BLOG

Exporting cat food to Israel: 5 things to prepare before shipping.

ส่งออกอาหารแมวไปอิสราเอล สูตรซีฟู้ดและทูน่าจากโรงงานไทย

ถ้าคุณผลิตหรือส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะกลุ่มอาหารแมวสูตรทูน่าหรือซีฟู้ด การส่งออกอาหารแมวไปอิสราเอลเป็นเรื่องที่น่าจับตา ตลาดนั้นมีมูลค่ารวมราว 650–700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และส่วนที่เป็นการนำเข้าโตเร็วกว่าตลาดโดยรวม ไทยมีส่วนแบ่งอยู่แล้วประมาณ 6–8% โดยเน้นกลุ่มอาหารแมวเปียกและขนมซีฟู้ด ซึ่งเป็นจุดที่โรงงานยุโรปตะวันออกยังสู้ไม่ได้เรื่องวัตถุดิบ

ส่งออกอาหารแมวไป: ทำไมอิสราเอลถึงน่าสนใจสำหรับสินค้าแมวไทย

สังคมอิสราเอลเปลี่ยนไปมากในช่วงหลัง คนอยู่คนเดียวและผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น การเลี้ยงแมวในคอนโดและอพาร์ตเมนต์จึงโตเร็วกว่าสุนัข กลุ่มนี้ยินดีจ่ายแพงขึ้นสำหรับอาหารที่มีคุณภาพ โดยเฉพาะสูตร Grain-Free และสูตรเนื้อปลาล้วน ซึ่งพอดีกับสิ่งที่โรงงานไทยทำได้ดีอยู่แล้ว

อีกเรื่องที่น่าสนใจคือช่วงเทศกาล Passover ราวเดือนเมษายนของทุกปี จะมีกฎห้ามครอบครองธัญพืชบางชนิดในบ้าน ทำให้สินค้าสูตรซีฟู้ดล้วนหรือ Grain-Free ถูกสั่งซื้อเพิ่มขึ้นในช่วงนั้น ถ้าวางแผนล็อตส่งให้ทันก่อนเทศกาล ผู้นำเข้าจะสนใจมากกว่าปกติ

โมเดลที่ไทยเข้าไปได้จริง: OEM และ Private Label

แบรนด์ไทยยังไม่เป็นที่รู้จักในชั้นวางของอิสราเอล เส้นทางที่ทำได้เร็วกว่าคือการรับจ้างผลิตให้ห้างซูเปอร์มาร์เก็ตท้องถิ่นทำแบรนด์ของตัวเอง ห้างใหญ่อย่าง Shufersal ที่มีกว่า 300 สาขา กำลังมองหาโรงงาน OEM สำหรับสินค้าสัตว์เลี้ยงแบรนด์ห้างอยู่ จุดที่ไทยได้เปรียบคือต้นทุน FOB ต่ำกว่ายุโรปตะวันตก และมีวัตถุดิบทูน่าคุณภาพสูงที่โรงงานเช็กหรือโปแลนด์ไม่มี

อย่างไรก็ตาม ค่าระวางเรือจากไทยไปอิสราเอลสูงกว่าคู่แข่งยุโรปอย่างเห็นได้ชัด ดังนั้นถ้าไปสู้ในกลุ่มอาหารเม็ดแห้งราคาถูก โอกาสที่จะแพ้เรื่อง margin มีสูง แต่ถ้าเน้นอาหารแมวเปียกและขนมซีฟู้ดพรีเมียม จุดนี้ยังแข่งได้

เส้นทางขนส่งและความเสี่ยงที่ต้องรู้

ระยะเวลาขนส่งทางเรือจากไทยไปอิสราเอลอยู่ที่ประมาณ 30–50 วัน ในช่วงที่สถานการณ์ทะเลแดงยังไม่นิ่ง เรือบางสายต้องอ้อมแหลมกู๊ดโฮปซึ่งทำให้เวลาและต้นทุนเพิ่มขึ้นอีก สิ่งที่ควรคุยกับผู้นำเข้าตั้งแต่ต้นคือการวางแผนสต็อกล่วงหน้า เพราะถ้าสินค้าดีเลย์และชั้นวางว่าง ผู้นำเข้าจะเสียหายก่อน และความสัมพันธ์ระยะยาวก็จะสั่นคลอน

การทำสัญญาซื้อขายแบบ Blanket Order หรือสั่งล่วงหน้าเป็นรอบ ช่วยให้จองพื้นที่ระวางเรือได้ล่วงหน้าและลดความเสี่ยงจากค่าระวางที่ผันผวน ควรคุยเรื่องนี้กับผู้นำเข้าตั้งแต่ขั้นตอนเจรจา ไม่ใช่รอให้สินค้าพร้อมแล้วค่อยหาเรือ

เอกสารที่ต้องเตรียมก่อนส่งของ

actionส่งออกอาหารแมวไปอิสราเอลมีข้อกำหนดด้านเอกสารที่ต้องเตรียมให้ครบ รายการด้านล่างคือสิ่งที่ควรเช็กก่อนส่งของทุกครั้ง

  • Import Permit: ผู้นำเข้าฝั่งอิสราเอลต้องยื่นขอใบอนุญาตจากกระทรวงเกษตรอิสราเอลก่อนสินค้าลงเรือ ควรยืนยันกับผู้นำเข้าว่าได้รับใบอนุญาตแล้วก่อนจัดส่ง
  • Health Certificate: ออกโดยกรมปศุสัตว์ไทย มีแนวโน้มว่าสินค้าผ่านกรรมวิธีฆ่าเชื้อและปราศจากสารปนเปื้อน เอกสารนี้ต้องตรงกับล็อตที่ส่งทุกครั้ง
  • ฉลากภาษาฮีบรู: สินค้าที่วางขายในอิสราเอลต้องมีฉลากเป็นภาษาฮีบรู ระบุชื่อสินค้า ส่วนผสม ชื่อผู้นำเข้า วันผลิต และวันหมดอายุ ควรให้ผู้นำเข้าตรวจและอนุมัติ artwork ก่อนพิมพ์จริง
  • มาตรฐานโรงงาน: GMP, HACCP, BRC หรือ ISO ที่โรงงานได้รับการรับรองควรแนบไปพร้อมกับเอกสารเสนอขาย เพราะผู้นำเข้าอิสราเอลมักใช้เกณฑ์มาตรฐานยุโรปในการคัดเลือกซัพพลายเออร์
  • HS Code 2309.10: อาหารสุนัขและแมวที่จัดทำเพื่อขายปลีกอยู่ในพิกัดนี้ ซึ่งได้รับยกเว้นภาษีนำเข้าในอิสราเอล แต่ยังต้องเสีย VAT 17% ควรคำนวณต้นทุนรวมให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น
  • Certificate of Origin: ควรเตรียมไว้เสมอแม้ไม่มีการขอลดภาษี เพราะบางครั้งศุลกากรปลายทางอาจขอตรวจสอบแหล่งกำเนิดสินค้า

สินค้าที่ควรโฟกัส ไม่ใช่ทุกกลุ่มที่ไปได้

กลุ่มที่น่าสนใจที่สุดคืออาหารแมวเปียกสูตรทูน่าและซีฟู้ด รวมถึงขนมแมวเลียหรือ Treat ที่ใช้วัตถุดิบทะเล เพราะนี่คือสิ่งที่ไทยผลิตได้ดีและโรงงานยุโรปตะวันออกทำได้ยากกว่า สินค้ากลุ่ม Freeze-Dried หรือ Functional Treats ก็น่าพิจารณา เพราะมีราคา FOB ต่อหน่วยสูงแต่น้ำหนักเบา ทำให้สัดส่วนค่าระวางต่อหน่วยต่ำลง

สินค้าที่ควรหลีกเลี่ยงในตอนนี้คืออาหารเม็ดแห้งราคากลางถึงล่าง เพราะเช็กและโปแลนด์ได้เปรียบเรื่องโลจิสติกส์และต้นทุนรวมในกลุ่มนั้น margin ที่ได้อาจไม่คุ้มกับความเสี่ยงจากค่าระวางที่ผันผวน

คำถามที่ควรถามผู้นำเข้าก่อนเซ็นสัญญา

ก่อนตกลงส่งของ มีเรื่องที่ควรคุยให้ชัดกับผู้นำเข้าฝั่งอิสราเอลก่อน เพราะรายละเอียดเหล่านี้กระทบต้นทุนและการวางแผนโดยตรง

  1. ต้องการ MOQ เท่าไร และรับได้กี่ SKU ต่อออร์เดอร์
  2. มีแผนสต็อกล่วงหน้ากี่เดือน และรับได้กับ lead time 30–50 วันหรือไม่
  3. ต้องการ artwork ฉลากฮีบรูจากฝั่งไทย หรือจะทำเองหลังสินค้าถึง
  4. ต้องการมาตรฐานโรงงานอะไรบ้าง และมีการ audit โรงงานก่อนสั่งครั้งแรกหรือเปล่า
  5. เงื่อนไขการชำระเงินเป็นแบบไหน และมีการทำ LC หรือ TT ล่วงหน้า

วางแผนก่อนส่ง ดีกว่าแก้ปัญหาหลังของถึง

ตลาดอิสราเอลมีสัญญาณที่ดีสำหรับสินค้าแมวไทยกลุ่มซีฟู้ด แต่ความเสี่ยงหลักไม่ได้อยู่ที่ความต้องการ มันอยู่ที่การวางแผนโลจิสติกส์และเอกสารที่ต้องทำให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น ถ้าสินค้าถึงปลายทางแล้วเอกสารไม่ครบหรือฉลากไม่ถูกต้อง อาจถูกกักที่ด่านหรือต้องส่งกลับ ซึ่งกระทบต้นทุนและความสัมพันธ์กับผู้นำเข้าอย่างมาก

สำหรับใครที่กำลังศึกษาเส้นทางการส่งออกอาหารแมวไปอิสราเอล ลองเริ่มจากการเช็กว่าโรงงานของคุณมีมาตรฐานที่ผู้นำเข้าอิสราเอลต้องการหรือยัง และคุยกับผู้ให้บริการขนส่งระหว่างประเทศเรื่องตัวเลือกเส้นทางและการจองระวางล่วงหน้า ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการขนส่งระหว่างประเทศดูได้ที่ smeshipping.com

Source: Department of International Trade Promotion (DITP)

ส่งออกอาหารแมวไป: เช็กเงื่อนไขก่อนตัดสินใจ

ส่งออกอาหารแมวไป ควรเริ่มจากการตรวจเอกสาร ต้นทุน และเงื่อนไขปลายทางให้ครบก่อนยืนยันราคา จากนั้นใช้ ส่งออกอาหารแมวไป เป็นหัวข้อคุยกับ buyer เพื่อยืนยันความรับผิดชอบและกำหนดเวลา

ก่อนส่งจริง ควรทบทวน ส่งออกอาหารแมวไป อีกครั้งกับพิกัดสินค้า เอกสาร และผู้รับผิดชอบปลายทาง เพราะรายละเอียดของ ส่งออกอาหารแมวไป อาจต่างกันตามตลาดและเงื่อนไขการค้า

For more official information, please check: Related sources of information

en_USEnglish