ถ้าคุณ ส่งของ ไปอินโดนีเซีย อยู่ หรือกำลัง จะเริ่ม ส่ง มีเรื่อง หนึ่งที่ ควรรู้ ก่อนจอง ตู้ครั้ง ถัดไป นั่นคือ กฎนำเข้าอินโดนีเซีย มีการ ปรับใหม่ เป้าหมาย หลักของ เขาคือ ลดความ ล่าช้าที่ ท่าเรือ และเพิ่ม การปฏิบัติ ตามกฎหมาย นำเข้า ฟังดู เป็นเรื่อง ของฝั่ง อินโดนีเซีย แต่ผลก ระทบ จริงมัน ตกที่ คุณใน ฐานะผู้ ส่งออก ไทยโดยตรง
อินโดนีเซียเป็น ตลาดที่ ใกล้ไทย มาก เส้นทาง เดินเรือ จากแหลม ฉบังไป จาการ์ตาหรือ สุราบา ยา ไม่ได้ ไกลเลย แต่ความ ใกล้ทาง ภูมิศาสตร์ ไม่ได้ แปลว่า เรื่องเอกสาร และศุลกากร จะง่าย ตาม เพราะอินโดนีเซีย มีระบบ ควบคุมการนำ เข้าที่ ค่อนข้าง ละเอียด และเมื่อ มีการ ปรับกฎ ใหม่ สิ่งที่ เคยผ่าน ได้ อาจต้อง เพิ่มเอกสาร หรือขั้น ตอนเพิ่ม เติม
สรุปคือกฎนำเข้าอินโดนีเซียรอบนี้ไม่ได้ทำให้ส่งออกไม่ได้ แต่ทำให้ SME ไทยต้องเตรียมเอกสารและคุยกับคู่ค้าปลายทางให้ละเอียดขึ้นก่อนจองขนส่ง
ดูต้นฉบับประกาศจาก DITP / สคต. ณ กรุงจาการ์ตา เพื่อเช็กกฎนำเข้าอินโดนีเซียล่าสุดด้วยตัวเอง
กฎนำเข้าอินโดนีเซีย ปรับเพื่ออะไร และใคร ได้รับ ผลกระ ทบ
การปรับ กฎครั้ง นี้ มีเป้า หมายชัดเจน สองอย่าง คือลด ของค้าง ท่าและ เพิ่มความ เข้มงวด ในการ ปฏิบัติตาม กฎหมาย ซึ่งหมายความว่า ถ้าเอกสาร ของคุณ ไม่ครบ ไม่ตรงกับ HS code ที่ใช้ หรือสินค้า ไม่ผ่าน มาตรฐานที่ กำหนด โอกาสที่ ของจะ ถูกกัก ไว้ที่ ท่าเรือมี สูงขึ้น กว่าเดิม และนั่น ไม่ใช่แค่ เรื่องล่าช้า แต่มี ค่าใช้ จ่ายตาม มาด้วย
ผู้ที่ ได้รับ ผลกระ ทบโดยตรง คือ SME ไทยที่ ส่งสินค้า ไปอินโดนีเซีย เป็นประจำ ไม่ว่า จะเป็น สินค้าอาหาร เครื่องสำอาง สินค้าอุตสาหกรรม หรือสินค้า อุปโภคบริโภค เพราะแต่ละ กลุ่มมี เงื่อนไขการนำ เข้าที่ แตกต่าง กัน และเมื่อ กฎเปลี่ยน เงื่อนไขเหล่านั้น อาจเปลี่ยน ตามด้วย
HS Code ของคุณ ยังถูก ต้องอยู่ ไหม
จุดแรก ที่ควร เช็กคือ HS code ที่คุณ ใช้ใน การส่ง ออก ว่ายัง ตรงกับ ที่อินโดนีเซีย จัดประเภท สินค้าของ คุณหรือ เปล่า เพราะบางครั้ง HS code ที่ไทย ใช้กับ ที่ปลาย ทางใช้ อาจไม่ ตรงกัน ทุกหลัก และเมื่อ กฎนำ เข้าปรับ การจัด ประเภทสินค้า บางรายการ อาจถูก ย้ายไป อยู่ใน กลุ่มที่ ต้องมี ใบอนุญาต เพิ่มเติม
ถ้าคุณ ไม่แน่ใจ ว่า HS code ที่ใช้ อยู่ยัง ถูกต้อง หรือเปล่า ควรตรวจ สอบกับ คู่ค้า ปลายทางใน อินโดนีเซีย หรือที่ ปรึกษาศุลกากร ฝั่งนั้น ก่อน อย่าปล่อย ให้ผ่าน ไปจนกว่า ของจะ ถึงท่าเรือ แล้วค่อย รู้ว่า มีปัญหา
ใบอนุญาต นำเข้า และเอกสาร รับรอง: สิ่งที่ หลายคน มองข้าม
อินโดนีเซียมี ระบบใบ อนุญาตนำ เข้าที่ เรียกว่า API (Angka Pengenal Importir) ซึ่งผู้นำ เข้าต้อง มีก่อน ถึงจะ รับสินค้า ได้ นอกจากนี้ สินค้าบาง ประเภทยัง ต้องมี เอกสารรับรอง เพิ่มเติม เช่น หนังสือรับรอง จากหน่วย งานที่ เกี่ยวข้องใน ไทย หรือเอกสาร รับรองมาตรฐาน สินค้าจาก ต้นทาง
ปัญหาที่ เจอบ่อย คือ ผู้ส่ง ออกไทย เตรียมเอกสาร ฝั่งตัว เองครบ แต่ไม่ ได้เช็ กว่าคู่ ค้าใน อินโดนีเซียมี ใบอนุญาต นำเข้า ครบถ้วน หรือเปล่า พอของ ถึงท่าเรือ ปรากฏว่า คู่ค้า ยังไม่ ได้ต่อ อายุ API หรือใบ อนุญาตหมด อายุไป แล้ว ของก็ ค้างอยู่ ที่ท่าเรือ ค่าเก็บ สินค้าเดิน ทุกวัน
มาตรฐานสินค้า และฉลาก: จุดที่ ถูกตรวจ เพิ่มบ่อย ขึ้น
อินโดนีเซียมี หน่วยงาน ที่ดูแล มาตรฐานสินค้า หลายหน่วย งาน เช่น BPOM สำหรับอาหาร และเครื่อง สำอาง และ BSN สำหรับมาตรฐานอุตสาหกรรม สินค้าที่ เข้าข่าย ต้องมี การขึ้น ทะเบียนหรือ ผ่านการ รับรองก่อน ถึงจะ นำเข้า ได้ถูก กฎหมาย
เรื่องฉลาก ก็สำคัญ ไม่แพ้ กัน อินโดนีเซียกำหนด ว่าสินค้า บางประเภท ต้องมี ฉลากภาษา อินโดนีเซีย (Bahasa Indonesia) ติดอยู่ ก่อนวาง จำหน่าย ถ้าคุณ ส่งของ ไปแล้ว ฉลากไม่ ถูกต้อง ของอาจ ถูกกัก เพื่อตรวจ สอบ หรือต้อง นำกลับ มาแก้ไข ก่อน ซึ่งทั้งหมด นี้มี ค่าใช้ จ่ายและ เสียเวลา
กฎนำเข้าอินโดนีเซีย: Checklist ที่ควร เช็กก่อน ส่งของ ทุกครั้ง
ก่อนจอง ขนส่งหรือ เตรียมเอกสาร ส่งออก ไปอินโดนีเซีย ลองเช็ กรายการ เหล่านี้ ให้ครบ ก่อน:
- HS code ถูกต้อง และตรง กับที่ อินโดนีเซียใช้ จัดประเภท สินค้าของ คุณ ไม่ใช่แค่ ตรงกับ ที่ไทย ใช้ส่ง ออก
- คู่ค้า ปลายทาง มีใบ อนุญาตนำ เข้า (API) ที่ยัง ไม่หมด อายุ และครอบคลุม ประเภทสินค้า ที่คุณ ส่งไป
- สินค้าของ คุณต้อง ขึ้นทะเบียน กับ BPOM หรือหน่วย งานที่ เกี่ยวข้องหรือ เปล่า ถ้าใช่ ต้องมี เลขทะเบียน ก่อนส่ง
- ฉลากสินค้า เป็นภาษา อินโดนีเซียและ มีข้อมูล ครบตาม ที่กฎหมาย กำหนด รวมถึง ชื่อสินค้า ส่วนประกอบ วันหมดอายุ และชื่อ ผู้นำเข้า
- เอกสารส่ง ออกครบ ถ้วน ทั้ง Invoice, Packing List, Certificate of Origin, และเอกสาร รับรองอื่น ที่สินค้า ประเภทนั้น ต้องการ
- คู่ค้า ปลายทาง พร้อมรับมือ กับพิธีการ ศุลกากรฝั่ง อินโดนีเซีย มีชิป ปิ้งหรือ ตัวแทนศุลกากร ที่ดูแล อยู่
- ตรวจสอบ ว่าสินค้า ของคุณ อยู่ใน กลุ่มที่ ต้องมี การตรวจ สอบพิเศษ หรือเปล่า เช่น สินค้าที่ ต้องผ่าน การตรวจ SNI (มาตรฐานอินโดนีเซีย)
ความเสี่ยง ที่ตาม มาถ้า เอกสารไม่ พร้อม
หลายคน คิดว่า ถ้าของ ค้างที่ ท่าเรือ ก็แค่ รอให้ ผ่านแล้ว ค่อยส่ง ต่อ แต่ใน ความเป็น จริง ค่าใช้ จ่ายที่ ตามมา มันไม่ ได้เล็ก น้อย ค่าเก็บ สินค้าที่ ท่าเรืออินโดนีเซีย เดินทุก วัน ถ้าของ ค้างอยู่ นานเป็น สัปดาห์ ตัวเลขอาจ สูงกว่า ที่คิด
นอกจากค่า เก็บสินค้า แล้ว ยังมี ค่าแก้ เอกสาร ค่าตรวจ สอบเพิ่ม เติม และใน บางกรณี ถ้าสินค้า ไม่ผ่าน มาตรฐาน อาจต้อง ส่งกลับ หรือทำลาย ทิ้ง ซึ่งนั่น หมายถึง สูญเสีย ทั้งสินค้า และค่า ขนส่งที่ จ่ายไป แล้ว
ยังมี เรื่องของ รอบขาย ด้วย ถ้าของ ถึงช้า กว่าที่ ตกลงกับ คู่ค้า ความสัมพันธ์ ทางธุรกิจ ก็กระทบ โดยเฉพาะ ถ้าสินค้า ของคุณ มีวัน หมดอายุ หรือต้อง ขายตาม ฤดูกาล
คุยกับ คู่ค้า ปลายทาง ก่อน ไม่ใช่หลัง จากจอง ตู้แล้ว
สิ่งที่ ควรทำ ก่อนส่ง ของทุก ครั้งคือ คุยกับ คู่ค้า ในอินโดนีเซีย ให้ชัดเจน ว่า เขาพร้อม รับสินค้า ของคุณ ภายใต้ กฎใหม่ หรือเปล่า เขามี เอกสารและ ใบอนุญาต ครบหรือ ยัง และมี ชิปปิ้ง หรือตัวแทน ศุลกากรที่ รู้เรื่อง กฎใหม่ คอยดูแล อยู่ไหม
การสื่อสาร กับคู่ ค้าก่อน จองขนส่ง ช่วยลด ความเสี่ยง ได้มากกว่า การรีบ ส่งแล้ว ค่อยแก้ ปัญหาทีหลัง เพราะปัญหา ที่เกิด ขึ้นที่ ท่าเรืออินโดนีเซีย มักแก้ ได้ยาก และช้า กว่าที่ คิด
วางแผนเวลา ส่งของ ให้มี บัฟเฟอร์เพียง พอ
เมื่อกฎ นำเข้า ปรับใหม่ ช่วงแรก มักมี ความล่าช้า ที่ท่าเรือ มากกว่าปกติ เพราะทั้ง เจ้าหน้าที่ ศุลกากรและ ผู้นำเข้า ต้องปรับ ตัวกับ ขั้นตอน ใหม่ ถ้าคุณ มีออร์เด อร์ที่ ต้องส่ง ไปอินโดนีเซีย ในช่วง นี้ ควรวางแผน เวลาให้ มีบัฟเฟอร์ เพิ่มขึ้น จากปกติ อย่าคำนวณ เวลาแบบ เดิมที่ เคยใช้ ก่อนมี การปรับ กฎ
ถ้าคุณ กำลังมอง หาข้อมูล เพิ่มเติม เกี่ยวกับ การส่ง ออกไป อาเซียน SME SHIPPING เป็นหนึ่ง ในแหล่ง ข้อมูลที่ รวบรวมสัญญาณ การค้า และกฎ ระเบียบตลาด ต่างประเทศ สำหรับผู้ ส่งออก ไทย
สิ่งที่ ยังไม่ ชัดเจนและ ต้องติดตาม ต่อ
ข้อมูลที่ มีอยู่ ตอนนี้ ยังเป็น ภาพรวม ของการ ปรับกฎ ยังไม่ ได้ระบุ รายละเอียด เป็นราย สินค้าหรือ รายประเภท ชัดเจน ดังนั้น ถ้าคุณ ส่งสินค้า เฉพาะกลุ่ม เช่น อาหาร เครื่องสำอาง หรือสินค้าอุตสาหกรรม ควรตรวจ สอบกับ หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง โดยตรง ทั้งฝั่ง ไทยและ ฝั่งอินโดนีเซีย ก่อนสรุป ว่าสินค้า ของคุณ ได้รับ ผลกระ ทบอย่างไร
การติดตาม ประกาศจาก หน่วยงาน ศุลกากรอินโดนีเซีย (Bea Cukai) และ BPOM อย่างสม่ำเสมอ จะช่วย ให้คุณ รู้ก่อน ว่ามี การเปลี่ยนแปลง อะไรที่ กระทบสินค้า ของคุณ โดยตรง แทนที่จะ รู้ตอน ที่ของ ค้างอยู่ ที่ท่าเรือ แล้ว
สิ่งที่ ควรทำ ตอนนี้ ไม่ใช่การ รอให้ ทุกอย่าง ชัดเจนก่อน แล้วค่อย เริ่ม แต่คือ การเช็ก เอกสารและ คุยกับ คู่ค้า ปลายทาง ให้ชัดเจน ก่อนจอง ขนส่งครั้ง ถัดไป เพราะความ เสี่ยงที่ ป้องกันได้ ล่วงหน้า ดีกว่า ค่าใช้ จ่ายที่ ตามมา หลังของ ถึงท่าเรือ แล้ว
ที่มา: DITP / สคต. ณ กรุงจาการ์ตา, 19 มิถุนายน 2569





