BLOG

Mandatory labor tax: Thai goods entering the US market become 12.5% more expensive.

ภาษีแรงงานบังคับสหรัฐฯ 12.5% กระทบสินค้าส่งออกไทย

ภาษีแรงงานบังคับ สหรัฐฯ เริ่มมีผลเวลา 00.01 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ วันที่ 24 กรกฎาคม 2026 สินค้าที่กำลังเดินทางเข้าอเมริกาไม่ได้เปลี่ยนรูปร่าง กล่องยังเป็นกล่องเดิม แต่ต้นทุนผ่านด่านศุลกากรเปลี่ยนทันที เพราะสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ หรือ USTR เริ่มใช้ภาษีมาตรา 301 ชุดใหม่กับสินค้าจาก 60 เขตเศรษฐกิจ

ภาษีแรงงานบังคับ: ทำไมสหรัฐฯ จึงใช้มาตรการนี้

เรื่องนี้ไม่ได้เริ่มจากตัวเลขภาษี แต่เริ่มจากคน องค์การแรงงานระหว่างประเทศประเมินว่า มีคนประมาณ 27.6 ล้านคนทั่วโลกอยู่ในภาวะแรงงานบังคับ สหรัฐฯ จึงใช้กฎหมายการค้าเป็นเครื่องมือกดดันประเทศคู่ค้าให้สร้างระบบป้องกันสินค้าประเภทนี้

USTR เริ่มสอบสวนเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2026 เปิดรับความคิดเห็นและจัดการไต่สวนสาธารณะ โดยระบุว่า 60 เขตเศรษฐกิจที่ถูกสอบสวนครอบคลุมสินค้านำเข้าของสหรัฐฯ ถึง 99.4%

แรงงานบังคับ: ประเทศไทยอยู่ตรงไหนในอัตรา 12.5%

ในมาตรการแรงงานบังคับนี้ ประเทศที่ออกกฎหมายห้ามนำเข้าสินค้าจากแรงงานบังคับแล้ว มีข้อผูกพันว่าจะดำเนินการ หรือมีระบบบางส่วน ได้รับอัตราภาษี 10% รวม 17 ประเทศ เช่น แคนาดา เม็กซิโก อินเดีย อินโดนีเซีย มาเลเซีย และสหราชอาณาจักร ส่วนประเทศอื่นถูกกำหนดที่ 12.5% และประเทศไทยอยู่ในกลุ่มนี้

จุดสำคัญของภาษีแรงงานบังคับสำหรับผู้ประกอบการไทยคือ 12.5% เป็น “ภาษีเพิ่มเติม” จากอัตราปกติ หรือ MFN ไม่ใช่อัตรารวมสูงสุด ตัวอย่างเช่น หากสินค้าเดิมเสีย MFN 5% และไม่อยู่ในรายการยกเว้น ภาระภาษีรวมโดยหลักจะกลายเป็น 17.5%

กติกานี้ต่างจากสหภาพยุโรปและไต้หวัน ซึ่งสหรัฐฯ กำหนดให้ MFN รวมกับมาตรา 301 เท่ากับ 10% ส่วนญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และสวิตเซอร์แลนด์ ให้รวมเท่ากับ 12.5% ตามเงื่อนไขที่ USTR กำหนด

ภาษีแรงงานบังคับเก็บตามประเทศกำเนิด ไม่ได้ตรวจทีละโรงงาน

ภาษีแรงงานบังคับนี้ไม่ได้เก็บเฉพาะสินค้าที่ตรวจพบว่าใช้แรงงานบังคับ แต่เป็นมาตรการระดับประเทศ ดังนั้น แม้โรงงานไทยจะมีมาตรฐานแรงงานดี สินค้าก็ยังอาจถูกเก็บเพิ่ม หากพิกัดศุลกากรไม่ได้รับยกเว้น

นี่ไม่ได้หมายความว่าสหรัฐฯ กล่าวหาผู้ส่งออกไทยทุกบริษัท แต่หมายถึงสินค้าจากไทยถูกจัดอยู่ภายใต้มาตรการตามประเทศกำเนิด

สินค้าใดอาจได้รับยกเว้นภาษีแรงงานบังคับรอบใหม่

ไม่ใช่สินค้าทุกชิ้นจะถูกเก็บภาษีใหม่ รายการยกเว้นครอบคลุมสื่อข้อมูล สิ่งของบริจาค สัมภาระติดตัว สินค้าและชิ้นส่วนที่อยู่ภายใต้มาตรา 232 รวมถึงวัตถุดิบและสินค้าบางพิกัดที่สหรัฐฯ เห็นว่าอาจขาดแคลนหรือกระทบเศรษฐกิจวงกว้าง

สินค้าที่ขึ้นเรือและอยู่ระหว่างขนส่งก่อน 00.01 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ วันที่ 24 กรกฎาคม 2026 และนำเข้าเพื่อการบริโภคก่อน 00.01 น. วันที่ 28 กรกฎาคม 2026 มีข้อยกเว้นช่วงเปลี่ยนผ่าน

ต้นทุนแรงงานบังคับ: Importer of Record จ่ายอากร แต่ผู้ส่งออกอาจเสียกำไร

ตามหลักศุลกากรสหรัฐฯ ผู้รับผิดชอบชำระอากรคือ Importer of Record แต่ต้นทุนไม่ได้หยุดอยู่ที่ด่าน ผู้นำเข้าอาจขอให้ผู้ขายลดราคา เปลี่ยนเงื่อนไขการส่ง ชะลอคำสั่งซื้อ หรือหาซัพพลายเออร์จากประเทศที่เสียภาษีน้อยกว่า

หากผู้ขายไทยเสนอราคาแบบรับภาระภาษีปลายทางเอง ผลกระทบจะตรงกับกำไรทันที ยิ่งสินค้ามีมาร์จิ้นต่ำ อัตราภาษีเพิ่ม 12.5% ยิ่งสามารถเปลี่ยนดีลที่ดูมีกำไรให้กลายเป็นดีลที่ขาดทุนได้

เช็กลิสต์รับมือแรงงานบังคับก่อนส่งสินค้าไทยเข้าสหรัฐฯ

เมื่อต้องรับมือแรงงานบังคับ ผู้ส่งออกไทยไม่ควรบวกราคา 12.5% เข้าไปในสินค้าทุกชิ้นทันที แต่ควรตรวจเป็นรายการตามลำดับนี้

  1. ยืนยันพิกัด HTS ให้ตรงกับสินค้าจริง เพราะการยกเว้นพิจารณาจากพิกัด
  2. ตรวจอัตรา MFN เดิม เพื่อคำนวณภาระรวมหลังบวกมาตรา 301
  3. เช็กรายการยกเว้น จากภาคผนวกของ USTR ไม่ใช้การคาดเดาจากชื่อสินค้า
  4. ทบทวนประเทศกำเนิด และหลักฐานประกอบก่อนขึ้นเรือ
  5. ระบุ Importer of Record และ Incoterms ให้ชัดเจนว่าใครรับภาระอากรปลายทาง
  6. คำนวณ landed cost ใหม่ ทั้งค่าสินค้า ค่าขนส่ง อากร ค่าประกันและค่าธรรมเนียม
  7. คุยกับลูกค้าอเมริกันก่อนส่ง เพื่อตกลงราคา เงื่อนไขและการแบ่งภาระที่ทุกฝ่ายรับได้

ภาษีแรงงานบังคับรอบนี้ทำให้เห็นว่า ต้นทุนของสินค้าหนึ่งกล่องไม่ได้เกิดจากน้ำหนักและระยะทางเท่านั้น บางครั้งกฎที่ประกาศในวอชิงตันเพียงคืนเดียว สามารถเปลี่ยนราคาขาย กำไร และการตัดสินใจซื้อของคนอีกฝั่งโลกได้ สำหรับ SME ไทย การรู้พิกัดสินค้า เงื่อนไขการค้า และต้นทุนปลายทาง จึงไม่ใช่งานเอกสารหลังบ้าน แต่เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การขายครับ

หมายเหตุ: บทความนี้เป็นข้อมูลเพื่อการวางแผนธุรกิจ ผู้ส่งออกควรยืนยันพิกัด HTS และอัตราอากรกับผู้เชี่ยวชาญศุลกากรสหรัฐฯ ก่อนตัดสินใจทุกครั้ง

คำถามที่ SME ไทยมักถามเรื่องภาษีรอบนี้

ภาษี 12.5% นี้คือภาษีรวมหรือไม่?

ไม่ใช่สำหรับสินค้าจากไทย อัตรา 12.5% เป็นภาษีมาตรา 301 ที่เพิ่มจาก MFN เดิม จึงต้องคำนวณจากพิกัดจริงของแต่ละสินค้า ไม่ควรใช้ตัวเลขเดียวกับทุกใบเสนอราคา

โรงงานมีมาตรฐานแรงงานดี ยังต้องเสียหรือไม่?

ยังอาจต้องเสีย เพราะมาตรการนี้พิจารณาตามประเทศกำเนิดและพิกัดสินค้า มาตรฐานโรงงานที่ดียังสำคัญต่อลูกค้าและการบริหารห่วงโซ่ แต่ไม่ได้ยกเว้นภาษีระดับประเทศโดยอัตโนมัติ

ติดตามสัญญาณการค้าและแนวทางเตรียมตัวสำหรับ SME เพิ่มเติมได้ใน Trade Radar

References

Mandatory labor tax: Thai goods entering the US market become 12.5% more expensive.

en_USEnglish