BLOG

ส่งออกอาหารไทยไปไต้หวัน: เตรียมอะไรบ้างก่อนขึ้น Food Taipei 2026

ส่งออกอาหารไทยไปไต้หวัน ผ่านงาน Food Taipei 2026 Thai Pavilion

ถ้าคุณทำธุรกิจอาหารแปรรูป เครื่องปรุง ผลไม้กระป๋อง หรือข้าวส่งออก และยังไม่ได้มองตลาดไต้หวันจริงจัง งาน ส่งออกอาหารไทยไปไต้หวัน ผ่านเวที Food Taipei 2026 อาจเป็นสัญญาณที่ควรหยุดอ่าน เพราะงานนี้ไม่ใช่แค่งานแสดงสินค้าทั่วไป มันคือจุดที่ buyer จาก 88 ประเทศมานั่งรอดูว่า ใครมีของดีพอที่จะซื้อกลับไป

ปี 2569 นี้ สถาบันอาหารแห่งชาติ (National Food Institute) จัด Thai Pavilion ขึ้นในงาน Food Taipei 2026 และพาผู้ประกอบการไทย 10 ราย เข้าร่วมแสดงสินค้า พร้อมกับผู้ประกอบการไทยอื่นอีก 9 ราย ที่เข้าร่วมในนามตัวเอง สินค้าที่จัดแสดงครอบคลุม ผลไม้กระป๋อง ผลไม้แปรรูป ซอสปรุงรส ข้าว น้ำผลไม้ และอาหารทะเล ซึ่งล้วนเป็นกลุ่มที่ไต้หวันมีความต้องการนำเข้าจริง

แต่ก่อนที่คุณจะตัดสินใจว่าจะส่งตัวอย่างสินค้า ส่งวัสดุบูธ หรือวางแผนเจรจากับ buyer ที่งาน มีเรื่องที่ต้องเตรียมล่วงหน้ามากกว่าที่คิด บทความนี้จะพาคุณดูว่า ถ้าจะ ส่งออกอาหารไทยไปไต้หวัน จริงๆ ต้องเช็กอะไรบ้าง ทั้งก่อนงาน ระหว่างงาน และหลังจากได้ contact buyer มาแล้ว

ส่งออกอาหารไทยไปไต้หวัน: ทำไมงาน Food Taipei ถึงเป็นสัญญาณที่ควรสนใจ

Food Taipei 2026 จัดโดย TAITRA (Taiwan External Trade Development Council) ระหว่างวันที่ 24–27 มิถุนายน 2569 ที่ Taipei Nangang Exhibition Center Hall 1 และ Hall 2 รวมถึง Taipei World Trade Center Hall 1 ปีนี้มีบริษัทเข้าร่วมกว่า 1,800 บริษัท จาก 33 ประเทศ ใช้พื้นที่ 4,700 บูธ ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดหลังโควิด

ตัวเลขพวกนี้บอกอะไรบางอย่างที่สำคัญกว่าแค่ขนาดงาน มันบอกว่า buyer ระดับนานาชาติ กลับมาซื้อของจริงแล้ว ไม่ใช่แค่มาดู และถ้าคุณมีสินค้าอาหารที่พร้อมส่งออก นี่คือเวทีที่ buyer จาก 88 ประเทศ มาหาของอยู่แล้ว คุณแค่ต้องมีของที่ตรงสเปกและเอกสารที่พร้อม

สิ่งที่น่าสนใจกว่านั้นคือ งานนี้รวม 5 งานใหญ่ไว้ด้วยกัน ทั้ง Taipei International Food Show, Foodtech Taipei, Taipei Pack, Bio/Pharmatech Taiwan และ Taiwan Horeca ซึ่งหมายความว่า ถ้าคุณขายอาหาร บรรจุภัณฑ์ หรือเครื่องจักรแปรรูป คุณสามารถเจอ buyer หลายประเภทในงานเดียว

สินค้าไทยกลุ่มไหนที่มีโอกาสในตลาดไต้หวัน

จากที่ผู้ประกอบการไทยนำไปแสดงในงาน Food Taipei ปีนี้ สินค้าหลักที่ได้รับความสนใจมีดังนี้ ผลไม้กระป๋องและผักกระป๋อง ผลไม้แปรรูป เช่น มะม่วงอบแห้ง ทุเรียนแช่แข็ง ซอสปรุงรสและน้ำจิ้ม ข้าวหอมมะลิและข้าวเฉพาะทาง น้ำผลไม้และเครื่องดื่มสมุนไพร และอาหารทะเลแปรรูป

ไต้หวันเป็นตลาดที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับ ความปลอดภัยของอาหาร (food safety) และ ความโปร่งใสของส่วนผสม มากกว่าราคา ดังนั้นถ้าคุณมีสินค้าที่มีใบรับรองมาตรฐาน เช่น GMP, HACCP, หรือ Organic ก็จะมีน้ำหนักในการเจรจากับ buyer มากขึ้น

อีกเรื่องที่ buyer ไต้หวันสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ คือ functional food และ plant-based protein ซึ่งเป็นเทรนด์ที่งาน Food Taipei 2026 เน้นชัดเจน ถ้าคุณมีสินค้าในกลุ่มนี้ ควรเตรียมข้อมูลโภชนาการและ claim ที่ชัดเจนไว้ด้วย

เอกสารที่ต้องเตรียมก่อน ส่งออกอาหารไทยไปไต้หวัน

ไต้หวันมีระบบตรวจสอบนำเข้าอาหารที่ค่อนข้างเข้มงวด หน่วยงานหลักที่ดูแลคือ Taiwan FDA (TFDA) ภายใต้กระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการ (MOHW) สินค้าอาหารที่จะนำเข้าไต้หวันต้องผ่านการตรวจสอบที่ด่านและอาจต้องมีเอกสารเพิ่มเติมขึ้นอยู่กับประเภทสินค้า

เอกสารพื้นฐานที่ต้องเตรียม ได้แก่ Certificate of Origin (CO) ที่ออกโดยหน่วยงานที่ได้รับการรับรอง Health Certificate หรือ Sanitary Certificate จากกรมปศุสัตว์หรือกรมประมง (สำหรับสินค้าที่เกี่ยวข้อง) ฉลากสินค้าที่ตรงตามข้อกำหนดของ TFDA ซึ่งต้องมีข้อมูลภาษาจีนดั้งเดิม (Traditional Chinese) รายการส่วนผสมและข้อมูลโภชนาการที่ครบถ้วน และเอกสารรับรองมาตรฐาน เช่น GMP, HACCP, หรือ ISO ถ้ามี

สิ่งที่หลายคนมองข้ามคือ ฉลากภาษาจีน ไต้หวันใช้ตัวอักษรจีนดั้งเดิม (Traditional Chinese) ไม่ใช่ตัวย่อแบบจีนแผ่นดินใหญ่ ถ้าคุณเคยทำฉลากสำหรับตลาดจีนมาแล้ว ฉลากนั้นใช้กับไต้หวันไม่ได้โดยตรง ต้องแปลงใหม่

ส่งออกอาหารไทยไปไต้หวัน: Checklist ก่อนส่งของจริง

  • CO (Certificate of Origin) — ขอจากกรมการค้าต่างประเทศหรือหอการค้าไทย ระบุสินค้าให้ตรงกับ HS Code ที่ใช้นำเข้าไต้หวัน
  • Health Certificate / Sanitary Certificate — สำหรับสินค้าประมง ปศุสัตว์ หรืออาหารแปรรูปที่มีส่วนผสมจากสัตว์ ต้องขอจากหน่วยงานที่ TFDA รับรอง
  • ฉลากภาษาจีนดั้งเดิม (Traditional Chinese) — ต้องมีชื่อสินค้า ส่วนผสม ข้อมูลโภชนาการ วันหมดอายุ และชื่อผู้นำเข้าในไต้หวัน
  • Packing List และ Commercial Invoice — ระบุน้ำหนัก จำนวน และมูลค่าให้ตรงกับของจริงทุกรายการ
  • เอกสารรับรองมาตรฐาน — GMP, HACCP, หรือ ISO 22000 ถ้ามี ควรแนบไปด้วยเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือกับ buyer
  • Bill of Lading หรือ Airway Bill — ระบุ shipper, consignee, และ notify party ให้ถูกต้องตามที่ตกลงกับ buyer
  • เอกสาร cold chain (ถ้าสินค้าต้องการอุณหภูมิควบคุม) — ระบุอุณหภูมิที่ต้องการตลอดการขนส่ง และมี temperature log ประกอบ

Cold Chain และการขนส่งสินค้าอาหารไปไต้หวัน: ความเสี่ยงที่ต้องวางแผนก่อน

ถ้าสินค้าของคุณต้องการอุณหภูมิควบคุม เช่น ทุเรียนแช่แข็ง อาหารทะเลสด หรือผลิตภัณฑ์นม เรื่อง cold chain คือจุดที่ต้องวางแผนละเอียดที่สุด เพราะถ้าอุณหภูมิหลุดระหว่างทาง สินค้าอาจถูกปฏิเสธที่ด่านไต้หวัน และคุณจะแบกต้นทุนทั้งหมดเอง

เส้นทางจากไทยไปไต้หวันมีทั้งทางเรือและทางอากาศ ทางเรือใช้เวลาประมาณ 5–7 วัน ขึ้นอยู่กับเส้นทางและ carrier ทางอากาศใช้เวลา 3–5 ชั่วโมงบิน แต่ค่าขนส่งสูงกว่ามาก สำหรับสินค้าสดหรือแช่แข็ง ทางอากาศมักเป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยกว่า แต่ต้องคำนวณต้นทุนให้ดีก่อนตัดสินใจ

สิ่งที่ควรตรวจสอบกับ freight forwarder ก่อนจองพื้นที่ขนส่ง ได้แก่ ว่า reefer container หรือ cool room ที่ใช้ผ่านการสอบเทียบอุณหภูมิล่าสุดหรือไม่ มี temperature monitoring ตลอดเส้นทางหรือเปล่า และ carrier มีประสบการณ์ขนส่งสินค้าอาหารไปไต้หวันโดยตรงหรือไม่

อีกเรื่องที่มักเกิดขึ้นคือ การ transship ที่ฮ่องกงหรือสิงคโปร์ ซึ่งอาจทำให้ระยะเวลาขนส่งยาวขึ้น และอุณหภูมิมีโอกาสหลุดในช่วง transfer ถ้าสินค้าของคุณ sensitive มาก ควรหา direct service หรือ near-direct route แทน

การส่งตัวอย่างสินค้าไปงาน Food Taipei: ต้องทำอะไรบ้าง

ถ้าคุณวางแผนส่งตัวอย่างสินค้าไปแสดงที่บูธ ไม่ว่าจะผ่าน Thai Pavilion หรือบูธของตัวเอง มีเรื่องที่ต้องเตรียมแยกจากการส่งเพื่อขายจริง เพราะสถานะของสินค้าตัวอย่างในทางศุลกากรแตกต่างกัน

สินค้าตัวอย่างที่นำเข้าไต้หวันเพื่อแสดงในงานแสดงสินค้า สามารถขอ ATA Carnet ได้ ซึ่งเป็นเอกสารที่ช่วยให้นำสินค้าเข้าออกชั่วคราวโดยไม่ต้องเสียภาษีนำเข้า แต่ต้องนำสินค้ากลับออกหลังงานเสร็จ ถ้าไม่ได้ใช้ ATA Carnet ก็ต้องผ่านกระบวนการนำเข้าปกติ ซึ่งอาจต้องเสียภาษีและใช้เวลานานกว่า

สำหรับสินค้าอาหารที่เป็นตัวอย่าง ควรเช็กกับ TFDA ล่วงหน้าว่า สินค้าประเภทนั้นต้องมีเอกสารเพิ่มเติมหรือไม่ เพราะบางประเภท เช่น ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมจากเนื้อสัตว์ อาจต้องมี health certificate แม้จะเป็นแค่ตัวอย่าง

ระยะเวลาที่ควรเริ่มเตรียมเอกสารตัวอย่างสินค้าคือ อย่างน้อย 4–6 สัปดาห์ก่อนวันงาน เพราะการขอ ATA Carnet ผ่านหอการค้าไทยใช้เวลา และถ้าต้องแก้ไขเอกสารก็ต้องมีเวลาเผื่อไว้

บรรจุภัณฑ์ที่ buyer ไต้หวันมองหา: มากกว่าแค่ความสวยงาม

งาน Food Taipei 2026 ให้ความสำคัญกับ ESG และความยั่งยืนอย่างชัดเจน มีการมอบ Green Vision Award ให้กับผู้ประกอบการที่มีระบบบรรจุภัณฑ์ที่ลดคาร์บอนและใช้วัสดุรีไซเคิล ซึ่งสะท้อนว่า buyer ในตลาดไต้หวันและตลาดที่ buyer เหล่านั้นขายต่อ กำลังให้น้ำหนักกับเรื่องนี้มากขึ้น

ถ้าบรรจุภัณฑ์ของคุณยังเป็นพลาสติกแบบเดิมที่ไม่มีข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม อาจเสียเปรียบในการเจรจากับ buyer บางราย โดยเฉพาะ buyer ที่ขายให้ retail chain ในไต้หวันหรือยุโรป ซึ่งมีนโยบาย sustainability ของตัวเอง

เรื่องที่ควรเตรียมในส่วนบรรจุภัณฑ์ก่อนไปงาน ได้แก่ ข้อมูลวัสดุบรรจุภัณฑ์ที่ชัดเจน ว่าใช้อะไร รีไซเคิลได้หรือไม่ ถ้ามีใบรับรองด้านสิ่งแวดล้อม เช่น FSC สำหรับกล่องกระดาษ หรือ BPI สำหรับพลาสติกย่อยสลายได้ ควรนำมาแสดงด้วย และถ้าสินค้าต้องการ cold chain ควรระบุว่าบรรจุภัณฑ์ทนอุณหภูมิต่ำได้ถึงระดับไหน

ต้นทุนที่ต้องคำนวณก่อนตัดสินใจส่งออก

หลายคนคิดแค่ราคาสินค้ากับค่าขนส่ง แต่ต้นทุนจริงของการ ส่งออกอาหารไทยไปไต้หวัน มีมากกว่านั้น และถ้าคำนวณผิด margin ที่คิดว่าได้อาจหายไปหมด

ต้นทุนที่ควรรวมในการคำนวณ landed cost ได้แก่ ค่าขนส่งระหว่างประเทศ (freight) ค่าประกันสินค้า (cargo insurance) ภาษีนำเข้าของไต้หวัน ซึ่งขึ้นอยู่กับ HS Code ของสินค้า ค่าธรรมเนียมศุลกากรและค่า customs broker ในไต้หวัน ค่าตรวจสอบสินค้าที่ด่าน (inspection fee) ถ้ามี ค่าแปลเอกสารและค่าทำฉลากภาษาจีน และค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมงาน เช่น ค่าบูธ ค่าเดินทาง ค่าที่พัก

ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณส่งซอสปรุงรสทางเรือในปริมาณ 1 FCL (20 ฟุต) ค่าขนส่งจากไทยไปไต้หวันอาจอยู่ที่ประมาณ 1,200–1,800 USD ขึ้นอยู่กับ carrier และช่วงเวลา บวกกับค่า customs broker ในไต้หวันอีกประมาณ 150–300 USD และภาษีนำเข้าที่ต้องเช็กตาม HS Code จริง ตัวเลขพวกนี้ต้องรู้ก่อนที่จะตั้งราคาขาย

การสื่อสารกับ Buyer หลังงาน: สิ่งที่ต้องเตรียมไว้ก่อนกลับบ้าน

งานแสดงสินค้าไม่ได้จบที่การแลก business card buyer ส่วนใหญ่จะ follow up ภายใน 1–2 สัปดาห์หลังงาน และถ้าคุณไม่มีข้อมูลพร้อม โอกาสที่จะปิดดีลก็อาจลดลง

สิ่งที่ควรเตรียมไว้ก่อนไปงาน เพื่อให้ตอบ buyer ได้ทันทีหลังงาน ได้แก่ Product spec sheet ภาษาอังกฤษ (หรือภาษาจีน) ที่มีข้อมูลครบ ทั้งส่วนผสม โภชนาการ อายุสินค้า และเงื่อนไขการเก็บรักษา MOQ (Minimum Order Quantity) ที่ชัดเจน ราคา FOB หรือ CIF ที่คำนวณมาแล้ว ไม่ใช่ราคาหน้าโรงงาน Lead time ตั้งแต่ order ถึง ready to ship และเอกสารรับรองมาตรฐานที่ส่งให้ buyer ได้ทันที

buyer ไต้หวันหลายรายจะถามเรื่อง food safety certificate และ lab test result ก่อนตัดสินใจซื้อ ถ้าคุณยังไม่มี ควรเริ่มทำ lab test กับห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรองก่อนไปงาน เพราะการรอผล lab หลังจาก buyer ถามแล้ว อาจทำให้ดีลล่าช้าหรือ buyer หันไปหาคู่แข่งแทน

ถ้ายังไม่พร้อมไปงานปีนี้ ควรทำอะไรก่อน

ถ้าคุณรู้สึกว่าเวลาไม่พอ หรือเอกสารยังไม่ครบ การรีบไปงานโดยไม่พร้อมอาจไม่ได้ผลดีเท่าที่คิด เพราะ buyer ระดับนานาชาติมักตัดสินใจจาก ความพร้อมของผู้ขาย ไม่ใช่แค่ความสวยของสินค้า

สิ่งที่ควรทำถ้ายังไม่พร้อมสำหรับปีนี้ ได้แก่ ศึกษา HS Code ของสินค้าคุณในระบบภาษีไต้หวัน และเช็กอัตราภาษีนำเข้าจริง ทำ lab test สินค้าตามมาตรฐานที่ TFDA ต้องการ เตรียมฉลากภาษาจีนดั้งเดิมให้พร้อม ติดต่อ freight forwarder ที่มีประสบการณ์เส้นทางไทย–ไต้หวัน เพื่อเช็กต้นทุนขนส่งจริง และลงทะเบียนในโครงการ SMEs Pro-active ของ DITP เพื่อรับการสนับสนุนในการเข้าร่วมงานครั้งต่อไป

การเตรียมตัวล่วงหน้า 6–12 เดือนก่อนงาน จะทำให้คุณไปถึงบูธพร้อมกว่า และมีโอกาสได้ดีลจริงมากกว่าการรีบไปโดยไม่มีของพร้อม

สิ่งที่ควรติดตามต่อจากนี้ สำหรับตลาดอาหารไต้หวัน

ตลาดอาหารไต้หวันไม่ได้หยุดนิ่งแค่ที่งาน Food Taipei เทรนด์ที่กำลังเติบโตในไต้หวันและน่าจับตาสำหรับผู้ส่งออกไทย ได้แก่ functional food ที่มี health claim ชัดเจน plant-based protein และอาหารที่ทำจากพืช อาหารที่มี ESG story ที่บอกเล่าได้ และสินค้าที่มีบรรจุภัณฑ์ลดพลาสติกหรือใช้วัสดุรีไซเคิล

นอกจากนี้ ควรติดตามการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบของ TFDA เป็นระยะ เพราะไต้หวันมีการปรับปรุงข้อกำหนดด้านฉลากและส่วนผสมอยู่เป็นประจำ ถ้าคุณส่งออกสินค้าที่มีส่วนผสมที่อาจอยู่ในรายการที่ต้องแจ้งหรือขออนุญาต ควรเช็กกับ customs broker หรือ regulatory consultant ในไต้หวันก่อนส่งของทุกครั้ง

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องการวางแผนส่งออกและการเตรียมเอกสารขนส่งระหว่างประเทศ คุณสามารถดูข้อมูลอ้างอิงเพิ่มเติมได้ที่ smeshipping.com ซึ่งรวบรวมข้อมูลด้านการขนส่งระหว่างประเทศสำหรับ SME ไทยไว้หลายเส้นทาง

ส่งออกอาหารไทยไปไต: เช็กซ้ำก่อนคุยราคาและก่อนปิดตู้

ก่อนคุณเสนอราคาให้ buyer ใน Taiwan ควรแยกต้นทุนสินค้า ต้นทุนแพ็กกิ้ง ค่าระวางเรือ ค่าประกันภัย ค่าเอกสาร และค่าใช้จ่ายปลายทาง ออกจากกันให้ชัด เพราะถ้ารวมทุกอย่างไว้เป็นก้อนเดียว คุณจะไม่รู้ว่ากำไรหายไปตรงไหนเมื่อค่าขนส่งเปลี่ยน

สำหรับ Food & Beverage สิ่งที่ควรทำก่อนตอบราคา คือ ขอข้อมูลปลายทางจาก buyer ให้ครบ ทั้งท่าเรือที่ต้องการ เงื่อนไข Incoterms วันที่ต้องการรับของ วิธีชำระเงิน และเอกสารที่เขาจะใช้ผ่านศุลกากร ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้คุณประเมินความเสี่ยงได้ก่อนรับออเดอร์จริง

ถ้า buyer ขอราคาควรเช็ก คุณยังไม่ควรตอบด้วยราคาประมาณแบบกว้างเกินไป ให้ตอบเป็นช่วงราคา พร้อมระบุวันหมดอายุของ quotation และระบุว่า freight surcharge หรือค่าใช้จ่ายพิเศษบางรายการอาจเปลี่ยนตามวันจองเรือ วิธีนี้ช่วยลดปัญหากลับมาทะเลาะกันตอนของพร้อมส่ง

เรื่องเอกสารควรตรวจตั้งแต่ต้น ไม่ใช่รอให้ของผลิตเสร็จแล้วค่อยถาม เพราะเอกสารบางอย่างต้องใช้เวลาขอจากหน่วยงานหรือห้องแล็บ ถ้าขาดเอกสารในวันส่งของ ต้นทุนที่เสียจริงอาจไม่ใช่แค่ค่าปรับ แต่รวมถึงเวลาที่ของค้างและความเชื่อมั่นของ buyer ที่ลดลง

มุมที่ควรคุยกับ freight forwarder คือ Useful for SMEs planning sample shipment, booth materials, temperature-sensitive food exports, and packaging/cold-chain readiness for Taiwan market entry. ให้ถามทั้งเวลาขนส่งตามเส้นทางปกติ เส้นทางสำรองในกรณีมีความเสี่ยง ค่าใช้จ่ายที่ไม่รวมใน freight quote และเงื่อนไขการเคลมประกันถ้าสินค้าเสียหายหรือเดินทางล่าช้า

อีกจุดที่ต้องระวังคือ This is mainly a trade show promotion piece. It does not confirm purchase orders, policy changes, or market demand beyond participation at the fair. เพราะเรื่องนี้อาจไม่เห็นในใบเสนอราคาครั้งแรก แต่จะโผล่ตอน buyer ตรวจเอกสารหรือตอนศุลกากรปลายทางขอข้อมูลเพิ่ม การเตรียมข้อมูลล่วงหน้าจึงช่วยให้ดีลเดินเร็วกว่าเดิม

  • แยกต้นทุนสินค้า ค่าขนส่ง ค่าประกัน และค่าเอกสารเป็นคนละบรรทัดก่อนเสนอราคา
  • ยืนยัน Incoterms กับ buyer ให้ชัดว่าใครรับผิดชอบค่าใช้จ่ายปลายทาง
  • ตรวจ HS Code และชื่อสินค้าใน invoice ให้ตรงกับ packing list และเอกสารขนส่ง
  • ขอ freight quote ที่รวม surcharge สำคัญ ไม่ใช้แค่ราคา base freight
  • ระบุวันหมดอายุของ quotation เพื่อกันความเสี่ยงค่าระวางเปลี่ยน
  • เก็บหลักฐานมาตรฐานสินค้าและรูปถ่ายสินค้าไว้ตอบ buyer ได้ทันที
  • เริ่มจาก sample shipment ถ้ายังไม่เคยส่งตลาดนี้ เพื่อลดความเสี่ยงก่อนออเดอร์ใหญ่

ถ้าคุณใช้เช็กลิสต์นี้ก่อนเริ่มคุยราคา การส่งออกครั้งแรกจะไม่ใช่การเดา แต่เป็นการตัดสินใจจากต้นทุนจริง เอกสารจริง และความเสี่ยงจริง ซึ่งช่วยให้คุณต่อรองกับ buyer ได้มั่นใจกว่าเดิม

ที่มา: กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) — รายงาน Food Taipei 2026 และข้อมูลการเข้าร่วม Thai Pavilion ผู้ประกอบการที่สนใจโครงการ SMEs Pro-active สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ smesproactive.ditp.go.th

ส่งออกอาหารไทยไปไต้หวัน: เตรียมอะไรบ้างก่อนขึ้น Food Taipei 2026

thThai