังต้องรับผิดชอบค่า Customs Broker, D/O, THC, ค่าเปิดตรวจ ค่า Storage หรือ Demurrage และค่าขนส่งจากท่าเรือถึงบ้าน

สิทธิ์ยกเว้นภาษีนำเข้า: ใครได้สิทธิ์ และต้องเข้าเงื่อนไขใด?

ผู้มีสิทธิ์ยกเว้นภาษีสำหรับของใช้ในบ้านต้องเป็นคนไทยที่พำนักในต่างประเทศต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 1 ปี และกำลังย้ายภูมิลำเนากลับประเทศไทยอย่างถาวร ระยะเวลาดังกล่าวต้องพิสูจน์ได้ด้วยเอกสาร ไม่ใช่อาศัยเพียงคำชี้แจงของผู้เดินทาง

หลักฐานที่ใช้ประกอบการพิจารณาอาจประกอบด้วย:

  • Work Permit
  • สัญญาจ้างงาน
  • วีซ่าที่ครอบคลุมระยะเวลาพำนัก
  • เอกสารรับรองสถานะการศึกษา
  • Transcript หรือใบจบการศึกษา
  • หนังสือสิ้นสุดสัญญาจ้างหรือสิ้นสุดภารกิจ
  • Passport และตราประทับการเดินทางเข้า-ออกประเทศ

การเดินทางกลับไทยชั่วคราวระหว่างปี เช่น กลับมาเยี่ยมครอบครัวหรือท่องเที่ยว ไม่ได้ทำให้เสียสิทธิ์โดยทันที หากเอกสารยังแสดงได้ว่า “ศูนย์กลางการใช้ชีวิต” อยู่ในต่างประเทศอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงเวลานั้น

สำหรับช่วงเวลานำเข้า สินค้าต้องมาถึงประเทศไทยภายในกรอบต่อไปนี้:

  • เร็วที่สุด: ไม่เกิน 1 เดือนก่อนวันที่ผู้เดินทางกลับถึงประเทศไทย
  • ช้าที่สุด: ไม่เกิน 6 เดือนหลังวันที่ผู้เดินทางกลับถึงประเทศไทย

สิ่งของที่นำเข้าต้องเป็นของใช้แล้ว มีร่องรอยการใช้งานจริง และมีปริมาณเหมาะสมกับฐานะ จำนวนสมาชิกในครอบครัว และระยะเวลาที่อาศัยอยู่ต่างประเทศ หากเป็นของใหม่ มีป้ายราคา อยู่ในบรรจุภัณฑ์เดิม หรือมีสินค้าชนิดเดียวกันจำนวนมาก อาจถูกพิจารณาว่าเป็นการนำเข้าเพื่อการค้าและถูกตัดสิทธิ์ยกเว้นภาษี

ข้อแตกต่างสำคัญคือ ของใช้ส่วนตัวตามภาค 4 ประเภท 5 ไม่ได้กำหนดว่าต้องพำนักครบ 1 ปีเสมอไป แต่ของใช้ในบ้านเรือนตามภาค 4 ประเภท 6 ต้องเข้าเงื่อนไขการพำนักและการย้ายภูมิลำเนาอย่างครบถ้วน

เปรียบเทียบพิกัดศุลกากร: ของใช้ส่วนตัว vs ของใช้ในบ้าน

ของใช้ส่วนตัวและของใช้ในบ้านไม่ควรรวมเรียกเป็นรายการเดียว เพราะเงื่อนไขการยกเว้นภาษีและโควตาแตกต่างกัน การแยกประเภทให้ถูกต้องตั้งแต่จัดทำ Packing List ช่วยลดความเสี่ยงจากการสำแดงผิดประเภท

ประเภทตามพิกัดศุลกากร ตัวอย่างสิ่งของ เงื่อนไขหลัก สิทธิ์ทางภาษี ข้อจำกัดสำคัญ
ภาค 4 ประเภท 5: ของใช้ส่วนตัว เสื้อผ้า รองเท้า หนังสือ ของใช้ติดตัว และเครื่องมือประกอบวิชาชีพ ต้องเป็นของใช้แล้ว และมีปริมาณสมเหตุสมผลตามระยะเวลาพำนัก โดยไม่จำเป็นต้องอยู่ต่างประเทศครบ 1 ปี ยกเว้นอากรและ VAT ของใหม่ มีป้ายราคา หรือของซ้ำจำนวนมากอาจถูกตัดสิทธิ์
ภาค 4 ประเภท 6: ของใช้ในบ้านเรือน เฟอร์นิเจอร์ เครื่องนอน เครื่องครัว และเครื่องใช้ไฟฟ้าประจำบ้าน ต้องพำนักต่างประเทศไม่น้อยกว่า 1 ปี ย้ายกลับไทยถาวร และนำเข้าในช่วง 1 เดือนก่อนถึง 6 เดือนหลังเดินทางกลับ ยกเว้นอากรและ VAT ตามโควตา ต้องแสดงหลักฐานการพำนักและการสิ้นสุดภารกิจ
เครื่องใช้ไฟฟ้าหลักภายใต้ประเภท 6 ทีวี ตู้เย็น เครื่องซักผ้า เครื่องปรับอากาศ และเครื่องใช้ไฟฟ้าหลักอื่น ย้ายคนเดียวได้รับโควตา 1 หน่วยต่อชนิด ย้ายทั้งครอบครัวได้รับโควตา 2 หน่วยต่อชนิด หน่วยที่อยู่ในโควตาได้รับยกเว้นอากรและ VAT เครื่องส่วนเกินต้องเสียอากรนำเข้าและ VAT 7% โดยศุลกากรจะยกเว้นเครื่องที่มีภาษีต่ำที่สุด
สิ่งของที่ไม่ได้รับยกเว้น เครื่องดนตรี อุปกรณ์กีฬา ยานพาหนะ อาหาร ยา สุรา และบุหรี่ ไม่ได้รับสิทธิ์ยกเว้นแม้เป็นของใช้แล้ว เสียภาษีตามพิกัดปกติ บางรายการอาจต้องมีใบอนุญาตเฉพาะ เช่น สมอ. หรือ อย.

กรณีย้ายกลับเป็นครอบครัว ผู้ใช้สิทธิ์ควรมีเอกสารแสดงความสัมพันธ์ เช่น ทะเบียนสมรสหรือสูติบัตรของบุตร เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาโควตาเครื่องใช้ไฟฟ้า 2 หน่วยต่อชนิด

ขั้นตอนปฏิบัติการนำเข้าสิ่งของทางเรือแบบ Step-by-Step

การนำของใช้กลับไทยทางเรือควรเริ่มเตรียมเอกสารก่อนเรือถึงอย่างน้อย 7–10 วัน เพราะความล่าช้าในการลงทะเบียน Paperless การทำ POA หรือการส่งเอกสารให้ Customs Broker อาจทำให้สินค้าอยู่ในท่าเรือนานและเกิดค่าใช้จ่ายรายวัน

ขั้นตอนที่ 1: ตรวจสอบคุณสมบัติและคัดแยกสิ่งของ

สิ่งที่ต้องทำ

  1. ตรวจสอบว่าหลักฐานพำนักครอบคลุมระยะเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปีหรือไม่
  2. แยกของใช้ส่วนตัวออกจากของใช้ในบ้าน
  3. แยกของใหม่หรือสินค้าที่ยังไม่แกะกล่องออกมาสำแดงต่างหาก
  4. คัดแยกสิ่งของเสี่ยง เช่น อาหาร ยา อาหารเสริม เครื่องสำอาง สุรา บุหรี่ พืช และสัตว์เลี้ยง ไม่ให้ปะปนกับของใช้ทั่วไป

เอกสารที่ควรเตรียม

  • Passport และหน้าที่มีตราประทับเข้า-ออก
  • Work Permit สัญญาจ้าง วีซ่า หรือเอกสารการศึกษา
  • เอกสารแสดงการสิ้นสุดงานหรือสิ้นสุดการศึกษา

ขั้นตอนที่ 2: จัดทำ Packing List และแพ็กสินค้า

สิ่งที่ต้องทำ

  1. ระบุชื่อสิ่งของและจำนวนอย่างละเอียด
  2. ระบุสถานะว่าเป็น “Used Personal Effects” หรือ “Used Household Effects”
  3. ประเมินมูลค่าของใช้ในแต่ละกล่อง
  4. แพ็กสินค้าให้เหมาะกับการขนส่งทางทะเลและการเปิดตรวจ

ตัวอย่างการเขียนที่ชัดเจนคือ “Used Men’s Clothing, approximately 80 pieces” แทนการใช้คำกว้าง ๆ เช่น “Misc Items” หรือ “Used Stuff”

เอกสารที่ต้องใช้

  • Packing List หรือ Inventory
  • สำเนา Passport
  • หลักฐานการพำนัก
  • ที่อยู่จัดส่งปลายทางในประเทศไทย

ขั้นตอนที่ 3: ดำเนินการส่งออกและขนส่งทางเรือ

สิ่งที่ต้องทำ

ผู้ให้บริการต้นทางจะรวบรวมและแพ็กสินค้า จัดทำ Export Declaration และนำสินค้าเข้าสู่กระบวนการขนส่งทางเรือ โดยอาจเป็นแบบ LCL สำหรับสินค้าปริมาณไม่เต็มตู้ หรือ FCL สำหรับการเหมาตู้

เอกสารสำคัญ

  • Export Declaration
  • Bill of Lading หรือ B/L
  • Packing List
  • ข้อมูล Estimated Time of Arrival หรือ ETA

ขั้นตอนที่ 4: เตรียมฝั่งไทยก่อนเรือถึง 7–10 วัน

สิ่งที่ต้องทำ

  1. ลงทะเบียน e-Customs Paperless ในฐานะผู้ผ่านพิธีการศุลกากร
  2. จัดทำ Power of Attorney หรือ POA เพื่อมอบอำนาจให้ Customs Broker
  3. ส่งเอกสารครบชุดให้ Broker ตรวจสอบก่อนเรือเทียบท่า

เอกสารที่ต้องใช้

  • Passport เล่มจริงและหน้าตราประทับเข้าประเทศไทยครั้งล่าสุด
  • บัตรประชาชน
  • ทะเบียนบ้าน
  • B/L
  • Packing List
  • หลักฐานการพำนักต่างประเทศ
  • หนังสือสิ้นสุดสัญญาจ้าง ใบจบการศึกษา หรือหลักฐานสิ้นสุดภารกิจ
  • POA

ขั้นตอนที่ 5: ดำเนินพิธีการศุลกากรและเปิดตรวจ

สิ่งที่ต้องทำ

Customs Broker จะชำระค่าภาระท่าเรือ แลก Delivery Order หรือ D/O จากสายเรือ และยื่นใบขนสินค้าขาเข้าเพื่อขอใช้สิทธิ์ตามประเภท 5 หรือประเภท 6

ของใช้ส่วนตัวและของใช้ในบ้านมักเข้าสู่กระบวนการ Red Line ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถเปิดกล่องเพื่อตรวจสอบว่าสินค้ามีสภาพใช้งานแล้วจริงและตรงกับ Packing List หรือไม่

หากพบเครื่องใช้ไฟฟ้าเกินโควตา ของใหม่ หรือสิ่งของที่ไม่ได้รับยกเว้น ผู้รับต้องชำระอากรและ VAT เพิ่มเติมก่อนตรวจปล่อย

เอกสารที่ใช้

  • ใบขนสินค้าขาเข้า
  • D/O
  • B/L
  • Packing List
  • เอกสารประกอบการขอยกเว้นภาษี
  • หลักฐานการชำระภาษีสำหรับสินค้าส่วนเกิน

ขั้นตอนที่ 6: รับสินค้าออกจากท่าและจัดส่งถึงบ้าน

สิ่งที่ต้องทำ

หลังศุลกากรตรวจปล่อยแล้ว สินค้าจะถูกนำออกจาก CFS หรือ ICD ลาดกระบัง และจัดรถบรรทุกไปยังที่อยู่ปลายทางในประเทศไทย

ผู้รับควรตรวจสอบขอบเขตบริการล่วงหน้าว่ารวมเฉพาะการขนส่งถึงหน้าบ้าน หรือรวมแรงงานยกสินค้าและจัดวางภายในบ้านด้วย

โครงสร้างค่าใช้จ่ายปลายทาง: Hidden Costs ที่ท่าเรือไทย

การได้รับยกเว้นอากรและ VAT ไม่ได้หมายความว่าการรับสินค้าออกจากท่าเรือไม่มีค่าใช้จ่าย ค่าระวางเรือระหว่างประเทศมักไม่ครอบคลุมค่าดำเนินการของสายเรือ ท่าเรือ Customs Broker โกดัง และรถขนส่งภายในประเทศไทย

รายการค่าใช้จ่าย ความหมาย เกิดขึ้นในขั้นตอนใด
Customs Broker Fee ค่าบริการตัวแทนออกของสำหรับจัดทำใบขน ยื่นเอกสาร และประสานงานศุลกากร ก่อนและระหว่าง Customs Clearance
Delivery Order Fee หรือ D/O Fee ค่าธรรมเนียมที่จ่ายให้สายเรือเพื่อแลกเอกสารปล่อยสินค้า หลังเรือถึงและก่อนรับสินค้า
Terminal Handling Charges หรือ THC ค่าจัดการตู้หรือสินค้าในท่าเรือและ Terminal เมื่อสินค้าเข้าสู่ท่าเรือไทย
Customs Inspection / Labour Fee ค่าแรงงานยกของ เปิดกล่อง เคลื่อนย้ายเข้าและออกจากจุดตรวจ เมื่อสินค้าเข้าสู่ Red Line
Storage / Demurrage Fee ค่าเก็บสินค้าหรือค่าค้างท่าเมื่อดำเนินการเกิน Free Time เกิดเมื่อเอกสารล่าช้าหรือสินค้าออกจากท่าไม่ทัน
Local Trucking & Delivery ค่ารถขนส่งจากท่าเรือ CFS หรือ ICD ไปยังบ้านผู้รับ หลังตรวจปล่อยสินค้า

ก่อนเลือกผู้ให้บริการ ควรสอบถามให้ชัดเจนว่าราคาเสนอรวมเฉพาะค่าระวางเรือ หรือรวมค่าใช้จ่ายปลายทางรายการใดไว้แล้วบ้าง เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดเมื่อสินค้าเดินทางถึงประเทศไทย

ข้อควรระวังและจุดพลาดที่พบบ่อย

ความผิดพลาดส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากการส่งทางเรือ แต่เกิดจากการจัดประเภทสินค้าและเตรียมเอกสารไม่ตรงกับของจริง การสำแดงไม่ครบอาจทำให้ถูกเปิดตรวจละเอียด เกิดค่าใช้จ่ายเพิ่ม หรือเสียสิทธิ์ยกเว้นภาษี

  1. เขียน Packing List กว้างเกินไป
    คำว่า “Misc Items”, “Boxes” หรือ “Used Stuff” ไม่ได้อธิบายว่าสินค้าคืออะไร เจ้าหน้าที่จึงอาจต้องเปิดหลายกล่องเพื่อยืนยันรายการจริง
  2. ปะปนของใหม่กับของใช้แล้ว
    ของใหม่ที่ยังมีป้ายราคา กล่องเดิม หรือมีสินค้าซ้ำจำนวนมากควรแยกสำแดงและเตรียมชำระภาษี ไม่ควรระบุรวมเป็น Used Household Effects
  3. ไม่แจ้งเครื่องดนตรีหรืออุปกรณ์กีฬา
    สิ่งของเหล่านี้ไม่ได้รับยกเว้นตามข้อมูลอ้างอิง หากตรวจพบโดยไม่มีการสำแดง อาจถูกเรียกเก็บภาษี ปรับ และกระทบต่อสิทธิ์ของสินค้ารายการอื่น
  4. คิดว่าสัญชาติไทยทำให้ได้รับยกเว้นอัตโนมัติ
    ศุลกากรพิจารณาจากระยะเวลาพำนัก วัตถุประสงค์การย้ายกลับ ลักษณะสินค้า และเอกสารประกอบ ไม่ได้พิจารณาจากสัญชาติเพียงอย่างเดียว
  5. ลงทะเบียน Paperless หรือทำ POA ช้า
    หากเริ่มดำเนินการหลังเรือเทียบท่าแล้ว อาจไม่มีเวลาเพียงพอสำหรับแก้เอกสาร ทำให้สินค้าเกิน Free Time และเกิดค่า Storage หรือ Demurrage

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการย้ายของกลับไทยทางเรือ

อยู่ต่างประเทศครบ 1 ปี แต่เคยบินกลับมาเยี่ยมบ้าน จะเสียสิทธิ์หรือไม่?

ไม่เสียสิทธิ์โดยอัตโนมัติ หากมี Work Permit วีซ่า สัญญาจ้าง หรือเอกสารการศึกษาที่แสดงว่าศูนย์กลางการใช้ชีวิตยังอยู่ในต่างประเทศต่อเนื่อง การเดินทางกลับไทยชั่วคราวไม่ถือว่าเป็นการย้ายภูมิลำเนากลับแล้ว

เสื้อผ้าจำนวนเท่าใดจึงถือว่าสมควรแก่ฐานะ?

ศุลกากรพิจารณาจากระยะเวลาพำนักและปริมาณการใช้งานตามปกติ ตัวอย่างตามข้อมูลอ้างอิงคือ ผู้ที่อยู่ต่างประเทศ 1 ปีและมีเสื้อผ้าประมาณ 80–120 ชุดอาจถือว่าสมเหตุสมผล แต่หากมี 1,000 ชิ้นหรือมีแบบเดียวกันหลายสิบตัว อาจถูกพิจารณาว่านำเข้าเพื่อจำหน่าย

ย้ายกลับคนเดียวและส่งทีวีมา 2 เครื่อง ต้องเสียภาษีหรือไม่?

ได้รับยกเว้น 1 เครื่องต่อชนิด ส่วนเครื่องที่ 2 ต้องเสียอากรนำเข้าและ VAT 7% ตามราคาประเมิน โดยศุลกากรจะเลือกยกเว้นเครื่องที่มีภาษีต่ำที่สุด

หากย้ายกลับพร้อมครอบครัว ส่งทีวี 2 เครื่องได้หรือไม่?

ได้ หากมีหลักฐานแสดงการย้ายกลับเป็นครอบครัว เช่น ทะเบียนสมรสหรือสูติบัตร จะได้รับโควตายกเว้นเครื่องใช้ไฟฟ้าหลัก 2 หน่วยต่อชนิด

ของใหม่สามารถส่งรวมกับของใช้แล้วได้หรือไม่?

สามารถอยู่ในการขนส่งเดียวกันได้ แต่ต้องแยกรายการและสำแดงว่าเป็นของใหม่เพื่อเตรียมประเมินภาษี ห้ามระบุของใหม่เป็นของใช้แล้วหรือซ่อนไว้ในรายการ Used Household Effects

ของใช้แบรนด์เนม นาฬิกา หรือกระเป๋าราคาแพงควรส่งทางเรือหรือไม่?

ไม่แนะนำให้ส่งรวมกับของใช้ย้ายบ้าน สินค้ามูลค่าสูงมีความเสี่ยงถูกตรวจสอบและประเมินภาษี รวมถึงเสี่ยงสูญหายหรือเสียหายระหว่างการเปิดตรวจ จึงควรพิจารณานำติดตัวขึ้นเครื่องบินแบบ Hand Carry

ใครเป็นผู้ดำเนินพิธีการนำเข้าในประเทศไทย?

ผู้รับต้องใช้ Customs Broker ในประเทศไทยเพื่อจัดทำใบขน ยื่นขอยกเว้นอากร แลก D/O ประสานการเปิดตรวจ ชำระค่าใช้จ่าย และดำเนินการตรวจปล่อยสินค้า

ได้รับยกเว้นภาษีแล้ว ยังต้องจ่ายค่าใช้จ่ายอื่นหรือไม่?

ยังต้องจ่ายค่าใช้จ่ายของระบบท่าเรือและการดำเนินพิธีการ เช่น Customs Broker Fee, D/O Fee, THC, ค่าแรงเปิดตรวจ, Storage หรือ Demurrage และค่ารถส่งสินค้าจากท่าเรือถึงบ้าน

เรื่องที่ควรอ่านต่อก่อนย้ายของกลับไทยทางเรือ

หากกำลังวางแผนย้ายของกลับไทยทางเรือ ควรตรวจรายการเอกสารและลำดับการดำเนินงานกับผู้ให้บริการก่อนเรือออก เพื่อแยกค่าใช้จ่ายต้นทาง ค่าระวาง และค่าใช้จ่ายปลายทางให้ชัดเจน

สำหรับหลักเกณฑ์และประกาศล่าสุด ควรตรวจสอบกับ กรมศุลกากร หรือ Customs Broker อีกครั้งก่อนนำเข้าสินค้าจริง

thThai